ข่าว

'เจ๊หน่อย'ปัดขัดแย้ง'พงศพัศ'

'เจ๊หน่อย'ปัดขัดแย้ง'พงศพัศ'

17 ม.ค. 2556

'สุดารัตน์'โผล่ร่วมประชุมกับแกนนำเพื่อไทย กลบข่าวไม่ช่วยหาเสียงให้'พงศพัศ' ยัน'สก.-สข.'ช่วยหาเสียงเต็มที่ ด้าน'ยิ่งลักษณ์'เมินโพลล์ให้'พงศพัศ'แพ้คู่แข่ง

               17 ม.ค. 56 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานภาคกทม. พรรคไทยรักไทย เดินทางมาร่วมประชุมกับคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยถึงแนวทางการรณรงค์หาเสียงเพื่อช่วยเหลือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทย โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ

               คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมว่า คงต้องขอดูก่อนว่าพรรคจะให้ช่วยในส่วนไหน อะไรที่เป็นประโยชน์สามารถช่วยได้ก็ยินดี ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนพูดหลายครั้งแล้วว่าไม่ประสงค์ที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ข่าวก็ยังพยายามเสนอว่า ตนได้เสนอตัวที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า ตนหลบจากการเมืองเยอะพอสมควรแล้ว ถึงวันนี้ก็เกือบ 2 ปีแล้ว เพื่อไปทำงานบุญในการบูรณะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าให้จบ และตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2555 ตนก็ประกาศแล้วว่า ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นวันนี้ขอเว้นวรรคตัวเองจากการเมืองอีกนิดหน่อย แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆ เพียงแต่เวลาส่วนใหญ่นั้นได้ไปทำในเรื่องของศาสนา ถ้าไม่จำเป็นอะไรก็จะไม่ค่อยมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย

                ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคได้ขอร้องให้เข้ามาช่วยเพื่อหวังที่จะเพิ่มฐานเสียงใน กทม.ให้กับ พล.ต.อ.พงศพัศ ใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ต้องขอร้องเลย ตนก็มาคุยงานด้วยอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่ค่อยได้ทำงานการเมืองมานานก็อาจจะมีสนิมขึ้นบ้างเท่านั้น ส่วน สก.และสข.ของพรรคจะช่วยหาเสียงให้อย่างเต็มที่หรือไม่นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เขาก็เคารพมติของพรรคอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับตนหรอก เพียงแต่ที่ผ่านมาเขาอาจจะไปรับฟังความเห็นต่างๆ มา แต่เมื่อพรรคมีมติก็ไม่เห็นว่ามีใครที่มีปัญหาอะไร ไม่มีหรอก ไม่เห็นว่ามีใครที่จะไม่ช่วยอย่างเต็มที่

                เมื่อถามว่า มีโอกาสได้พบกับ พล.ต.อ.พงศพัศ บ้างหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนเคยร่วมงานกับ พล.ต.อ.พงศพัศ มาก่อนแล้ว รู้จักกันมานานแล้ว ทั้งนี้ บางเรื่องที่ได้เห็นได้รู้ก็ได้แนะนำไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่นั้นก็ถือว่า ทำได้ดีอยู่แล้ว ส่วนจะช่วยหาเสียงให้กับ พล.ต.อ.พงศพัศ ด้วยหรือไม่นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร เดี๋ยวต้องคุยกับนายภูมิธรรมก่อน ก็จะช่วยเต็มที่ในเวลาที่มี เพราะเมื่อตนบอกว่า ขอถอยจากการเมืองเพื่อมาทำเรื่องศาสนาเยอะพอสมควรนั้น ก็ไม่อยากให้เหมือนกับว่ากลืนคำพูดของตัวเอง แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องกังวล

                ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ประเมินว่า พล.ต.อ.พงศพัศ มีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า มีโอกาสแน่นอน เพราะเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว และมีผลงาน การอาสาตัวมาในวันนี้ก็มีจุดแข็งคือเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดซึ่งถือว่าเป็นปัญหาหลัก ดังนั้นคงต้องพยายามทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจและความจริงใจเพื่อพิสูจน์ตัวเองด้วย สำหรับการเดินทางมาพรรคเพื่อไทยในวันนี้จะสามารถกลบข่าวความขัดแย้งภายในพรรคได้หรือไม่นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสื่อด้วยว่าจะเห็นอย่างไร ตนทำได้แค่พูดข้อเท็จจริงเท่านั้น เมื่อไม่มีปัญหาแต่ไปสร้างให้เป็นประเด็นปัญหาก็คงจะไม่เกิดประโยชน์อะไร

 

"ยิ่งลักษณ์"เมินโพลล์ให้"พงศพัศ"แพ้คู่แข่ง

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่โพลล์ของพรรคเพื่อไทยพบว่า คะแนนของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย ยังเป็นรองคู่แข่งว่า เป็นเพียงช่วงการเริ่มต้นเพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้รับความไว้วางใจในเรื่องของผู้สมัคร ก็ต้องใช้เวลาในการลงพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้พบกับผู้สมัครและนำเสนอนโยบายให้มากที่สุด ก็คงต้องรอดูและติดตามผลต่อไปและจะทำอย่างเต็มที่

                ส่วนยุทธศาสตร์การหาเสียงในพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราเน้นการทำความเข้าใจในพื้นที่มากกว่า เพราะแต่ละเขตมีปัญหาและความต้องการเร่งด่วนอะไร ยุทธศาสตร์ในเชิงนโยบายก็จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะกทม.มีประชากรมากจึงต้องมองยุทธศาสตร์เป็น 2 ส่วน คือภาพรวมของกทม.ที่ต้องทำงานควบคู่กับส่วนกลางและในพื้นที่ต้องทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน ซึ่งจะเป็นนโยบายในรายพื้นที่ ทั้งนี้เร็วๆ นี้ เตรียมเปิดเผยนโยบาย แต่เบื้องต้นให้เวลากับผู้สมัครก่อนเพื่อให้แน่ใจว่า นโยบายนั้นตรงใจกับความต้องการ และจากนั้นนโยบายก็จะทยอยออกไป

                สำหรับสโลแกนการทำงานไร้รอยต่อที่อาจจะสวนทางกับความคิดของคนกทม.ที่ต้องการให้ผู้ว่าฯกทม.คานอำนาจกับรัฐบาลจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ได้รับฟังมาเหมือนกัน แต่ในส่วนของกทม.ก็มีกฎหมายที่มีความเป็นอิสระในการกระจายอำนาจและสภากทม.ในการตรวจสอบ แต่การทำงานมองการทำงานที่ประสานกันมากกว่า ไม่ใช่การมาตรึงอำนาจกัน อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาถ้าพื้นที่ทำงานคนละแนวทางกับรัฐบาลก็จะเห็นหลายครั้งที่ประชาชนจะเห็นว่าจะต้องใช้เวลากว่าที่จะลงตัว จะเห็นได้ชัดจากการบริหารจัดการน้ำ ถ้าปลายน้ำไม่สัมพันธ์กับต้นน้ำ กลางน้ำ น้ำก็จะไปไม่ได้

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า นี่ยังไม่พูดถึงเนื้องานอื่นที่ยุทธศาสตร์จังหวัดที่ไปคนละทางกับรัฐบาล ก็จะส่งผลต่อประเทศ ถามว่าทำคนละทางได้หรือไม่ก็ บอกว่าได้ สิ่งที่เรามองว่า เมืองใหญ่มีความสำคัญที่จะเป็นต้นทางในเรื่องของยุทธศาสตร์และความเจริญต่างๆที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประเทศ ดังนั้นการทำงานไร้รอยต่อไม่ได้หมายความกลไกของกทม.จะลดทอนลง ก็ยังคงมีความอิสระในการตรวจสอบเหมือนเดิม

                สำหรับนโยบายในการแก้ปัญหาการจราจรของพรรคเพื่อไทยนั้น นายกฯ กล่าวว่า มีแน่นอน เพราะเป็นปัญหาที่สำคัญ แต่ถ้าเราจะแก้ปัญหาจราจรแค่กทม.ทั้งที่รถมาจากปริมณฑลด้วย อาทิ จ.ปทุมธานี นนทบุรี ที่ต้องการทำงานร่วมกัน ถ้าเราสามารถคุยได้พร้อมกันทั้งภาพรวมแล้วตัดสินใจร่วมกันทำให้การลื่นไหลของจราจรจะดีขึ้น