
หวังหว่านเงินลงทุนเข้าระบบส.ค.นายกฯดึงเอกชนร่วมฟื้นเชื่อมั่น-ธปท.ชี้ดูบาทในภาพรวม
นายกฯ หวัง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านฉลุย เม็ดเงินเข้าระบบ ส.ค.นี้ ดึงภาคธุรกิจและประชาชนร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น หอการค้าพร้อมร่วมมือ แต่รัฐบาลต้องทำการเมืองให้นิ่ง ด้าน ธปท.ยันดูแลเงินบาทให้เหมาะสม คำนึงถึงเศรษฐกิจในภาพรวม เผยเศรษฐกิจ เม.ย.หดตัวน้อยลง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นักธุรกิจจะช่วยอย่างไร” จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ว่า ในสัปดาห์หน้าหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเรียบร้อย และสภาจะผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินได้ในสัปดาห์ถัดไป หลังจากนั้นรัฐบาลจะเตรียมการเพื่อให้มีการกู้เงินและนำเงินเข้าสู่ระบบการลงทุนให้ได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งหวังว่าจะมีการจ้างงาน 1.5-2 ล้านคน และทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม ต้องให้ภาคธุรกิจและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ส่งสัญญาณถึงทิศทาง หรือมีมาตรการจูงใจ
"การพัฒนานับจากนี้ แค่ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจคงไม่พอแล้ว ต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เช่น นโยบายพลังงาน นโยบายพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หากไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม นโยบายเหล่านี้จะไม่สามารถเดินหน้าได้ในอนาคต ดังนั้น การมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลยึดถือ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนยินดีให้ความร่วมมือประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างแท้จริง เพราะความเชื่อมั่นเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง ที่ผ่านมาหอการค้าก็ช่วยเป็นกระบอกเสียงชี้แจงข้อเท็จจริงประเทศไทยให้ต่างประเทศทราบ ซึ่งความเชื่อมั่นของไทยต้องขึ้นกับสถานการณ์การเมือง และหากคิดจะสร้างปัญหาให้ประเทศก็ถือว่าแย่มาก แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในเดือนเมษายน 2552 ยังคงหดตัวจากระยะเดียวกันของปีก่อน แต่มีสัญญาณดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม ส่วนการดูแลค่าเงินบาทนั้น ธปท.ก็ดูแลอยู่ แต่ต้องให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจด้วย นโยบายเศรษฐกิจมหภาคคงไม่ได้ไปดูแลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ต้องดูให้ครบถ้วน ถ้าผู้ส่งออกได้ค่าเงินอ่อนและได้ผลตอบแทนสูง แต่ในขณะเดียวกันต้องนำเข้าน้ำมันเป็นเงินบาทราคาสูงก็จะกระทบกับทุกคนที่บริโภคน้ำมันเหมือนกัน



