ข่าว

ม็อบท่อก๊าซเฮ!ศาลสั่งสตช.จ่าย1แสน

ม็อบท่อก๊าซเฮ!ศาลสั่งสตช.จ่าย1แสน

16 ม.ค. 2556

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้สตช. ชดใช้ค่าเสียหาย 1 แสนบาท ให้ชาวบ้านจากเหตุสลายการชุมนุมต้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย ตั้งแต่ธ.ค.2545

               เมื่อเวลา  09.30 น. วันที่ 16 ม.ค.2556 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ศาลปกครองสงขลานัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.426/2549 ระหว่างนายเจ๊ะเด็น อนันทบริพงศ์ ที่ 1 กับพวก 30 คน ผู้ฟ้องคดีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 1 จังหวัดสงขลาที่ 2 และกระทรวงมหาดไทย ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ละเมิดเสรีภาพการชุมนุม อันเกี่ยวเนื่องจากการใช้สิทธิ์ด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน กรณีสลายการชุมนุมชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2545 บริเวณสะพานจุติบุญสูง ใกล้โรงแรมเจ.บี.หาดใหญ่
           
               ศาลปกครองสงขลาได้อ่านพิพากษาให้ทางผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้องที่ 1-24 เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท  ซึ่งต่ำกว่าคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นที่พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้องที่1-24 เป็นเงินคนละ 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 /ปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น

               นางจันทิมา ชัยบุตรดี 1 ใน 24 คน ผู้ฟ้อง กล่าว่า ดีใจกับคำพิพากษาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน ไม่เฉพาะกลุ่มชาวบ้านของที่ได้ต่อสู้มา เนื่องจากจะเป็นบรรทัดฐาน สำหรับสิทธิในการชุมนุม  เป็นแนวทางในการใช้สิทธิ์อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะทำอะไรต่อไป ก็ต้องไตร่ตรอง
          
               "มันจะเป็นตัวอย่างให้กับทั้งประเทศก็ว่าได้ พี่น้องที่มีความเดือดร้อน ที่จะออกมาชุมนุม ที่สำคัญที่สุดก็คือการชุมนุมจะต้องปราศจากอาวุธ ต้องมีสันติ ไม่ใช่การประท้วงแบบมีอาวุธ "

               นางจันทิมา กล่าวว่า  สำหรับเงินเชย เงินก้อนนี้จากการพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านที่ทำการต่อสู้ครั้งนี้  ยืนยันว่าจำนวนเงินมันไม่สำคัญ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนว่ามากหรือน้อย  เพราะหากมองตัวเลขมันไม่คุ้มกับการต่อสู้และการที่ถูกกระทำ ทั้งถูกทุบตี ได้รับความเสียหายทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน แต่พวกตนไม่ได้คิดตรงนั้น แต่คิดถึงคำพิพากษาของศาลที่จะเป็นบรรทัดฐานต่อไป
          
               "เงินที่ได้เราคิดว่าจะนำไปทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ในเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสิทธิหน้าที่ ซึ่งทุกคนเห็นด้วย ที่จะให้เป็นเงินกองกลางในดำเนินกิจกรรมต่างๆเหล่านี้" นางจันทิมา กล่าว
           
               นายบรรจง นะแส 1 ใน 24 ผู้ฟ้อง กล่าวว่า   นี่คือิชัยชนะของภาคประชาชน เป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ซึ่งการชุมนุมที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้ชุมนุมไม่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นการที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาสูงสุดวันนี้ คิดว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดครั้งสำคัญของสังคมไทย           
           
               "ผมเชื่อกรณีนี้จะเป็นการเชื่อมโยงกับอีกหลายกรณี  ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของพี่น้องเครือข่ายที่ดิน ของผู้ได้รับผลกระทบตามชุมชนต่างๆ เช่น น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เหมืองหิน เหมืองแร่ต่างๆ ผมคิดว่าบรรทัดฐานในการพิพากษาครั้งนี้มันจะทำให้ฝ่ายต่างๆต้องระมัดระวังมากขึ้น ในการที่จะละเมิดสิทธิของบุคคล ของชุมนุม ที่สำคัญก็คือการชุมนุมนี่แหละสำคัญ เพราะการชุมนุมที่ผ่านมา  จะถูกมองเป็นเรื่องของความวุ่นวาย แต่แท้จริงแล้วคำพิพากษาอธิบายว่าคือเครื่องมือในการพัฒนาประชาธิปไตย คือเครื่องมือในการให้รับรู้ข้อมูลรอบด้าน "

               นายบรรจง กล่าวว่า ถ้าคำพิพากษาวันนี้ถูกหน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติ จะทำให้มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ได้เข้าใจปัญหาอย่างรอบด้านมากขึ้น  ส่วนหัวใจของการต่อสู้ของชาวบ้านครั้งนี้ อยู่ที่ข้อเท็จจริงมากกว่าเรื่องโครงการท่อก๊าซฯไทย-มาเลเซีย ยังมีอีกมากที่มันซุกปัญหาอยู่ใต้พรม การแบ่งปันผลประโยชน์ที่วันนี้ยังใช้ก๊าซในราคาแพง หมายความว่าอย่างไร
          
               "สิ่งเหล่านี้กลุ่มคัดค้านโครงการท่อก๊าซฯพูดมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ช่วงนั้นกระแสของการคัดค้านมันถูกกลบด้วยการเมืองภาพใหญ่ ถูกกลบด้วยทิศทางการพัฒนท ซึ่งวันนี้ก็สังคมรู้แล้วว่า ผลประโยชน์ก๊าซและน้่ำมันมันไม่ได้ตกเป็นของคนส่วนใหญ่ มันตกเป็นของคนกลุ่มเดียว  เราพูดเรื่องนี้มา10กว่าปีแล้ว เพียงแต่เราถูกกระทืบ ถูกกระทำ แล้ววันนี้เราใช้ความอดทน ที่เข้าสู่กระบวนการของศาล 10 ปี กว่าจะได้ความเป็นธรรมกลับมา และคิดว่าหลังจากนี้ ชุมชนอื่นคงจะมีโอกาสทำได้ดีกว่าเรา จะทำให้เกิดการปรับตัวของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องพอสมควร หวังว่าชุมชนอื่นจะไม่ถูกกระทำเหมือนเรา " นายบรรจง กล่าว

 

.................

 

(หมายเหตุ : ที่มาของคลิปเหตุการณ์ที่ตำรวจสลายการชุมนุมเมื่อปี 2545 http://www.youtube.com/watch?v=95K8q5s94g4)