
'บำบัด..เครียด'เพิ่มศักยภาพตำรวจ
'บำบัด..เครียด'เพิ่มศักยภาพตำรวจ : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
ปัญหาสุขภาพ ทั้งอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย และปัญหาความเครียด ที่เกิดขึ้นกับบุคลากรนับเป็นอุปสรรคอันยิ่งยวดในการปฏิบัติหน้าที่ของแทบทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะในแวดวงตำรวจ ซึ่งการเจ็บป่วยทางร่างกาย รวมถึงปัญหาความเครียด ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานดูแลรับใช้ประชาชน
ที่สำคัญในระยะหลัง ตำรวจเป็นผู้ก่อคดีเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นคดีฆาตกรรม, ทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่การฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากความเครียดสะสมที่เป็นผลมาจากการทำงานนั่นเอง
พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.ตม.3 จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.ฝอ.บก.ตม.3 จัดโครงการ "สัมมนาเทคนิคการบำบัดความเครียด" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีคลายเครียดให้แก่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ศูนย์ราชการ (ถ.แจ้งวัฒนะ) ประกอบด้วยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บก.ตม.3 และ บก.ตม.1 กว่า 50 คน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
การสัมมนาครั้งนี้มี นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ "หมอกอล์ฟ" เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ถึงเทคนิคการบำบัดความเครียด พร้อมกับตรวจร่างกายเบื้องต้นให้แก่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เข้าร่วมสัมมนา
จากการตรวจอาการเบื้องต้น นพ.สิทธา พบว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เข้าสัมมนาครั้งนี้หลายรายป่วยเป็นไข้หวัด ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป หรือสภาพร่างกายที่พักผ่อนน้อย การทำงานในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มที่เย็นจัดในปริมาณมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งอาการป่วยที่พบไม่น่าเป็นห่วงเพียง แต่ผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ รับประทานวิตามินซี และที่สำคัญปิดปากปิดจมูกเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายรวมถึงป้องกันการรับเชื้อโรคเพิ่ม รับประทานยาตรงตามที่แพทย์สั่ง อาการก็จะหายเป็นปกติโดยเร็ว
"การป่วยไข้หวัดเป็นเรื่องปกติในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ป่วยพักผ่อนให้มากและปฏิบัติตามที่หมอแนะนำก็จะหายได้โดยเร็ว แต่ที่น่าห่วงคืออาการเครียด เท่าที่ตรวจหลายคนมีอาการเครียดสะสมที่เกิดจากการทำงาน ซึ่งจะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน" นพ.สิทธา บอก
การสัมมนาดังกล่าว วิทยากรแนะนำให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรู้ถึงวิธีการกำจัดความเครียด เริ่มจากการระบายความเครียด ด้วยการพูดระบายออกไปไม่เก็บเรื่องต่างๆ หมักหมมไว้ในใจตัวเองเพียงผู้เดียว แล้วให้ผ่อนคลายความเครียดโดยการบีบนวดบริเวณ คอ บ่า ไหล่ เพื่อให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย สุดท้ายคือเทคนิคการทำให้ร่างกายเกิดความสบาย โดยการฝึกหัวเราะ บังคับ ปอด กระบังลม และกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า จะทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลายหายจากอาการเครียด
ร.ต.ต.(หญิง)ขวัญจุฑา แก้วพิกุล รองสว.กก.ฝอ.บก.ตม.3 หนึ่งในผู้เข้าร่วมสัมมนา ยอมรับว่า หน้าที่งานที่รับผิดชอบต้องอยู่กับงานที่เกี่ยวกับเอกสารและเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขตลอดทั้งวันจึงทำให้ค่อนข้างเครียด ที่ผ่านมาไม่รู้จะบำบัดอย่างไร หลังจากนี้ จะนำเทคนิคบำบัดความเครียดที่ได้ในการสัมมนาไปใช้ต่อไป
เช่นเดียวกับ ร.ต.ต.(หญิง) กฤตยา วิวัฒน์ผล รองสว.กก.1บก.ตม.1 บอกว่า จะนำเทคนิคบำบัดความเครียดที่ได้จากการสัมมนาไปใช้บำบัดความเครียดจากการทำงานให้แก่ตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะทุกวันนี้รู้สึกเครียดกับงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบค่อนข้างมาก
ด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ บอกว่า ความเครียดเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงาน หากบุคลากรรู้ถึงวิธีกำจัดความเครียดแล้ว จะเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ตรงตามยุทธศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รวมถึง พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ต้องการพัฒนาศักยภาพของตำรวจ
สอดคล้องกับ พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ ยอมรับว่า ลักษณะงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องให้บริการประชาชนจำนวนมาก และต้องเจอกับบุคคลในหลายประเภท หลายเชื้อชาติ ลักษณะงานที่หนักและเหนื่อย เพราะงานในแต่ละวันซ้ำๆ เดิมๆ อาจทำให้เกิดความเครียดสะสม หากสามารถบำบัดความเครียดได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็จะทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
.........
(หมายเหตุ : 'บำบัด..เครียด'เพิ่มศักยภาพตำรวจ : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



