ข่าว

'นายกฯ'รับมีช่องโหว่คุมไฟใต้

'นายกฯ'รับมีช่องโหว่คุมไฟใต้

15 ม.ค. 2556

'ปู' รับมีช่องโหว่ดูแลความปลอดภัยจว.ชายแดนใต้ จี้ทบทวนจุดติด CCTV หวั่นถูกทำลายซ้ำ ชู 'พงศพัศ' ทำงานเพื่อปชช.มานาน อ้อนขอโอกาส 'พท.' รับใช้ชาวกทม.

                     15 ม.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการลอบเผากล้องซีซีทีวี (CCTV) ในพื้นที่ 7 อำเภอในจังหวัดยะลาว่า ตนทราบข่าวแล้ว ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ สำหรับประเด็นนี้เราได้ย้ำในที่ประชุมความมั่นคงหลายครั้งแล้ว ว่าการติดตั้งกล้องซีซีทีวีต่างๆ ต้องใช้หลักในการบูรณาการ และจุดที่ติดตั้งต้องแน่ใจว่าจะไม่ถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                     อย่างไรก็ตามกล้องซีซีทีวีนั้นเป็นสื่อหนึ่งที่เราต้องใช้เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามดูแลเพื่อความปลอดภัย ก็คงจะให้นำประเด็นต่างๆนี้ไปหารือว่าจะมีวิธีการบูรณาการอย่างไร เพราะวันนี้เราได้มีการสั่งการแล้วว่าหน่วยงานที่จะซื้อซีซีทีวีนั้นขอให้มีการบูรณาการร่วมกันในการกำหนดจุดติดตั้งและการดูแลด้วย ไม่ใช่ว่าติดตั้งแล้วถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำอีก

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการเฝ้าระวังมีช่องโหว่อย่างไรกล้องซีซีทีวีจึงโดนทำลาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าช่องโหว่นั้นมีอยู่ในช่วงรอยต่ออยู่แล้ว ในเรื่องของกำลังคนการดูแล การบูรณาการ ก็กำลังทำอยู่และเร่งรัดตลอดเวลา ก็ยอมรับว่าช่วงนี้ยังมีรอยต่อต่างๆและเราเองก็เน้นในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยชีวิตผู้คนเป็นหลักก่อน ส่วนการดูแลทรัพย์สินก็ต้องทำตามมาควบคู่กันไป

                     เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ระบุว่าเหตุการลอบเผากล้องซีซีทีวี มีเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจการบริหารจัดการกล้องซีซีทีวีมาเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน

 

'นายกฯ'ชู'พงศพัศ'มุมานะ-อ้อนขอโอกาส

 

                     น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์แนวทางการช่วยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) จากพรรคเพื่อไทยหาเสียงของรัฐบาลว่า พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่มานาน ถือว่าเป็นคนที่ลงไปพบปะกับประชาชนมามาก เชื่อว่าจะนำประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้มาทำงาน ประกอบกับความมุ่งมั่นมุมานะ เรียกว่าเป็นผู้หนึ่งที่เป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในการพิจารณา

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยังมองว่าพล.ต.อ.พงศพัศ ยังเป็นรองคู่แข่งโดยเฉพาะม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯกทม.ว่าที่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในเชิงของการทำงานในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.แน่นอน พล.ต.อ.พงศพัศ ยังไม่เคยทำงานนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้ลงพื้นสัมผัสกับประชาชน เชื่อว่าตรงนี้ต้องให้โอกาสพล.ต.อ.พงศพัศ ในการทำงาน และชี้แจงนโยบาย ซึ่งจะมีการชี้แจงนโยบายของพรรคเพื่อไทยออกมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

                     เมื่อถามว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยวางยุทธศาตร์การหาเสียงไว้อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องการทำงานร่วมกันมากกว่า เรามองว่าการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญระหว่างกทม.กับส่วนของรัฐบาล วันนี้จะเห็นว่าหลายนโยบายแน่นอนในภาพรวมรัฐบาลกำหนดนโยบาย แต่ผู้ที่ทำงานคือท้องถิ่นหรือจังหวัด โดยเฉพาะกทม.เป็นเมืองหลวงพื้นที่สำคัญที่จะต้องทำงานควบคู่กับรัฐบาล ถ้าเป็นการทำงานแบบนี้เชื่อว่าการทำงานขับเคลื่อนต่างๆจะรวดเร็วขึ้น

                     ต่อข้อถามว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ระบุจะทำงานแบบไร้รอยต่อกับรัฐบาลนายกฯคิดว่าจะจูงใจคนกทม.ได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องรอผลการเลือกตั้ง แต่ต้องเรียนว่าเป็นสิ่งที่เรามีความปราถนา เพราะว่าถ้าเราทำงานโดยมีมือสองมือที่ทำงานประสานงานกัน ถ้าทำไปคนละทางแน่นอนจะเดินไปในทิศทางที่ช้าบ้าง ถ้าทำงานในทิศทางยุทธศาสตร์ใหญ่ของประเทศก่อน และถ้าเห็นพ้องต้องกันแล้วเราเดินโดยต่างคนต่างทำภารกิจของตนเอง กทม.ทำภารกิจของกทม.รัฐบาลทำภารกิจของรัฐบาลแต่การทำงานที่ประสานกันอย่างไร้รอยต่อในความหมายนี้จะทำให้งานต่างๆขับเคลื่อนเป็นเอกภาพ

                     เมื่อถามว่า นายกฯมีแผนที่จะไปหาเสียงช่วยพล.ต.อ.พงศพัศด้วยตัวเองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ไปค่ะ คงจะไปหลังเลิกงาน และคงจะแล้วแต่เท่าที่มีโอกาส" เมื่อถามอีกว่า เสียงที่นายกฯขอโอกาสคนกทม.ออกไปนี้คิดว่าคนกทม.จะได้ยินหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "ก็คงต้องขออนุญาตผ่านทางสื่อมวลชนวันนี้ล่ะค่ะ เพราะจริงๆแล้วพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่มีโอกาสรับใช้คนกทม.ก็หวังว่าคนกทม.จะให้โอกาสพรรคเพื่อไทยบ้าง"

                     จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามนายกรัฐมนตรี ถึงเรื่องที่คณะนิติราษฎร์เสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่อาจจะกลายเป็นระเบิดแห่งความขัดแย้งขึ้นอีกหรือไม่ รวมทั้งเรื่องที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)ทำหนังสือถึงกระทรวงวพาณิชย์เพื่อทวงถามเงินค้างจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 2.7 หมื่นล้าน โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แต่เดินยิ้มฝ่าออกจากวงล้อมผู้สื่อข่าว ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปทันที

 

'ปู'ยันดูแลชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม

 

                     น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการจับกุมขบวนการลักลอบนำชาวโรฮิงญาเข้าเมืองผิดกฎหมาย ที่จ.สงขลา เพื่อเตรียมส่งต่อไปมาเลเซียว่า วันนี้ (15 ม.ค.) ทางสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะหารือกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ซึ่งคงจะมีการแถลงข่าวให้ทราบถึงรายละเอียด โดยระหว่างนี้เราจะดูแลชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ตามหลักมนุษยธรรม

                     ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายของรัฐบาลจะทำอย่างไรกับคนกลุ่มนี้ในเมื่อเข้ามาอยู่ที่ประเทศไทยแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างแรกเราต้องดูแลตามหลักมนุษยธรรม แต่ว่าการที่จะส่งกลับนั้นต้องมีการหารือกับทางยูเอ็นด้วยว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งระหว่างนี้เราต้องดูแลตามหลักมนุษยธรรมที่จะต้องช่วยเหลือ โดยเฉพาะเด็กเล็กต่างๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลให้ ส่วนความเป็นไปได้ที่จะส่งกลับประเทศหรือส่งไปประเทศที่สามตอนนี้ยังไม่มี เพราะต้องดูถึงสาเหตุด้วยว่าจะต้องกลับไปที่ใด ซึ่งคงจะต้องมีการหารือกับทางด้านประเทศต้นทางที่จะรับด้วย ซึ่งระหว่างนี้เราต้องดูแลไปก่อน