ข่าว

'เฉลิม'จวก'ปชป.'ยื่นกกต.สอบ'พงศพัศ'

'เฉลิม'จวก'ปชป.'ยื่นกกต.สอบ'พงศพัศ'

16 ม.ค. 2556

'เฉลิม' จวก 'ปชป.' ไม่มีสมอง หลังเผยจะยื่น กกต. สอบ'พงศพัศ'เปลี่ยนชื่อเลี่ยงผิด ด้าน'รมว.ยุติธรรม'รับ'พงศพัศ'ยังไม่ลาออกจากเลขาฯปปส.ขณะที่'ผดุง'ยกมือเชียร์

               16 ม.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกทม.โซน 3 ฝั่งธนบุรี กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ประเด็นเรื่องคุณสมบัตินั้น พรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า พล.ต.อ.พงศพัศ เปลี่ยนชื่อเพื่อขอพระราชทานชั้นยศสืบ เป็นความคิดที่ไม่มีสมอง

               “กรณีเปลี่ยนชื่อไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด ใครที่เปลี่ยนร้อยชื่อพันชื่อถ้ามีความผิดถึงอย่างไรก็ผิด ดังนั้นเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ไหนพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะต่อสู้ด้วยสาระด้วยนโยบาย แต่กลับพูดอย่างทำอย่าง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการลงพื้นที่ช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ หาเสียงเลือกตั้ง ว่า ตนจะลงพื้นที่อย่างเต็มตัว ร่วมกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย โดยจะรณรงค์ด้วยนโยบายเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง กทม. และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อธิบายบทบาทของผู้ว่าฯ กทม. ให้เชื่อมโยงกับรัฐมนตรี รวมถึงให้ประชาชนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าใครที่จะเข้ามาแก้ปัญหายาเสพติด ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งการจราจร ทั้งนี้ตนหวังลึกๆ ว่า พล.ต.อ.พงศพัศ จะชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ร่วมงานเปิดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตนก็ไม่ได้ไปร่วม

                ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว ที่ระบุว่า สก.และสข.กลุ่มที่ใกล้ชิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ยอมรับ พล.ต.อ.พงศพัศ จนอาจกระทบต่อคะแนนเสียง รองนายกฯ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็น สส.กทม.หลายสมัย จากประสบการณ์การเลือกตั้งหลายคนเข้าใจผิดว่ามีคะแนนเพราะตัวบุคคล แต่จริงๆ แล้วคะแนนที่ได้รับมาจากพรรคซึ่งนี่เป็นหลักการเมืองของกทม.

 

รมว.ยุติธรรม รับ “พงศพัศ” ยังไม่ลาออกจากเลขาฯปปส.

                พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในสังกัดพรรคเพื่อไทยของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ ยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขา ปปส. ซึ่งตนได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.พงศพัศ ว่า จะยื่นหนังสือลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการ เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)มีประกาศรับสมัครผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะให้เหตุผลได้ว่าต้องการลาออกจากราชการเพื่อไปลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. ในส่วนของการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ส.นั้น จะใช้ระเบียบการเดิมโดยมีบุคคลที่ทำหน้าที่รักษาการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากลงเลือกตั้งแล้ว พล.ต.อ.พงศพัศสามารถทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการได้

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการเปิดตัว พล.ต.อ.พงศพัศ ว่าเป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย และได้มีการลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ลาออกจากราชการจะเป็นการขัดต่อข้อกฎหมายหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่มีระเบียบขัดข้อง เพราะไม่ได้ใช้เวลาราชการในการไปหาเสียง ส่วนกรณีที่มีการโจมตี พล.ต.อ.พงศพัศ ในคดีอาญาค้างเก่า ซึ่งมีผู้ไปยื่นเรื่องให้กกต.ตรวจสอบ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูล เป็นเรื่องของกกต.ถือเป็นคนละส่วนและไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตน

 

"ผดุง"ยกมือเชียร์"พงศพัศ"เหมาะสมเป็นผู้ว่าฯกทม.

               นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยเปิดตัว พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร.และเลขาธิการ ปปส. เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ว่า สิ่งที่สำคัญคือ ส่วนของตัวบุคคล ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการเฟ้นหาจนได้ พล.ต.อ.พงศพัศ ขึ้นมาเป็นตัวแทนในการสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. ในส่วนนโยบายในระดับประเทศพรรคเพื่อไทยได้รับการยอมรับจากประชาชน แล้วนโยบายในส่วนของกทม. แม้จะยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ พล.ต.อ.พงศพัศน่าจะทำได้ดีกว่าผู้สมัครรายอื่น คือ การแก้ไขปัญหาจราจร หรือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำมาขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นตำรวจ ก็ย่อมรับประกันความสามารถในการเป็นนักบริหาร ตรงนี้ประชาชนชาวกทม.จะรับได้

                “ถ้า พล.ต.อ.พงศพัศ ได้รับเลือกเป็นผู้ว่ากทม. การทำงานจะเป็นปึกแผ่น เพราะได้รับการประสานจากรัฐบาลโดยตรง ทั้งนี้ เชื่อว่า คน กทม.ส่วนใหญ่ ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะนิยมเลือกพรรคมากกว่าเลือกตัวบุคคล แต่ในระยะหนึ่งประชาชนเขาจะรู้ว่า จริงๆแล้วควรจะเลือกอะไร แม้ว่าบางพรรคจะมีการจัดตั้งทีมทำงาน แล้วทำให้ไปได้ด้วยดี แต่ทางพรรคเพื่อไทยยังเชื่อว่าบุคคลที่เราส่งไปจะบริหารแก้ไขปัญหาให้กับคน กทม. ได้ดีกว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯคนอื่นๆ ” นายผดุง กล่าว