ข่าว

ครูใต้ขอความสงบสุขเป็นของขวัญ

ครูใต้ขอความสงบสุขเป็นของขวัญ

15 ม.ค. 2556

ครูใต้ขอความสงบสุขเป็นของขวัญวันครู เผยห่วงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่กระทบการศึกษาเด็ก พร้อมขอมาตรการดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น

                    15 ม.ค.56 ที่โรงเรียนบ้านกาโสด หมู่ 5 ต.บันนังสตา จ.ยะลา นายรอสือลี อาแวกะจิ ครูโรงเรียนบ้านกาโสด อ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า สำหรับสิ่งที่อยากเห็นในวันครูปีนี้ ก็คงจะต้องการความสงบ เพราะว่าขณะนี้การเรียนของนักเรียน การสอนของคุณครูก็ไม่เต็มหน่วย ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกร้องจากใคร สิ่งที่อยากจะได้จริงๆก็คือความสงบ อยากให้อยู่เหมือนเดิม ในอดีตที่ผ่านมาตนเองอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 หรือ 30 กว่าปีมาแล้ว แต่ในรอบนี้รู้สึกลำบาก ทำให้การเรียนการสอนของเด็กได้ไม่ดี การเรียนการสอนก็ตกต่ำ ผลการเรียนก็ตกต่ำ ก็ขอให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วย

                    “สำหรับนักเรียนบ้านกาโสดนั้น ตั้งแต่อดีตทีผ่านมา การเรียนการสอนเด็กที่จบไปนั้นส่วนใหญ่ก็จะเรียนเกือบ 100 % เรียนต่อ ส่วนใหญ่จะไปเรียนต่อในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ก็จะว่าเขาก็ไม่ได้ เพราะว่าเป็นความต้องการของชาวบ้านที่จะให้นักเรียนได้เรียนรู้ในหลักของศาสนาอิสลามด้วย” นายรอสือลี กล่าว

                    ด้านนายอามีน การดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกาโสด อ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า สำหรับวันครู ก็อยากเห็นในเรื่องของความสันติภาพ ซึ่งว่าการศึกษานี้ ด้วยหลักการศึกษาแล้วเป็นตัวสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศชาติ ก็อยากเห็นครูอยู่อย่างปลอดภัย สามารถทำหน้าที่ ปฎิบัติหน้าที่ในการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นปัญหาหลัก เป็นปัญหาแห่งชาติก็เรื่องความไม่สงบที่เป็นปัญหากับครู ซึ่งเหตุร้ายเกิดขึ้นกับครู ขณะนี้ครูก็เสียชีวิตไป 100 กว่าศพแล้ว ที่อยากเห็นในวันครูคืออยากให้ครูอยู่อย่างมีความสุข ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่เพื่อเกิดผลประโยชน์แก่นักเรียนเป็นอย่างมาก การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

                    “ที่ผ่านมา โรงเรียนได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบคือโดนเผามา 2 ครั้งแล้ว ก่อนที่ตนจะมาอยู่ แต่ปัจจุบันใช้ยุทธศาสตร์ในการเข้าหาประชาชน พยายามเน้นความสำคัญ ก็พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนให้ประชาชนรักและห่วงแหน ซึ่งสถาบันหลักของชุมชนเอง โรงเรียน ด้วยส่วนใหญ่ประชาชนไม่เข้าใจว่าโรงเรียนนี้มองเป็นของรัฐ ก็พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนว่าโรงเรียนนี้เป็นของชาวบ้าน เป็นสถานที่ที่ส่งเสริมและพัฒนาลูกหลานของท่านเองให้มีความเจริญก้าวหน้าเพราะเป็นพื้นที่หลัก เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เราเสียภาษีมาก็มาสร้างเป็นอาคารเรียนให้เป็นโรงเรียน ให้เป็นสถานที่ที่ส่งเสริมการศึกษาให้ชาวบ้านนั่นเอง” ผอ.โรงเรียนบ้านกาโสด กล่าว

                    นายอามีน ยังกล่าวอีกว่า ในปัจจุบันนี้ ก็ต้องยอมรับว่าในเรื่องขวัญกำลังใจก็กระทบอยู่บ้าง แต่ก็เอาชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม ตนเชื่อมั่นว่าพื้นที่ตรงนี้ 99% เป็นคนดี แต่ส่วนหนึ่งก็อาจจะไม่แสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็นว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่เชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นตัวสำคัญที่สุดในการพัฒนาบ้านเมือง ทำความรู้ความเข้าใจแก่ชาวบ้านบุตรหลานของท่านต่อไปเพื่อจะลงชาติไทยเอาไว้ให้ยั่งยืนและยาวนาน

                    นางสาวสุขุมาภรณ์ ครูผู้สอนประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านเตาปูน ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า ตนเองเป็นครูมาแล้วกว่า 20 ปี และสอนอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด แม้จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงก็ไม่เคยคิดที่จะขอย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากความผูกพันที่มีต่อเด็กและสถานที่ กับชุมชน ถ้าตนเองไปแล้วใครจะสอนเด็กๆเหล่านี้ และเนื่องในวันครูปีนี้ ตนเองในฐานะครูผู้สอนอยู่ในพื้นที่อยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้น และต้องการเห็นเด็กนักเรียนมีความเจริญก้าวหน้ามีพัฒนาการในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านคุณธรรมที่ระลึกถึงบุญคุณของครูและคนที่ให้ความรู้แก่นักเรียน เพื่อปลูกฝังจริยธรรมที่ดีให้แก่เด็ก

                    “ที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรง การเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ได้ส่งผลกระทบต่อด้านการเรียนการสอน และต่อเด็กโดยตรง เพราะการเรียนจะลดน้อยลง และเด็กก็จะไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ ความรู้ความสามารถของเด็กก็จะด้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กนักเรียนจากพื้นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ความรู้ ทักษะด้านต่างๆ จะมีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่านักเรียนจากภาคกลาง หรือภาคอื่น ที่ไม่ได้ประสบปัญหาความรุนแรง ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของตนเอง ซึ่งเป็นครู แม้จะหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็พยายามที่จะปฏิบัติตน ให้กลมกลืน และไม่ฝืนกับวัฒนธรรม ของคนรอบข้าง ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในพื้นที่มีความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง มีความยุติธรรมให้กับทุกคน ทุกชาติทุกศาสนา ไม่มีการแบ่งแยกกัน” นางสาวสุขุมาภรณ์ กล่าว

                    ด้านนางญานิกา ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนบ้านเตาปูน ก็เปิดเผยว่า ตนเองสอนอยู่ที่นี้มาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ก็เคยคิดที่จะขอย้ายออกจากพื้นที่เมื่อเกิดเหตุร้ายหรือเหตุความรุนแรง ซึ่งกระทบกระเทือนต่อจิตใจเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นแค่เพียงความคิด เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปก็ นึกเป็นห่วงเด็กและการศึกษาของเด็ก หากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง ตนเองก็อยากจะสอนอยู่ที่นี้ต่อเนื่องไป เพราะความผูกพันที่มีต่อเด็ก เราต้องเอาใจใส่เด็กในพื้นที่ให้มาก และห่วงเรื่องของการศึกษา เนื่องในวันครูปีนี้ ตนเองก็อยากขอให้มีมาตรการ การดูแลครูในพื้นที่ที่มีความชัดเจน และดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการดูแลความปลอดภัยครูให้มากขึ้น

 

ผู้ว่าฯยะลาเรียกถกวางมาตรการป้องกันคนร้ายเผากล้องซีซีทีวี

 

                    จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกระจายกำลังตามพื้นที่ต่างๆใน 7 อำเภอของ จ.ยะลา ออกปฎิบัติการลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิด ในพื้นที่ต่างๆ จนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดในช่วงเวลา 04.00 - 05.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2556 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

                    ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) ชั้น 3 อาคารศาลากลางยะลาส่วนขยาย (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เรียกประชุม หน่วยกองกำลังในพื้นที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องประชุมเข้ม เพื่อหารือมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ และบุคคลกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ หลังคนร้ายก่อเหตุลอบวางเพลิงกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จ.ยะลา 47 จุด เกิดเหตุทั้งหมด 7 อำเภอ ทำให้กล้องวงจรปิดเสียหายจำนวน 76 ตัว เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 14 ม.ค.56 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอในพื้นที่ จ.ยะลา เข้าร่วมในการประชุม

                    นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตรวจสอบสาเหตุการณ์ลอบวางเพลิงทำลาย กล้อง CCTV ตลอดจนแนวโน้ม รวมทั้งผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากการลอบวางเพลิงทำลาย กล้อง CCTV ว่าจะไปกระทบต่อระบบการรักษาความปลอดภัยในด้านอื่นๆ หรือไม่อย่างไร เช่น การรักษาความปลอดภัยครู การรักษาความปลอดภัยกลุ่มไทยพุทธ หรือกลุ่มเสี่ยงต่างๆ และจะได้มีการทบทวนแผนการรักษาความปลอดภัยในช่วงที่ผ่านมา สำหรับในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ก็ต้องขอบคุณทุกกองกำลัง ภายใต้สังกัด กอ.รมน.จังหวัด รวมทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายพลเรือน เพราะที่ผ่านมา สามารถดำเนินการตามาตรการการรักษาความปลอดภัย ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ครู ได้รับความปลอดภัย โรงเรียนไม่มีการปิด หรือเผา รวมทั้งการจัดงาน หรือ กิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2555 จนถึงงานวันเด็ก ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

                    ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามก็ต้องมาทบทวนกับมาตรการที่ได้ใช้ไปแล้วว่า ยังมีจุดบกพร่อง หรือยังไม่รัดกุมในจุดไหน โดยเฉพาะการถูกคนร้ายลอบวางเพลิงกล้อง CCTV เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อระบบการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ที่จะไปกระทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และทางราชการในส่วนรวมต่อไป

                    นอกจากนี้แล้วตนเองยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายของกล้อง CCTV ตรวจสอบถึงความเป็นมา และประวัติของกล้อง CCTV แต่ละตัว เพราะกล้องที่ได้รับความเสียหาย บางส่วนเป็นกล้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยู่นอกเมือง นอกเขตเทศบาลนครยะลา โดยเพิ่งได้รับการอุดหนุนจากกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น โดยทางท้องถิ่นได้ร้องขอสนับสนุนกล้อง เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ ส่วนมูลค่าความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ สำหรับในด้านคดี ได้เร่งรัดให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำพยานหลักฐานที่ได้ในที่เกิดเหตุ ติดตามจับกุม คนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็ว