
สงสัย'ลูกนอกไส้'สั่งฆ่า'แม่'ฮุบมรดก
สงสัย'ลูกนอกไส้' สั่งฆ่า'แม่'...ฮุบมรดก : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
สงสัย'ลูกนอกไส้' สั่งฆ่า'แม่'...ฮุบมรดก : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
เหตุฆาตกรรม "คนึงนิจ เหมือนมี" เศรษฐินีใน จ.นนทบุรี ชุดสืบสวนคาดคนใกล้ชิดน่าจะมีส่วนรู้เห็น เพราะผู้ตายเคยมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สินจำนวนมากกับลูกบุญธรรมและลูกเขย !!
กลางดึกวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา นางคนึงนิจ เหมือนมี อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 4 ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี และ นายปัญญา ธรรมวิทย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ซอยโชติวัฒน์ ซอย 8 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ นั่งฟังเพลงเก่าภายในล็อบบี้โรงแรมเดอะริช จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. จึงเดินทางกลับโดยขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน พฮ 4110 กรุงเทพมหานคร
ระหว่างที่ นายปัญญา ขับรถยนต์ออกจากโรงแรม ระหว่างทางมีรถจักรยานยนต์ขับติดตามแล้วเร่งเครื่องยนต์ขับแซงไปด้านหน้า จากนั้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จอดข้างทางโดยผู้ซ้อนท้ายลงจากรถจักรยานยนต์แล้วชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงใส่กระจกหน้ารถยนต์หลายนัด
ภายหลังเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานในรถยนต์คันเกิดเหตุ พบหัวกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 2 หัว ในเบื้องต้นชุดสืบสวนคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธปืนแบบลูกโม่ เนื่องจากไม่พบปลอกกระสุนในละแวกจุดที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี และพ.ต.อ.สมศักดิ์ ตระการไพโรจน์ ผกก.สภ.บางศรีเมือง พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล ทราบว่า นายปัญญา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าแขนซ้าย 1 นัดอาการสาหัส ส่วน นางคนึงนิจ ถูกยิงเข้าศีรษะ 1 นัด เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวน นายปัญญา ให้ปากคำในเบื้องต้นกับชุดสืบสวนเพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนคลี่คลายคดีว่า การเสียชีวิตของนางคนึงนิจ เชื่อว่าคนร้ายต้องการเอาชีวิตทั้งสองคน น่าจะเกิดจากเรื่องมรดกเพราะนางคนึงนิจ มีฐานะค่อนข้างดีมีที่ดินจำนวนมาก
การสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีอุกฉกรรจ์คดีนี้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่า นางคนึงนิจ เคยแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าถูกคนใกล้ชิด ซึ่งเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานขโมยโฉนดที่ดินไปจำนองได้เงินหลายล้านจนต้องเอาเงินไปไถ่ถอนโฉนดออกมาเอง ต่อมาก็ยังถูกคุกคามข่มขู่หลายครั้ง โดยสันนิษฐานว่าน่าเป็นปมเหตุการฆาตกรรมและพยายามฆ่า
หลังเกิดเหตุเพียงแค่ 3 วัน ชุดสืบสวนพยายามหาข้อมูลที่ตั้งข้อสันนิษฐานจนกระทั่งได้ข้อมูลว่า นายปัญญา และ นางคนึงนิจ อยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยนางคนึงนิจ ไม่มีบุตร จึงเดินทางไปภาคเหนือขอรับเลี้ยงเด็กหญิงคนหนึ่งแล้วจดทะเบียนรับรองเป็นบุตรบุญธรรมมาแล้วหลายสิบปี ภายหลังบุตรบุญธรรมมีสามี เคยนำโฉนดที่ดินและปลอมลายเซ็นเอาไปจำนองไว้เป็นเงินหลายล้านบาท ภายหลัง นางคนึงนิจ ทราบเรื่องจึงไปไถ่ถอนเอาโฉนดที่ดินออกมาแล้วไล่ลูกบุญธรรมกับลูกเขยย้ายออกจากบ้านไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
"คดีนี้มีแนวโน้มว่าบุตรบุญธรรมและลูกเขย น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับคดีฆาตกรรมและคดีพยายามฆ่าที่เกิดขึ้น เพราะหลังเกิดเหตุพยายามติดตามตัวก็ยังไม่พบ นอกจากนี้ การสืบสวนยังพบประเด็นที่มีผู้เอาโฉนดที่ดินมาจำนองเพียง 1 แสนบาทและรับเงินไปเพียง 1 แสนบาท แต่ในสัญญากลับระบุว่า 3 แสนบาท และนางคนึงนิจให้ลูกเขยนำเงินไปให้ผู้เอาโฉนดมาจำนอง 3 แสนบาท ต่อมามีการติดตามทวงคืนกันแต่ผู้จำนองบอกว่าได้รับเงินแค่ 1 แสนบาทและตกลงเคลียร์กันได้แล้ว ซึ่งในประเด็นนี้ไม่น่าจะเป็นมูลเหตุจูงใจ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 กล่าว
แหล่งข่าวในชุดสืบสวน บก.สส.ภ.1 กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนทราบข้อมูลว่าก่อนหน้านี้บุตรบุญธรรมเพิ่งรู้ว่านายปัญญาและนางคนึงนิจ ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง โดยลูกเขยเป็นผู้นำข้อมูลมาบอก อย่างไรก็ตามตอนนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วจะเสนอผู้บังคับบัญชาสรุปสำนวนเบื้องต้นเสนอผู้พิพากษาศาลจังหวัดนนทบุรีพิจารณาอนุมัติหมายจับต่อไป
...........
(หมายเหตุ : สงสัย'ลูกนอกไส้' สั่งฆ่า'แม่'...ฮุบมรดก : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



