
'รูน'ซัดชัยผีหักค้อนลิ่วเอฟเอ
'เฟอร์กี้' ตำหนิลูกทีม สังหารลูกโทษพลาดเป็นครั้งที่ 5 หลังเปิดบ้านเฉือน 'ขุนค้อน' 1-0 'เอฟเอ คัพ' รอบ 3 นัดรีเพลย์ ด้าน 'เชลซี' เซ็ง ถูก 'นักบุญ' ไล่ตีเสมอ 2-2
ศึกฟุตบอล "เอฟเอ คัพ" รอบ 3 นัดรีเพลย์ เมื่อคืนวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก กลับมาเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม เพื่อนร่วมลีก หลังเกมแรกบุกไปไล่ตีเสมอในถิ่นอัพตัน ปาร์ค 2-2
เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าบ้านพักผู้เล่นตัวหลักหลายตำแหน่ง และส่งตัวสำรองอย่าง อันเดรียส ลินเดการ์ด ฟิล โจนส์, อันแดร์สัน, ไรอัน กิ๊กส์ และฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงสนาม เช่นเดียวกับ เวย์น รูนีย์ หัวหอกชื่อดังที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ด้านทีมเยือนของ "บิ๊กแซม" แซม อัลดาไดซ์ ยังใช้ขาประจำอย่าง ยุสซี ยุสเคไลเนน, วินสตัน รีด, โมฮัมเหม็ด ดิอาเม, ริคาร์โด วาซเท และคาร์ลตัน โคล ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก
เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 9 นาที "ปีศาจแดง" ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนตบบอลเข้ากลางให้ เวย์น รูนีย์ ล้มตัวยิงเข้าไปตุงตาข่ายโล่งๆ หลังจากนั้นเจ้าถิ่นมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-0 จากลูกจุดโทษในนาที 79 ทว่า รูนีย์ กลับสังหารพลาดเป้าเหินข้ามคานไปแบบไม่มีเสียว หมดเวลา แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 1-0 ได้เข้ารอบ 4 ไปเฝ้ารังพบ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแลม เพื่อนร่วมลีก ในวันที่ 26 มกราคมนี้
หลังเกม เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปีศาจแดง" กล่าวตำหนิลูกทีมเรื่องการยิงลูกจุดโทษที่ฤดูกาลนี้สังหารพลาดไปแล้วถึง 5 ครั้ง โดยเฉพาะ เวย์น รูนีย์ ที่เป็นคนยิงไม่เข้าในเกมนี้ แถมยังเป็นการยิงจุดโทษพลาดเป็นครั้งที่ 2 ของเขาอีกด้วย ส่วนที่เหลืออีก 3 ประตูเป็นผลงานการทำพลาดของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี, ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ และนานี อีกคนละ 1 ลูก จึงทำให้ "เฟอร์กี้" เตรียมให้ผู้เล่นทุกคนได้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องนี้เป็นการด่วน
"มันไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไปเลย แต่เราต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะเคยมีคนพูดถึง ริกกี แลมเบิร์ต ของเซาแธมป์ตัน จากผลงานที่ยิงลูกจุดโทษได้มากถึง 33 ประตูจากทั้งหมด 33 ลูก นั่นคือสถิติการยิงลูกจุดโทษของเขาที่ยิงเข้าไปเป็นประตูได้ทั้งหมด การยิงลูกจุดโทษของคุณมีผลดีมากกว่าการทำประตูด้วยลูกแฮนด์บอล หรือการทำฟาวล์ก่อนที่จะยิงประตูเสียอีก" เฟอร์กูสัน กล่าว
ส่วนอีกคู่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่นัดแรกบุกไปเสมอ "หงส์ขาว" สวอนซี 2-2 ด้วยการลงเตะนัดรีเพลย์เปิดรังเฉือนชนะ 1-0 โดยได้ประตูชัยจาก แจ็ค วิลเชียร์ นาที 86 ส่งผลให้อาร์เซนอล ได้เข้ารอบ 4 ไปเยือน ไบรท์ตัน ทีมดังแห่งลีกแชมเปี้ยนชิพ ในวันที่ 26 มกราคม
ด้านศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ชวดโอกาสทำคะแนนไล่จี้ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 2 ไปแบบเสียดาย หลังเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น เพราะพลาดท่าปล่อยให้ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ไล่ตีเสมอในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 2-2 แม้เจ้าบ้านจะได้ประตูขึ้นนไปก่อนถึง 2-0 จาก เดมบา บา นาที 25 และเอเดน ฮาซาร์ด นาที 45 ทว่าทีมเยือนมายิงคืนได้ทั้ง 2 ลูกในครึ่งหลังจาก ริกกี แลมเบิร์ต นาที 58 และเจสัน พูนชอน นาที 75 ส่งผลให้เชลซียังคงอยู่อันดับ 3 แข่ง 22 นัด มี 42 แต้ม ตามหลัง แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 2 อยู่ถึง 6 แต้ม แถมยังไล่ตามหลัง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงห่างถึง 13 แต้มอีกด้วย
หลังเกม ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวว่า ผิดหวังผลงานลูกทีมที่เล่นในรังได้ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะแนวรับที่เล่นพลาดปล่อยให้ทีมเยือนยิงประตูตีคืนได้ถึง 2 ลูก จึงทำให้ "เอล ราฟา" ต้องเตรียมลงมือแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเกมนี้เป็นการด่วน เพราะทีมมีคิวดวลกับอาร์เซนอล ในวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม
"เราไม่สามารถมีความสุขกับผลเสมอที่เกิดขึ้นในบ้านของตัวเอง เราต้องมีการปรับปรุงบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเกมรับที่เล่นกันพลาดอีกแล้ว ผมไม่โกรธลูกทีมเลย แต่ผมรู้สึกผิดหวังมากกว่า เราจะรู้ถึงปัญหาที่เรามีก็ต่อเมื่อเราเจอกับทีมที่เล่นได้ดีกว่า เราต้องพยายามทำเกมรุก และครองเกมให้ได้มากกว่านี้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เราไม่ได้ทำในเกมนี้เลย" เบนิเตซ กล่าว
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



