
สภาฯรับหลักการร่างก.ม.ตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์
สภาฯเอกฉันท์รับหลักการ ร่างกฎหมายตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์ แนะเพิ่มอำนาจกรรมการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ให้ออกใบอนุญาตวิชาชีพสื่อ หวังป้องกันการเสนอข้อมูลเท็จ
16ม.ค. 2556ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ..... ตามที่คณะรัฐมนตรี, ส.ส.พรรคเพื่อไทย,ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และภาคประชาชนเสนอ สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อต้องการตั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการผลิต และพัฒนารวมถึงเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมของเยาวชน
โดยส.ส.ที่เข้าร่วมประชุมได้อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ได้มีการเสนอความเห็นให้มีการปรับปรุงร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะมาตรการคุ้มครองการถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ และ การควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จของสื่อมวลชน อาทิ นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนอยากคณะกรรมการฯ ภายใต้ร่างกฎหมายดังกล่าว มีอำนาจในการพิจารณาในความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีสื่อมวลชนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด แต่สื่อมวลชนยังคงปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในข่าวที่สื่อมวลชนคนนั้นนำเสนอ นอกจากนั้นแล้วอยากให้คณะกรรมการฯ คุ้มครองการผลิตสื่อ และ ผู้ผลิตสื่อ เช่น ละคร เพื่อไม่ให้การนำเสนอสาระถูกระงับการออกอากาศ เหมือนเช่นละครเหนือเมฆ2
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เชื่อว่าการตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ที่มีเงินทุนหลัก 100 ล้านบาท คงไม่สามารถต่อสู้กับทุนสามาณย์ที่มีเงินมากถึงหมื่นล้านบาท และเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อฯ ได้ดังนั้นควรเพิ่มมาตราที่กำกับดูแลการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชนที่มีลักษณะเป็นความเท็จ ด้วยการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อ เพื่อให้คนที่ได้ใบอนุญาตถูกควบคุมในการนำเสนอข้อมูลไม่ให้นำไปสู่ปัญหาของสังคม
นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าตนเห็นด้วยในหลักการ แต่ไม่เห็นด้วยในเนื้อหา เนื่องจากอยากให้เพิ่มเติมในเรื่องของจริยธรรมของสื่อมวลชน ส่วนเงินที่นำมาผลิตสื่อสร้างสรรค์ควรให้ผู้ผลิตสื่อแต่ละราย หักรายได้จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ไปลงทุนผลิตสื่อสร้างสรรค์
ส่วนนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ให้เป็นไปภายใต้การส่งเสริม ไม่ใช่แทรกแซง และจำกัดอยู่ในเรื่องเด็กและครอบครัว ดังนั้นผู้มีบทบาทที่สำคัญคือคณะกรรมการกองทุนฯ ดังนั้นต้องทำหลักการให้รัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติ หรือ เลือกให้เงินทุนผลิตสื่อเฉพาะในกลุ่มของตนเอง
หลังจากที่มีการอภิปรายนานหลายชั่วโมง ที่ประชุมได้มีมติรับหลักการวาระแรกของร่างกฎหมายดังกล่าว ด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ 358 เสียง



