ข่าว

เปิดหน้าเปิดใจ4ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.

เปิดหน้าเปิดใจ4ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.

16 ม.ค. 2556

เปิดหน้าเปิดใจ4ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. : เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

               ได้ฤกษ์เปิดตัวเปิดหน้ากันแล้วสำหรับสนามเลือกตั้งท้องถิ่นชิงเก้าอี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังจาก พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำกรุงเทพมหานคร เปิดแถลงกำหนดเวลาการเปิดรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 21-25 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม
 

เสรีพิศุทธ์1ปีเปลี่ยนแปลง4ปีเรียบร้อย

              สำหรับว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปี่กลองเชิดกันตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว

               ที่เปิดตัวกันก่อนใครเห็นจะเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2555 เรียกได้ว่า เปิดก่อนร่วมครึ่งปีกันเลยทีเดียว

               ในการเปิดตัวนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดตัวภายใต้สังกัด กลุ่มพลังกรุงเทพฯ โดยมีประชาชน อดีตข้าราชการตำรวจมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

               พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชูวิสัยทัศน์ “ปัญหาของกรุงเทพฯที่ตอนนี้จะมีผู้อาสาบริหารจัดการด้วยระบบใหม่ เงินทองไม่รั่วไหล โปร่งใสตรวจสอบได้"

               ประวัติโดยย่อของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2491 เป็นคนฝั่งธนบุรี เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 8 โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 24

               ช่วงปี 2515-2524 ไปรับราชการที่ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ซึ่งที่นี่เองที่ได้สร้างชื่อให้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งตอนนั้นชื่อ "เสรี" มีผลงานการต่อสู้ปราบปรามคอมมิวนิสต์ที่ช่วงนั้นแรงมาก จนได้รับฉายาว่า "วีรบุรุษนาแก"

               เมื่อเติบโตในหน้าที่ก็ถูกเรียกใช้ทำงานหลายงานจนได้รับฉายาว่า "มือปราบตงฉิน" แต่ฉายาไม่ได้มาแล้วก็ชื่นชมกับมันไป หากแต่การเมืองเมื่อเห็นช่องทางการใช้ประโยชน์จากฉายาก็เลยดึงมาเป็นมือทำงานให้ งานก็เลยเข้าหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แบบเต็มๆ

               สุดท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ถูกปลดจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งเขาย้ำตลอดเวลาว่า ถูกปล้นตำแหน่ง และเขาพยายามต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรมฟ้อง สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทั้งแพ่งและอาญา ซึ่งทางอาญานั้นยกไปเพราะจำเลยเสียชีวิต แต่ทางแพ่งที่เรียกค่าเสียหายร่วม 200 ล้านนั้นยังอยู่

               พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ประกาศตั้งแต่ต้นว่า จะเดินสู่ถนนการเมือง และเก้าอี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็คือเส้นทางที่เขามุ่งมั่นว่าทำได้

               "ถ้าผมได้รับความไว้วางใจจากประชาชนโดยกลุ่มพลังกรุงเทพฯ ภายใน 1 ปี จะเห็นความเปลี่ยนแปลง อีก 4 ปีจะเห็นความเรียบร้อยอย่างที่ต้องการ" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลั่นวาจาเอาไว้ในวันเปิดตัว
 

‘โฆสิต’ชู“กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง”

               คนต่อมาที่กล้าเปิดตัวตั้งแต่ก่อนรู้กำหนดวันสมัครรับเลือกตั้งก็คิอ โฆสิต สุวินิจจิต ที่เดินเครื่องเอาจริงเอาจังตั้งแต่ก่อนไก่โห่

               โฆสิต เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 มกราคม พร้อมเปิดนโยบาย บริหารกรุงเทพฯ 4 นโยบาย ภายใต้กรอบ “กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง” เน้นแก้ไขปัญหาจราจร พัฒนาการศึกษาโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเทียบเท่าโรงเรียนดังของรัฐบาล นำเศรษฐกิจสู่อาเซียน และกรุงเทพฯ ต้องปลอดภัย 24 ชั่วโมง นำกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางแห่งอาเซียน

               "วันนี้ กรุงเทพมหานครเป็นสังคมที่มีชีวิต 24 ชั่วโมง กรุงเทพฯ ต้องตอบสนองต่อประชาชน ในทุกๆ ด้าน รองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการให้บริการที่ทั่วถึงและตลอด 24 ชั่วโมง หรือ 3 กะ เพื่อให้กรุงเทพฯ เดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน"

               สำหรับประวัติของ โฆสิต นั้นดูแล้วไม่ธรรมดาเลย เคยเป็นผู้บริหารหลายบริษัท และยังผ่านการบริหารบริษัทที่เกี่ยวกับสื่อ เป็นกรรมการ เป็นที่ปรึกษา เป็นอาจารย์พิเศษ รวมทั้งเป็นประธานมูลนิธิน้ำใจไทย

               "กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองหลวงของคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่เป็นเมืองหลวงของคนไทยทั้งชาติ" ประโยคทองที่ โฆสิต ทิ้งท้ายเอาไว้

 

สุขุมพันธุ์:ชูมหานครแ่ห่งความสุขปลอดภัย

               แต่ไฮไลท์ของสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กลับฉายจับไปที่ตัวแทนจาก 2 พรรคใหญ่ ที่มีฐานเสียงจัดตั้งเป็นของตนเอง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย

               เริ่มจากประชาธิปัตย์ ที่สุดท้ายก็ต้องเคาะชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ลงสู้ศึกรักษาเก้าอี้อีกสมัย

               ไม่ว่าจะเป็นโพลล์ของพรรคประชาธิปัตย์เอง หรือโพลล์ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ก็ชี้ว่า คุณชายสุขุมพันธุ์ จะได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกสมัย ไม่ว่าฝ่ายตรงกันข้ามจะส่งใครลงมาชิงเก้าอี้ก็ตาม

               นิด้าโพลล์ สำรวจความเห็นคนกทม.ทั้ง 50 เขต สุ่มมาได้ 3,356 คน พบว่า ส่วนใหญ่จะเลือก คุณชายสุขุมพันธุ์ แต่ก็น่าสนใจว่า ยังมีอีกร่วม 40% ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใคร

               จะว่าไป คุณชายสุขุมพันธุ์ ก็ใช้กลเม็ดเด็ดพรายวางหมากได้อย่างชาญฉลาด ที่ชิงเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย ตั้งแต่พรรคยังไม่เคาะชื่อ เพื่อดักทางเอาไว้ก่อน

               ถึงขั้นประกาศว่า ถ้าพรรคไม่ส่ง ก็จะลงอิสระ

               บรรดาคณะกรรมการที่เคาะชื่อว่าที่ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกับควันออกหู แต่สุดท้ายก็จำต้องเลือก คุณชายสุขุมพันธุ์ ถึงแม้ขาใหญ่ในพรรคจะเชื่อว่า ส่งใครลงก็น่าจะได้รับการเลือกตั้ง (ยกเว้นเสาไฟฟ้า..ฮา) แต่หากใช้วิธีหักด้ามพร้าด้วยเข่า ตัดคุณชายหมู ออกไป มีหวังคะแนนพรรคกระจัดกระจาย สุดท้ายไม่ได้อะไรสักคน

               พรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้มีปัญหานี้ก็คงจะคว้าพุงปลาไปกินเป็นแน่

               อย่างไรก็ตาม เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เคาะแล้ว คุณชายหมู นั้นดูจะได้เปรียบอยู่หลายขุม เพราะนอกจากฐานเสียง ส.ก.-ส.ข. ที่สุดท้ายแล้วก็ต้องเลือกเดินตามมติพรรค

               "ผมอยากให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย และสะดวกสบายในการเดินทาง" โพสต์ล่าสุดในช่องทางการสื่อสาร "เฟซบุ๊ก" ของคุณชายสุขุมพันธุ์ ที่สื่อไปยังประชาชนคนเมืองหลวง

               ถึงแม้ว่า คุณชายหมู ดูจะเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่สนามกีฬาฟุตซอลหนองจอกอารีน่า ที่สร้างไม่เสร็จทันการเปิดการแข่งขันฟุตซอลโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพไปหมาดๆ ก็คงจะเป็นประเด็นตามหลอน และถูกสะกิดจากฝ่ายตรงกันข้ามอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากคดีความที่ ดีเอสไอ ที่ "บังเอิญ" จนเหลือเชื่อเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหานั่นนี่ กินเวลาเดินหาเสียงไปมากโข

               แต่ก็อย่างว่า ธรรมชาติของการเมือง ยิ่งเป็นการเมืองที่อยู่ในอำนาจก็ยิ่งยากคาดเดา


พงศพัศ : คิดบวก ทำบวก ไม่ทำร้ายใคร

               สำหรับรายล่าสุด (คงไม่สุดท้าย) ที่เพิ่งเปิดตัวไปก็คือตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. ลงสมัคร
รับเลือกตั้ง

               จะว่าไปชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ ก็อยู่ในข่าวนานตั้งแต่ก่อนไปนั่งเก้าอี้เลขาฯ ป.ป.ส. นานแล้วว่ามีคนทาบทามให้เล่นการเมือง และเมื่อไปแหมะที่ เลขาฯ ป.ป.ส. ก็เลยชัดว่า "เอาแน่"

               ยิ่งเห็น "สตอรี่" ที่ได้วางเอาไว้ ในการเปิดแถลงข่าวจับยาเสพติด ขึ้นคัตเอาท์สี่มุมเมืองในโครงการ "บ้านอุ่นใจ" ใหญ่บึ้ม จนคนจากพรรคประชาธิปัตย์โวยลั่นว่า ถ้าจะลงก็เอาป้ายที่เกิดจากงบประมาณของราชการลงเสีย

               ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยที่จะหนุน พล.ต.อ.พงศพัศ นั้นหากนับเอาจากคะแนนที่ได้จากการเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะอยู่ราวๆ 6 แสน แต่ถ้าหวังจากตำรวจด้วยกัน ก็อาจจะได้เพิ่มมาอีกนิด และก็อาจจะได้จากกลุ่มคนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม และเข้าใจไปว่า เพราะฝีมือคุณชาย ก็คงจะเพิ่มอีกนิดหน่อย

               แต่เมื่อดูจากฐานเสียงจัดตั้งในวันนี้แล้ว พล.ต.อ.พงศพัศ ยังห่างจากเส้นชัยอยู่พอสมควร ยกเว้นว่า อีก 60 วันข้างหน้าจะเดินหน้าจนเกิดการพลิกผัน

               สำหรับ พล.ต.อ.พงศพัศ ก่อนหน้านี้ชื่อ "ไพรัช" ถือเป็นดาวเด่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ด้วยวิบากกรรมก็เลยทำท่าว่าจะสะดุดหยุดกึกไปหลายหน เพียงแต่ว่าได้อยู่กับนายดี รวมทั้งไปเปลี่ยนชื่อใหม่ถูกโฉลกก็เลยได้ขึ้นเป็นนายพล และติดยศ "พลเอก" ในทุกวันนี้

               การก้าวขึ้นเวทีชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ หลายคนมองว่า น่าจะทำให้ คุณชายหมู ลำบาก เพราะ พล.ต.อ.พงศพัศ นั้น เชี่ยวชาญการพบปะสื่อ ยุคหนึ่งก็เคยได้ฉายาว่า "ดาราสีกากี" มาแล้ว เพราะขึ้นจอมากกว่าดาราหนังบางคนเสียอีก

               “ตำแหน่ง รองผบ.ตร.อาจทำให้ผมมีความสุข แต่ความทุกข์ของคนกรุงเทพฯ ก็ยังไม่เคยละลายไปจากใจผม หลายครั้งที่เราเคยร้องไห้ด้วยกัน และหลายครั้งที่ได้ฉลองด้วยกันนั้น ผมรู้สึกว่าปัญหาต่างๆ ยังสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเรามุ่งมั่น ผมมั่นใจ" ลีลาเรียกน้ำย่อยที่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวในวันเปิดตัวท่ามกลางคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจอย่างคึกคัก

               เขาย้ำว่า ในการหาเสียง จะคิดบวก ทำบวก ไม่ทำร้ายใคร

 

................

 

(หมายเหตุ : เปิดหน้าเปิดใจ4ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. : เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.)