
เราต่างเป็นเหยื่อทางการเมืองเหมือนกัน?
เราต่างเป็นเหยื่อทางการเมืองเหมือนกัน? : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]
ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่น้องเสื้อเหลืองและเสื้อแดงจะมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรบ้าง ได้รับรู้ รับทราบข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งหรือไม่ ได้อ่านกันหรือเปล่า
แต่สำหรับเพื่อนร่วมชาติทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนไร้สังกัด มิได้เลือกที่จะสวมเสื้อสีหนึ่งสีใดเป็นการจำเพาะเจาะจงลงไปแล้ว เชื่อได้เลยว่าต่างต้องรันทดสลดหดหู่ สะเทือนใจไปตามๆ กัน กับจดหมายจากคุกของ "หนุ่มเรดนนท์" หรือนายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ซึ่งนายอานนท์ นำภา ทนายความผู้ต้องขังเสื้อแดงได้นำออกมาเผยแพร่
เนื้อหาเป็นการอธิบายความถึงปฏิสัมพันธ์ภายในสถานที่จำขังกับนายปรีชา ตรีจรูญ ผู้ต้องขังเสื้อเหลืองซึ่งศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำคุก 34 ปี ในคดีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน จากเหตุการณ์ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อคราวม็อบพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
ทำให้ได้เห็นทั้งความเป็นมนุษย์และความเป็นสัตว์ของผู้คนในคุกซึ่งมีความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน
ด้านหนึ่งนั้น สะท้อนถึงความเมตตา เอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันของ "หนุ่มเรดนนท์" ผู้ต้องขังในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 กับนายปรีชา ตรีจรูญ ซึ่งแม้จะเคยมีความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน แต่ต้องกลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมคุก เผชิญโชคชะตาที่มิได้แตกต่างไปจากกันสักกี่มากน้อยเท่าใดนัก
โดยเฉพาะกับข้อสรุปตอนหนึ่งที่ว่า "เราแลกเปลี่ยนความคิดกัน ความทุกข์กัน ในช่วงเวลา 3-4 วันก่อนที่เขาจะย้ายไปคลองเปรม จนทำให้รู้ว่า เขากับเราต่างก็เป็นเหยื่อทางการเมืองเหมือนกัน"
ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามก็ได้เห็นความโกรธแค้น ชิงชังรังเกียจ สะใจ สมน้ำหน้าโดยปราศจากเหตุผลที่ผู้ต้องขังเสื้อแดงบางคนมีต่อนายปรีชา ตรีจรูญ
เข้าไปอยู่ในคุกแล้วยังไม่ละเว้น ละวาง ฝังใจโกรธเกลียดชังกันทั้งที่ไม่เคยรู้จักมักจี่ ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนเลยแม้แต่น้อยนิด
ถึงขนาด "หนุ่มเรดนนท์" ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ โดยตั้งคำถามว่า "มันเกิดอะไรขึ้นกับคนไทยเวลานี้กันนะ เราแตกแยกกัน ใช้อารมณ์กันโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลกันเลยแล้วอย่างนั้นหรือ แดงเกลียดชังเหลือง เหลืองโกรธแค้นแดง อย่างไม่มีการให้อภัยกัน จนลืมไปแล้วว่าเราเป็นคนไทยเหมือนกัน"
อ่านแล้วรู้สึกกันบ้างหรือไม่ว่าการเมืองบ้านเราช่างโหดร้าย ชนชั้นนำ นักการเมืองช่างโหดเหี้ยมอำมหิต ไม่เว้นแม้แต่แกนนำ นักวิชาการ หรือสื่อมวลชนซึ่งกระโดดลงไปในเกมแย่งชิงอำนาจ โดยมีวาระส่วนตัวแฝงเร้นอยู่ลึกๆ
ขนาดเรื่องชีวิต ความเป็นความตายของเพื่อนสื่อมวลชนด้วยกันยังทำราวกับ "ผีเจาะปาก" แสดงความคิดเห็นเป็นตุเป็นตะ เพียงเพราะความเชื่อ รสนิยมทางการเมืองแตกต่างกัน
อ้างตัวหัวก้าวหน้า เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตั้งหน้าตั้งตาเอาชนะคะคานกันจนลืมกระทั่งความเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว
เอะอะอะไรขึ้นมาก็ผูกขาดว่าความจริงต้องพวกข้า ถ้าดราม่าต้องเป็นพวกเอ็งเท่านั้น ซึ่งนานวันเข้าผู้คนก็เริ่มรู้เช่นเห็นชาติ มีข้อพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่เป็นความจริง
ที่เคยด่าทออำมาตย์ อ้าว!สวมไทใส่สูทเสวยสุขเสพอำนาจกันหน้าตาเฉย ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์สื่อกระแสหลัก อ้าว!ไปร่วมผลาญงบประมาณของแผ่นดินทัวร์เมืองนอกกับเขาด้วย
ถึงเวลานี้ จดหมายจากคุกของ "หนุ่มเรดนนท์" น่าจะเป็นอนุสติเตือนใจให้ทุกฝ่ายได้ฉุกคิดอย่างจริงจังเสียที ย้อนกลับมาพินิจพิจารณาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยยาวนานกว่าทศวรรษหนึ่งแล้วว่า เราต่างตกกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองด้วยกันทั้งสิ้นจริงหรือไม่
ตกเป็นเหยื่อให้กับใคร?
และจะทำอย่างไรจึงหลุดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อทางการเมือง ต้องติดคุกติดตะราง เสียเลือดเนื้อชีวิต บาดเจ็บล้มตายลงเพื่อคนอื่นได้เสวยสุขเสพอำนาจบนซากศพประชาชน เราท่านทั้งหลาย
........................
(หมายเหตุ : เราต่างเป็นเหยื่อทางการเมืองเหมือนกัน? : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected])



