ข่าว

'พงศ์เทพ'แจงมาตรการดูแลครูใต้

'พงศ์เทพ'แจงมาตรการดูแลครูใต้

15 ม.ค. 2556

'พงศ์เทพ' แจงมาตรการดูแลครูใต้ เมินปัญหาครูไม่พอ ชี้มีบัณฑิตอาสาช่วยสอนเสริม เผยนัด 'มธ.-จุฬาฯ-ราม' ถกแนวทางแก้รธน. ด้าน 'ส.ว.' แนะพัฒนาครู-คุณภาพการศึกษา

                       15 ม.ค.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม. ถึงการดูแลความปลอดภัยให้กับครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันครูว่า ครั้งสุดท้ายที่ตนและนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ไปพบกับสมาพันธ์ครูภาคใต้ และได้ข้อสรุปจากครูว่ามาตรการในการรักษาความปลอดภัยนั้น ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตัวแทนครูและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่อยู่ที่ในพื้นที่ ซึ่งประสานทำงานร่วมกันนั้น ได้หลักการตรงกันแล้วว่า การดูแลความปลอดภัยจะปรับไปตามความรุนแรงของสถานการณ์ เพราะความเข้มข้นของเหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะต้องปรับวิธีการให้เหมาะสมกับพื้นที่ ช่วงเวลาใดที่เสี่ยงมากก็ต้องยกระดับการดูแลเพิ่มขึ้น ซึ่งครูในพื้นที่ก็พอใจ ทั้งนี้มาตรการการดูแลความปลอดภัยไม่หยุดนิ่งแน่นอน

                       เมื่อถามว่าครูในพื้นที่ที่มีอยู่ในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ ถือว่ามีจำนวนเพียงพอหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ถือว่าพอ และขณะนี้มีครูช่วยสอนซึ่งเป็นบัณฑิตอาสาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จะเข้าไปช่วยทำการสอนเสริมในบางสาขาที่ขาดแคลน และขณะนี้ครูส่วนใหญ่ยืนยันที่จะสอนอยู่ในพื้นที่ แต่บางโรงเรียนที่ห่างไกลและเสี่ยงมากก็ย้ายออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราวก่อนในช่วงที่สถานการณ์มีความเสี่ยง

 

'พงศ์เทพ'เผยนัด 3 มหาวิทยาลัยถกแนวแก้รธน.เย็นนี้

 

                       นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงความคืบหน้าการทำประชามติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่า จะมีการรายงานต่อที่ประชุมครม.ให้ได้รับทราบถึงการหารือระหว่างคณะทำงานพิจารณาแนวทางการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับผู้แทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนการหารือกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามตินั้น ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ทำหนังสือประสานไปยังสถาบันการศึกษาเหล่านั้นแล้ว ซึ่งตนได้เชิญตัวแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาหารือกันที่กระทรวงศึกษาธิการ ในวันนี้ (15 ม.ค.) เวลา 16.30 น. ส่วนสถาบันอื่นๆนั้น ตนยังไม่ได้มีการนัดหมาย แต่ถ้าสถาบันใดต้องการนำเสนอข้อมูลหรือความคิดเห็น ก็สามารถประสานนัดการหารือได้ต่อไป โดยเราเปิดรับแนวคิดหรือข้อเสนอต่างๆอยู่แล้ว

                       เมื่อถามถึงกรณีที่รายงานข่าวว่ากกต.เกรงว่ารัฐบาลจะยืมมือกกต.เพื่อหาทางล้มการประชามติ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ยืมมือกกต.อย่างแน่นอน แต่เป็นการสอบถามและหารือกับ กกต.เพราะเป็นผู้จัดการและออกกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ซึ่งเราได้แจ้งต่อนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. ถึงประเด็นที่เราอยากจะหารือกับกรรมการกกต. เมื่อถามต่อว่าในเมื่อ กกต.ที่เป็นผู้ปฏิบัติในเรื่องนี้ก็มองว่ามีข้อกังวลหรือตั้งข้อสังเกตในการทำประชามติ คิดว่าควรจะต้องแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ถ้า กกต.มีความเห็นในเรื่องข้อกฎหมายแบบไม่สนิทใจ ตนเชื่อว่ากกต.จะหาข้อยุติได้ ต่อข้อถามว่าในวันนี้ยังถือว่าการทำประชามติสามารถเดินหน้าต่อไปได้ หรือมาถึงทางตันแล้ว นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเดินอยู่

 

'ส.ว.' แนะ 'รบ.-ศธ.' เน้นพัฒนาครู-คุณภาพการศึกษา

 

                       ในการประชุมวุฒิสภา ได้มี ส.ว. หารือต่อประเด็นการให้ความสำคัญของการศึกษา รวมถึงการพัฒนาคุณภาพครู เนื่องในวันครูแห่งชาติ วันที่ 16 ม.ค.56 โดยนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา หารือไปยังรัฐบาลและนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อประเด็นการทบทวนนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หลังจากที่มีเสียงสะท้อนของครูในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุว่าปัญหาของประเทศขณะนี้ คือ เรื่องของคุณภาพการศึกษา

                       ทั้งนี้เมื่อเร็วๆนี้ เวิร์ดอีโคโนมิก ฟอรั่ม ประเมินว่าคุณภาพการศึกษาของไทยอยู่ลำดับที่ 8 คือลำดับท้ายสุดในอาเซียน หากประเมินคุณภาพการศึกษาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการยึดค่าโอเนต ทำให้ทุกคนทุ่มเทเฉพาะเรื่องโอเนต แต่ไม่ได้คำนึงว่าคุณภาพการศึกษาไทย หรือ อาเซียน ไม่ได้เน้นแค่ จำได้ หมายรู้เท่านั้น ต้องพิจารณาเรื่อง กาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาด้วย

                       “ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคิดไม่ออกว่าจะพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างไร ขอให้กลับไปดูความหมายของคำว่าคุณภาพใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตอนนี้ถึงเวลาทบทวนคุณภาพการศึกษาของประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศในอาเซียนได้ อย่าเน้นไปเฉพาะเรื่องการดูแลทรงผม” นายตวง กล่าว

                       ขณะที่นายนายภิญโญ สายนุ้ย ส.ว.กระบี่ หารือว่า ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและดูแลครู ที่มีกว่า 6 แสนคน โดยการจัดตั้งให้คณะกรรมการข้าราชการครู เป็น 1 ในองค์กรของกระทรวงศึกษาธิการ แทนปัจจุบันที่อยู่ภายใต้หน่วยงานของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

                       ด้าน น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี หารือว่า เกี่ยวกับปัญหาเรื่องทรงผม ตนขอเสนอแนะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้ชัดใน 2 แนวทางคือ แจ้งให้ทุกโรงเรียนใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2518 แทนกฎกระทรวง ปี 2515 และประกาศให้ชัดถึงวิธีการพัฒนาการศึกษา อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสนใจเรื่องทรงผมมากกว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษา