
'พม่า'โจมตี'คะฉิ่น'อีกครั้งตาย3เจ็บ3
พม่าเปิดฉากโจมตีรัฐคะฉิ่นครั้งล่าสุด มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 3 คน
14 ม.ค. 56 เว็บไซต์นิตยสารอิระวดีของพม่า รายงานว่า กองทหารฝ่ายรัฐบาล ได้ยิงกระสุนปืน ค. ไปตกในบริเวณหมู่บ้านในเมืองไลซา รัฐคะฉิ่น ที่ชาวบ้านกำลังล้อมวงผิงไฟให้ความอบอุ่นร่างกาย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 3 คน
สตีฟ ทิคเนอร์ ช่างภาพของอิระวดี ได้เข้าไปยังที่เกิดเหตุ หลังการโจมตีผ่านไปแค่ 7 นาที และพบว่า ผู้เสียชีวิต 3 คน ได้แก่ เด็กชายวัย 14 ปีหนึ่งคน , ชายชาวคะฉิ่นเชื้อสายจีนวัย 76 ปีและภรรยา ที่กำลังนั่งอยู่หน้าบ้านในช่วงที่เกิดการโจมตี ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวน 3 คน
กระสุนปืนใหญ่ถูกยิงไปตกใจกลางเมืองไลซา ตั้งแต่เวลา 08.10 น. ของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นหนึ่งในผู้ไร้ที่อยู่อาศัย 15,000 คน ที่ลี้ภัยไปอยู่ในเมืองไลซา ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการของกองทัพเอกราชคะฉิ่น ซึ่งต่อสู้กับกองทัพฝ่ายรัฐบาลอย่างดุเดือด ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบริเวณรอบหุบเขาไลซา พวกกองกำลังคะฉิ่นที่บาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไลซาให้เห็นเป็นประจำ รวมถึงการทำพิธีศพให้ผู้เสียชีวิตด้วย
ด้านพันเอก เจมส์ ลัม เดา ของกองทัพเอกราชคะฉิ่้น เปิดเผยว่า กระสุนปืนใหญ่ 3 ลูก ถูกยิงไปตกที่ใจกลางเมืองไลซา และเป็นครั้งแรกที่มีการยิงถล่มเมืองไลซา ผู้เห็นเหตุการณ์ในเมืองไลซายืนยันว่า มีการยิงถล่มโดยตรง ผู้คนพากันหวาดกลัว แม้ว่าการโจมตีจะยุติลง แต่พวกเขาก็พากันวิตกว่า การโจมตีจะยังมีอีก และการโจมตีไม่ได้พุ่งไปที่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น
ประชาชนจำนวนมาก พากันไปหลบภัยในพื้นที่ใกล้ชายแดนติดกับประเทศจีน เชื่อว่าในเมืองไลซามีประชาชนในพื้นที่ 2 หมื่นคน และพวกที่ไร้ที่อยู่อาศัยอีก 15,000 คน พวกเขายอมรับว่า ไม่มีที่จะหนีอีกแล้ว นอกจากข้ามไปฝั่งจีน แต่เมื่อเดือนสิงหาคม จีนได่เคยผลักดันผู้อพยพหลายพันคน กลับไปยังฝั่งพม่า
การปะทะกันระหว่างกองกำลังคะฉิ่นกับทหารฝ่ายรัฐบาล ได้เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้บดบังการปฏิรูปการเมืองในพม่า และกระบวนการสันติภาพ ที่ถูกมองว่า เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พม่าหลุดพ้นจากการตกอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมาหลายสิบปี
สหรัฐและสหประชาชาติ ได้ประณามกองทัพที่ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อรัฐคะฉิ่น ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา นับจากปี 2554 มีชาวคะฉิ่้นหลายหมื่นคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อการหยุดยิงระหว่างรัฐบาลและกองกำลังเอกราชคะฉิ่น ขาดสะบั้นลง ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ยังไม่ได้รับการยืนยัน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



