
มีสมองไว้แค่กั้นหู
มีสมองไว้แค่กั้นหู : เลียบค่าย โดยช้างพลาย
นาทีชีวิตบนเส้นด้ายของ "สกล สนธิรัตน" ช่างภาพศูนย์ภาพเนชั่น ประจำรัฐสภาเจ็บป่วยฉุกเฉินจากโรคประจำตัว โดยล้มลงกับพื้นขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงบ่ายวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา
การเจ็บป่วยกะทันหันของช่างภาพนายนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ "รถพยาบาล" ประจำรัฐสภา ปฏิเสธที่จะนำส่งโรงพยาบาล โดยอ้างว่า เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้อนขึ้นมา แล้วไม่มีรถส่งตัว "ส.ส. หรือ ส.ว." จะถูกผู้ใหญ่ตำหนิ
ถ้าเชื่อก็คือ "เหตุผล" ถ้าไม่เชื่อก็คงมองเป็น "ข้ออ้าง" ฉะนั้นจึงเลือกที่ "ไม่เชื่อ" !!
แล้วสงสัยว่า บุคคลที่กล่าวอ้างเช่นนั้น ลืมคำนึงถึง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" หรือไม่
หลังเกิดเรื่อง พล.ต.ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ ผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า ชี้แจงทำนองว่า "ทีมแพทย์" รอดูระบบการหายใจของผู้ป่วยว่า มีอาการติดขัดหรือไม่ เมื่อเห็นว่า การหายใจยังปกติ จึงส่งตัวขึ้นรถพยาบาล เพราะหากผู้ป่วยมีอาการหายใจติดขัดบนรถพยาบาลจะยิ่งเป็นอันตรายขึ้น
ประเด็นนี้หากผู้ป่วยหายใจติดขัดสงสัยว่าบนรถพยาบาลไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์คอยกู้ชีวิต หรือมีแพทย์ พยาบาลให้การช่วยเหลือหรืออย่างไร ?
น่าแปลกใจว่า "ชายชาติทหาร" ท่านนี้ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องเข้าใจคำนิยามของ "ผู้ป่วยฉุกเฉิน" หรือไม่
อาการของช่างภาพของศูนย์ภาพเนชั่น จัดเป็น "ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติและเร่งด่วน" ยึดตามเกณฑ์ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551
อยากตำหนิความไร้สามัญสำนึกของบุคคลบางคนบางกลุ่ม เพราะอดีตที่ผ่านมาพบเจอเรื่องทำนองนี้เหมือนกันแต่อาจรุนแรงมากกว่า
นักเรียนเตรียมทหารเข้าเรียนเหล่า "นักเรียนนายร้อย จปร." นายหนึ่งเล่นกีฬาประเภทรักบี้ภายในโรงเรียนแล้วเกิดอุบัติเหตุถูกนำส่งโรงพยาบาล
การรอความช่วยเหลือญาติได้รับคำบอกเล่าว่า "แพทย์กำลังออกกำลังกาย" สุดท้ายอดีตนักเรียนนายร้อยนายนี้กลายเป็น "ผู้พิการ" มาแล้วหลายสิบปี มี "แม่ผู้ให้กำเนิด" อายุมากแล้วคอยให้กำลังใจและดูแล
"กองทัพบก" และหรือ โรงพยาบาล ไม่เคยเหลียวแล อนาคตดับวูบ ทั้งที่ปัจจุบัน "เพื่อนร่วมรุ่น" หลายนายเป็นนายพลหมดแล้ว
ฉะนั้นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ฉงนใจว่า "ใคร" บางคนมีสมองไว้แค่กั้นหู แล้วแก้ผ้าเอาหน้ารอดแบบข้างๆ คูๆ แทนที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่มให้ดีขึ้นกว่าเดิม อนาคตไม่อยากเห็นเรื่องอดสูซ้ำแล้วซ้ำเล่า !!
มีสมองไว้แค่กั้นหู : เลียบค่าย โดยช้างพลาย
นาทีชีวิตบนเส้นด้ายของ "สกล สนธิรัตน" ช่างภาพศูนย์ภาพเนชั่น ประจำรัฐสภาเจ็บป่วยฉุกเฉินจากโรคประจำตัว โดยล้มลงกับพื้นขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงบ่ายวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา
การเจ็บป่วยกะทันหันของช่างภาพนายนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ "รถพยาบาล" ประจำรัฐสภา ปฏิเสธที่จะนำส่งโรงพยาบาล โดยอ้างว่า เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้อนขึ้นมา แล้วไม่มีรถส่งตัว "ส.ส. หรือ ส.ว." จะถูกผู้ใหญ่ตำหนิ
ถ้าเชื่อก็คือ "เหตุผล" ถ้าไม่เชื่อก็คงมองเป็น "ข้ออ้าง" ฉะนั้นจึงเลือกที่ "ไม่เชื่อ" !!
แล้วสงสัยว่า บุคคลที่กล่าวอ้างเช่นนั้น ลืมคำนึงถึง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" หรือไม่
หลังเกิดเรื่อง พล.ต.ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ ผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า ชี้แจงทำนองว่า "ทีมแพทย์" รอดูระบบการหายใจของผู้ป่วยว่า มีอาการติดขัดหรือไม่ เมื่อเห็นว่า การหายใจยังปกติ จึงส่งตัวขึ้นรถพยาบาล เพราะหากผู้ป่วยมีอาการหายใจติดขัดบนรถพยาบาลจะยิ่งเป็นอันตรายขึ้น
ประเด็นนี้หากผู้ป่วยหายใจติดขัดสงสัยว่าบนรถพยาบาลไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์คอยกู้ชีวิต หรือมีแพทย์ พยาบาลให้การช่วยเหลือหรืออย่างไร ?
น่าแปลกใจว่า "ชายชาติทหาร" ท่านนี้ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องเข้าใจคำนิยามของ "ผู้ป่วยฉุกเฉิน" หรือไม่
อาการของช่างภาพของศูนย์ภาพเนชั่น จัดเป็น "ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติและเร่งด่วน" ยึดตามเกณฑ์ พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551
อยากตำหนิความไร้สามัญสำนึกของบุคคลบางคนบางกลุ่ม เพราะอดีตที่ผ่านมาพบเจอเรื่องทำนองนี้เหมือนกันแต่อาจรุนแรงมากกว่า
นักเรียนเตรียมทหารเข้าเรียนเหล่า "นักเรียนนายร้อย จปร." นายหนึ่งเล่นกีฬาประเภทรักบี้ภายในโรงเรียนแล้วเกิดอุบัติเหตุถูกนำส่งโรงพยาบาล
การรอความช่วยเหลือญาติได้รับคำบอกเล่าว่า "แพทย์กำลังออกกำลังกาย" สุดท้ายอดีตนักเรียนนายร้อยนายนี้กลายเป็น "ผู้พิการ" มาแล้วหลายสิบปี มี "แม่ผู้ให้กำเนิด" อายุมากแล้วคอยให้กำลังใจและดูแล
"กองทัพบก" และหรือ โรงพยาบาล ไม่เคยเหลียวแล อนาคตดับวูบ ทั้งที่ปัจจุบัน "เพื่อนร่วมรุ่น" หลายนายเป็นนายพลหมดแล้ว
ฉะนั้นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ฉงนใจว่า "ใคร" บางคนมีสมองไว้แค่กั้นหู แล้วแก้ผ้าเอาหน้ารอดแบบข้างๆ คูๆ แทนที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่มให้ดีขึ้นกว่าเดิม อนาคตไม่อยากเห็นเรื่องอดสูซ้ำแล้วซ้ำเล่า !!



