ข่าว

ควันหลงวันเด็ก

ควันหลงวันเด็ก

15 ม.ค. 2556

ควันหลงวันเด็ก : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

              เมื่อทุกปีมีวันเด็ก ก็ต้องมีงานวันเด็ก มีคำขวัญวันเด็ก

              ก็ย่อมแน่นอนที่จะต้องมีการเขียนคอลัมน์ที่ว่าด้วยเรื่องวันเด็กแบบนี้

              ถือเป็นการโหนกระแสวันเด็กไปด้วยนะครับ แม้ว่าวันเด็กจะผ่านไปแล้ว และตัวกระผมเองก็ผ่านวันเด็กมาหลายปีแล้วครับผม

              ที่อยากจะเขียนถึงก่อนก็คือคำขวัญวันเด็ก ซึ่งบอกตรงๆ ว่า ผมชอบปีแรกมากที่สุดคือ พ.ศ.2499 สมัยปีสุดท้ายของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นั่นคือ "จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม"

              ถือเป็นคำขวัญง่ายๆ ที่ให้ความสนใจในการช่วยเหลือคนอื่น

              ไม่ได้มาพูดเรื่องวินัย ความก้าวหน้า การประหยัด ความสามัคคี

              และที่สำคัญคือคำว่า "คุณธรรม" ที่อธิบายและจับต้องได้ยาก

              แต่ก็ต้องยอมรับว่า คำขวัญสมัยปีที่สองของคุณอภิสิทธิ์ เมื่อพ.ศ.2554 ที่ว่า "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" ก็ดีเด่นเช่นกัน เพราะพูดถึงสิ่งที่เรียกว่าจิตสาธารณะ แม้ว่าจะยังไม่ได้อธิบายรายละเอียด แต่ก็ถือว่าแปลกใหม่

              นอกนั้นที่อยากจะพูดถึงชีวประวัติของคำขวัญวันเด็ก โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกทำดี และมีคุณธรรม ซึ่งไม่ได้เคยอธิบายอย่างชัดเจนเหมือนสองปีที่กล่าวไปแล้วก็น่าสนใจยิ่ง

              สมัย จอมพล ถนอม มีอยู่สามปีที่เน้นเรื่องการทำดี (เพียรทำดี 2508 ประพฤติดี 2513 เพียรกระทำดี 2514)

              สมัยป๋าเปรม เน้นคำว่าคุณธรรม (2524, 2526, 2528, 2529, 2530, 2531)

              ที่น่าสนใจคือ พล.อ.ชาติชาย ก็เอากับเขาด้วย เรื่องคุณธรรม (2532, 2533, 2534)

              ตรงนี้น่าสนใจเพราะกระแสเรื่องคุณธรรมนั้นขึ้นมาตั้งแต่ ยุคป๋า จนถึงยุคน้าชาติ ซึ่งก็ต้องมานั่งวิเคราะห์กันต่อว่า ทำไมกระแสเรื่องคุณธรรมถึงได้กินเวลาต่อเนื่องยาวนานขนาดนั้น

              ทางหนึ่งก็คงต้องเดาว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มเฟื่องฟู ก็คงต้องมีการพูดเรื่องคุณธรรมบ่อยครั้ง หรืออาจจะต้องเดาต่อว่าอาจเป็นไปได้ว่าเงื่อนไขสำคัญของความชอบธรรมในยุคป๋านั้นคือเรื่องของการถือเอาคุณธรรมนำหน้าการเมืองและการทหาร

              ดังนั้นแม้ว่าจะไม่เคยมีปีไหนเลยที่จะใช้คำว่าต้องไม่โกงบ้านกินเมือง แต่กระนั้นก็ตาม เงื่อนไขของการพูดถึงคุณธรรมที่ค่อนข้างล่องลอยในคำขวัญนั้นก็น่าสนใจ

              ผิดกับกระแสในวันนี้ ที่นอกเหนือจากเรื่องของคำขวัญวันเด็กที่ดูเหมือนทุกคนจะลืมๆ กันไปหมดแล้ว เราก็มักจะเห็นป้ายที่ออกมาสอนเยาวชนไทยให้ไม่โกง ซึ่งไม่สามารถเชื่อมโยงอะไรกับชีวิตประจำวันของเด็กได้จริงๆ

              พูดง่ายๆ ว่าเป็นป้ายหลอกด่านักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามมากกว่า เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ถ้าในป้ายไม่ให้โกงนั้น ก็คงจะต้องไปเอาทุกสาขาอาชีพของคนที่โกง มาประณามไม่ใช่หรือ

              นอกเหนือจากที่พูดไปแล้ว ยุคชวนหนึ่งก็ไม่ได้เน้นเรื่องของคุณธรรมในคำขวัญ มามีเอาในปี 2543 และ 2544

              และก็มาถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สองปีซ้อน (2550 และ 2551) และมีหนึ่งปีของคุณอภิสิทธิ์ที่เน้นเรื่องนี้คือ 2553
'
              หรือว่าวันนี้เราอาจจะต้องเปลี่ยนการรณรงค์เรื่องการไม่โกง เป็นการรณรงค์และปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระบวนการทางการเมืองที่สามารถตรวจสอบการไม่โกงและมีคุณธรรมได้ เช่น การพูดถึงว่าถ้าอยากส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรม เด็กก็ต้องมีสิทธิตรวจสอบผู้ใหญ่ และได้รับการปกป้องจากทางกฎหมายที่รอบด้าน หรือแม้กระทั่งเรื่องของการที่เด็กสามารถมีส่วนร่วมและตรวจสอบการบริหารจัดการโรงเรียน และโครงการรณรงค์ที่ทำให้เด็กเป็นผู้รับสารมากขึ้น?

              รณรงค์และสร้างให้มันจริงในฐานะส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวันเด็กในปีหน้า ทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาตรวจสอบและถามคำถามกับผู้ใหญ่ได้ น่าจะดีกว่าพาเด็กไปนั่งเก้าอี้หรือปีนรถถังเฉยๆ นะครับ