ข่าว

 มวย..น็อก..ยาบ้าสูตรเด็ด 'พ.ต.ท.ชูชีพ ตะโฉ'

มวย..น็อก..ยาบ้าสูตรเด็ด 'พ.ต.ท.ชูชีพ ตะโฉ'

31 พ.ค. 2552

ลัดเลาะไปตามชุมชน ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สองฝั่งถนนมีโรงงานอุตสาหกรรมผุดขึ้นเรียงรายสลับกับพื้นที่เกษตรกรรม เมื่อ 2 ปีก่อนเคยเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดของวัยรุ่นย่านนี้ พ.ต.ท.ชูชีพ ตะโฉ สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน

 เลยต้องแวะเวียนมาตรวจตราอยู่เป็นประจำ ทำให้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของค่ายมวย "ส.อัญชลี" ผู้ปลุกปั้นแชมเปี้ยนชื่อดังมาแล้วหลายรุ่น

 ปฐมบทแห่งสารวัตรค่ายมวยจึงเริ่มต้นขึ้นบนถนนสายนี้ ณ บัดนั้น

 บ้านปูนชั้นเดียวโอบล้อมด้วยสวนมะม่วง ข้างบ้านมีเวทีผ้าใบ หรือเวทีมวยขนาดมาตรฐาน พร้อมอุปกรณ์การซ้อมชกมวยครบครัน ดึงดูดให้ พ.ต.ท.ชูชีพเข้าไปสัมผัสและเริ่มผูกพันฝากฝังเด็กผู้ชายวัยรุ่น ที่มีพฤติกรรมมั่วสุมยาเสพติดเข้ามาฝึกซ้อมมวยในค่ายนี้ เพื่อละลายพฤติกรรมให้เข้ากับสังคมได้ โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

 "ผมเข้าไปคุยกับกลุ่มวัยรุ่นติดยา ให้พวกมันมาซ้อมมวยดีกว่า เลยเอามาฝากให้ซ้อมมวยที่นี่ 2-3 คน บอกว่าถ้าไม่มาซ้อมมวย พวกเอ็งต้องติดคุกนะ พอได้มาฝึกชกมวยก็เลิกยาเสพติดกันไปเลย" พ.ต.ท.ชูชีพเล่าอย่างภูมิใจถึงชีวิตเด็กติดยากลุ่มแรก ที่ได้รับการดัดนิสัยด้วยการส่งเข้าไปฝึกชกมวย แม้ฝีมือจะไม่โด่งดังขนาดเป็นนักมวยอาชีพ แต่จากไม่มีอะไรก็กลายเป็นเด็กมีอนาคต ติดตามแม่ไปตั้งหลักปักฐานที่ประเทศเยอรมนีแล้ว

 ด้วยความที่ต้องแวะเวียนมาค่ายมวยบ่อยครั้ง และมักจะฝากฝังเด็กติดยาไปซ้อมฝึกมวยก็หลายคน สารวัตรชูชีพจึงเริ่มคิดทำค่ายมวยขึ้นมาเอง ส่งนักมวยขึ้นชกตามเวทีภูธร ก่อนจะไต่เต่าขึ้นไปชกเวทีมาตรฐานอย่างสนามมวยราชดำเนิน ในชื่อค่ายมวย "ต.ชูชีพ" ซึ่งนักมวยค่ายนี้หาได้จากเด็กในชุมชนที่กำลังจะเดินเข้าสู่วงจรยาเสพติด ฝึกซ้อมจนกลายเป็นนักมวยอาชีพที่มีชื่อเสียง ผ่านการฝึกซ้อมจากเทรนเนอร์อดีตนักมวยฝีมือดี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อดุลย์ สมัครวงศ์ อาจารย์พิเศษโรงเรียนนายร้อยตำรวจ มาช่วยเสริมทักษะการทิ้งหมัดเด็ด สาดแข้ง แทงศอก เข้าใส่คู่ต่อสู้ อย่างมีชั้นเชิงอีกด้วย

 เพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 2 ปี ค่าย ต.ชูชีพ ก็กลายเป็นค่ายมวยรากหญ้าที่มีชื่อเสียง นำความภูมิใจมาสู่สารวัตรสืบสวนผู้นี้ ซึ่งยังคงจำภาพความประทับใจได้อย่างแม่นยำ เมื่อนักชกของเขาขึ้นชกบนเวทีมวยราชดำเนิน แต้มตกเป็นรอง แต่ก็มีเสียงตะโกนเชียร์ "ต.ชูชีพๆๆๆ" ดังกึกก้องสนามมวยราชดำเนิน จนตัวนักมวยมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกครั้ง

 ส่วนหลักการบริหารค่ายมวยของนายตำรวจผู้นี้ จะยึดถือว่าการชกมวยเป็นเกมกีฬามากกว่าเกมการพนัน ดังนั้น ไม่ว่าเจ้าของค่ายมวยอื่นๆ จะเสนอเงินแสนซื้อตัวนักมวยก็ไม่ยอมขาย แต่ก็ยังมิวายมีเรื่องให้ช้ำใจ เมื่อนักมวยในสังกัดล้มมวยชิงเงินเดิมพันร่วม 2 ล้านบาท แม้จะเป็นนักมวยฝีมือดีตัวชูโรงของค่ายก็ต้องตัดใจให้เลิกชกมวยเด็ดขาด

 แต่สารวัตรสืบสวนก็ไม่ท้อใจพยายามปั้นเด็กขึ้นมาใหม่จนมีชื่อเสียง โดยนักมวยในสังกัดตอนนี้ 8 คน มีชื่อเสียงแล้วก็หลายคน อาทิเช่น ดาวเงิน ต.ชูชีพ เพชร ต.ชูชีพ วังเงิน ต.ชูชีพ เป็นต้น

 "ดาวเงิน ต.ชูชีพ ค่าตัว 8,000 บาท จะขึ้นชกที่เวทีมวยราชดำเนินวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ เจ้าดาวเงินนี่ต่อยเวทีแถวนี้มาหมดแล้วก็ส่งเข้ากรุงเทพฯ ขึ้นชกเวทีมาตรฐาน ตอนนี้เขามีชื่อเสียงแล้ว" สารวัตรชูชีพพูดถึงนักมวยดาวรุ่งฝีชกดีวัย 14 ปี ที่มาฝึกชกมวยตั้งแต่อายุไม่เต็ม 8 ขวบ

 พ.ต.ท.ชูชีพบอกอีกว่า การชกมวยเป็นอาชีพที่เหนื่อยมาก จึงไม่หักค่าตัวนักมวย หากได้ถึง 1 บาทจึงขอตัดค่าอาหาร 3,000 บาท แต่ถ้าค่าตัวไม่ถึงหมื่นก็จะให้นักมวยได้ไปเต็มๆ แม้ว่าปกติจะต้องเลี้ยงดูนักมวยเหล่านี้ทุกอย่าง รวมถึงส่งเสียให้เรียนหนังสือด้วย

 นอกจากเด็กกลุ่มเสี่ยงในชุมชนแล้ว ค่าย ต.ชูชีพ ยังเปิดโอกาสให้เด็กทั่วๆ ไปมาซ้อมฝึกชกมวยในค่ายได้ด้วย โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มักจะเห็นภาพประทับใจ เมื่อผู้ปกครองมาเฝ้าดูบุตรหลานตัวเล็กๆ ฝึกซ้อมชกมวยออกกำลังกายกันจนเต็มลานซ้อม

 ดูเหมือนว่า...สารวัตรสืบฯ กระทุ่มแบน จะทุ่มเทแรงใจกับการสร้างค่ายมวยไปเต็มร้อยแล้ว อย่างนี้จะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานหรือไม่ พ.ต.ท.ชูชีพตอบด้วยรอยยิ้มว่า การทำค่ายมวยไม่ได้ทำให้สิ้นเปลืองเวลาทำงานเลย กลับทำให้ขยันเพิ่มขึ้น เพราะต้องตื่นแต่เช้ามืดมาแอบดูนักมวยในสังกัดซ้อมวิ่งตอนเช้า และเวลาว่างๆ หลังเลิกงานก็จะมาดูการฝึกซ้อม เพราะกลัวนักมวยในสังกัดจะอู้ (ฮา) นอกจากนี้ ยังคืนกำไรให้ต้นสังกัดด้วยการจัดแข่งขันชกมวยนำรายได้มาสร้างหอประชุมให้ สภ.กระทุ่มแบน เป็นเงิน 6-7 แสนบาทอีกต่างหาก นับเป็นความภาคภูมิใจลึกๆ ของนายตำรวจผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง

 "การทำค่ายมวยมันทำให้มีชื่อเสียง คนรู้จักมากขึ้น เราเป็นตำรวจมาหลายปีไม่มีใครรู้จัก แต่พอมาทำค่ายมวยแค่ 2-3 ปีคนรู้จักเยอะ เวลาโฆษกบนเวทีประกาศชื่อ คนก็รู้จักเราทั่วประเทศ ผมว่ามีเงิน 10 ล้านยังทำไม่ได้เลย" พ.ต.ท.ชูชีพเผยถึงความในใจ

 ขณะที่สารวัตรสืบสวนผู้หันมาเอาดีด้านทำค่ายมวยสร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเองแล้ว อีกด้านหนึ่งเขาก็ทำหน้าที่เป็นเสาหลัก หรือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ด้วยการให้โอกาสทางอาชีพชกมวย ตลอดจนให้การศึกษา ทำให้ลูกหลานของแรงงานภาคอีสานลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมใน จ.สมุทรสาคร ที่อาจหลงผิดไปติดบ่วงของยาเสพติดให้กลายเป็นเด็กที่มีอนาคตได้

 ...ผืนเวทีผ้าใบสีเขียวติดสวนมะม่วง ยังรองรับฟุตเวิร์กและลีลาการเคลื่อนพลิ้วของ "มวยไทย" ศิลปะป้องกันตัวของไทย ด้วยท่วงท่าหนักหน่วง และมุ่งมั่นตามแบบฉบับของลูกผู้ชายนักต่อสู้ ส่วนข้างเวทีเรียงรายด้วยกระสอบทราย ที่เด็กชายวัยไม่เต็มสิบขวบ ตั้งหน้าตั้งตาสาดแข้งเข้าใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้า เขาจะก้าวขึ้นไปยืนเด่นอยู่บนผืนผ้าใบในฐานะแชมเปี้ยน...

 ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
 กอบภัค พรหมเรขา : ภาพ