
ถึงเวลา "รีไฟแนนซ์" ให้คุ้ม
ข้อมูลการทำธุรกรรมด้านการเงินที่ปรากฏในงาน มันนี่ เอ็กซ์โป ครั้งล่าสุด ระบุว่ามีผู้คนแห่แหนเข้าร่วมกว่า 7 แสนคน เกิดธุรกรรมด้านเงินๆ ทองๆ ในงานคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีการขอสินเชื่อบ้านมากที่สุดคิดเป็นมูลค่าเฉียด 1 แสนล้านบาท
ที่มากกว่านั้นคือ ในจำนวนเกือบ 1 แสนล้านบาทนี้ ส่วนใหญ่เป็นการขอ “รีไฟแนนซ์”
การ “รีไฟแนนซ์” หมายถึง การที่ลูกหนี้กู้เงินก้อนใหม่เพื่อนำไปใช้คืนเงินกู้ก่อนเก่า โดยที่ได้รับประโยชน์ที่ดีกว่าจากเงินกู้ก้อนใหม่ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ซึ่งในปัจจุบันการแข่งขันระหว่างสถาบันการเงินสูงขึ้น ทำให้ตลาดรีไฟแนนซ์คึกคักมาก เพราะในขณะนี้แบงก์เองก็ประสบปัญหาการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้หลายๆ แบงก์หันมายื่นข้อเสนอให้ลูกค้า “รีไฟแนนซ์” มากขึ้น
อย่างสินเชื่อบ้านบัวหลวงของธนาคารกรุงเทพ ที่ประกาศรับรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านจากลูกค้าของทุกสถาบันการเงิน โดยกำหนดเงื่อนไขผ่อนชำระค่างวดน้อย ได้นานถึง 30 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดปีแรกเพียง 2.75% สำหรับลูกค้าที่มีประวัติการชำระเงินที่ดีติดต่อกันนาน 6 เดือน
ขณะที่การปรับตัวลดลงของ “ดอกเบี้ย” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าสนใจที่จะรีไฟแนนซ์มากขึ้น หลังจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่างน้อย 4 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ และกรุงไทย ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงขาเดียวในช่วงที่ผ่านมา
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากการรีไฟแนนซ์ หรือรีไฟแนนซ์แล้วคุ้ม เพราะมีเงื่อนไขบางประการ โดยเฉพาะเรื่องของ “ค่าใช้จ่าย” หรือ “ค่าธรรมเนียม” ที่ต้องพิจารณา
“ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แนะนำหลักการกู้เพื่อรีไฟแนนซ์ว่า มีอยู่ 2 ประเด็นที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ นั่นคือ บ้านที่จะรีไฟแนนซ์ควรเป็นบ้านที่ผ่อนมาแล้วประมาณ 3 ปี หรือพ้นระยะต้องเสียค่าปรับจากธนาคารเดิม ซึ่งอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 3 ปี
ส่วนอีกเรื่องก็คือ ผู้กู้ควรคิดอัตราดอกเบี้ยที่เสนอโดยธนาคารแห่งใหม่ออกมาเป็นตัวเลขเปรียบเทียบให้ชัดเจน
ขณะที่ฝ่ายสินเชื่อของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งให้ข้อเสนอแนะที่เจาะลึกลงไปสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ “รีไฟแนนซ์” บ้าน บอกว่า หลักเกณฑ์ที่ควรพิจารณา 3 ข้อ ก็คือ ประการแรก หากระยะเวลาการผ่อนชำระที่เหลืออยู่ หากต่ำกว่า 5 ปีก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการกู้ใหม่เพื่อใช้หนี้เก่าควรจะเป็นสัญญาที่มีระยะเวลายาวกว่า 5 ปีขึ้นไป จึงจะคุ้มค่ากว่า
ประการถัดมา ผู้กู้ควรพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างดอกเบี้ยที่ทำสัญญาไว้เดิมกับดอกเบี้ยใหม่ที่แบงก์นำเสนอว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ซึ่งถ้าจะ “คุ้ม” กับลูกค้าจริงๆ ส่วนต่างควรจะอยู่ระหว่าง 1.50-2.00%
"ที่จริงลูกค้าสามารถให้ฝ่ายสินเชื่อคำนวณให้ดูได้ว่า จากเดิมที่เคยผ่อนชำระเดือนละเท่านี้ แบ่งเป็นเงินต้นเท่านี้ และดอกเบี้ยเท่านี้ หากรีไฟแนนซ์แล้ว ยอดผ่อนชำระต่อเดือนเท่าเดิม จะลดเงินต้นได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ และจะประหยัดดอกเบี้ยได้เท่าไหร่ หรือในแต่ละเดือนจะสามารถลดวงเงินผ่อนชำระต่องวดลงได้เท่าไหร่"
และประการสุดท้ายก็คือ ต้องพิจารณาเรื่องของค่าธรรมเนียมในการกู้ รวมทั้งการพิจารณาเบี้ยปรับกับเจ้าหนี้รายเดิม
เว็บไซต์ไทยโฮมมาสเตอร์ www.thaihomemaster.com ยกตัวอย่าง “ส่วนประหยัดจากการรีไฟแนนซ์” โดยบอกว่า สำหรับวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยที่ลดลง 1% จะทำให้สามารถประหยัดได้ 4.9 หมื่นบาท สำหรับระยะเวลากู้ 10 ปี ประหยัดได้ 9.3 หมื่นบาท สำหรับระยะเวลากู้ 20 ปี หรือประหยัดได้ 1.3 แสนบาท สำหรับระยะเวลากู้ 30 ปี
หากวงเงินกู้ 5 แสนบาท ระยะเวลา 10 ปี ส่วนประหยัดจะเท่ากับ 24,500 บาทโดยประมาณ แต่หากอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 2% ในวงเงิน 1 ล้านบาท ระยะเวลา 10 ปีเท่ากัน ก็จะประหยัดจะเท่ากับ 9.8 หมื่นบาทโดยประมาณ
สำหรับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ มีส่วนประกอบ 6 ส่วนหลัก คือ 1.ค่าปรับการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดตามสัญญาที่มีอยู่ ซึ่งจะจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้เดิม หากรีไฟแนนซ์ทั้งก้อนก่อนครบกำหนด 3 ปี โดยจะตกประมาณ 0-2% ของยอดหนี้ที่รีไฟแนนซ์
2.ค่าจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ จ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ใหม่ ประมาณ 0-1% ของวงเงินกู้ใหม่ 3.ค่าธรรมเนียมในการจำนองจ่ายให้แก่กรมที่ดิน 1% ของราคาประเมิน (ไม่เกิน 2 ล้านบาท) และไม่ต้องจ่ายถ้ารีไฟแนนซ์กับที่เดิม
4.ค่าประเมินราคาหลักประกันจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ใหม่ 1,500 บาท-0.25% ของราคาประเมินและอาจไม่ต้องจ่ายถ้ารีไฟแนนซ์กับที่เดิม 5.ค่าทำประกันอัคคีภัย จ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ใหม่ ประมาณ 2,000 บาท สำหรับบ้านมูลค่า 1 ล้านบาท และ 6.ค่าอากรแสตมป์ จ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ใหม่ ในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
สุดท้ายการรีไฟแนนซ์ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเจ้าหนี้ใหม่ เพราะสามารถรีไฟแนนซ์กับเจ้าหนี้รายเดิมได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นโอกาสของผู้กู้แบบนี้
ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]



