
หมอแนะวิธีช่วยเด็กเบื้องต้น
หมอแนะวิธีช่วยเด็กเบื้องต้น
เพราะเด็กจำนวนมากไม่สามารถร้องบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้ นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รักษาการเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงได้แนะนำวิธีการดูแลและช่วยเหลือเด็กที่ได้รับอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ต่างๆ
นพ.ประจักษวิช กล่าวว่าหากเด็กได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การกระทบกระเทือนทางศีรษะ และการได้รับกระทบกระเทือนในอวัยวะภายใน หากมีเลือดออกมากให้ใช้เสื้อหรือผ้าสะอาดมากดที่บาดแผลให้แน่นเป็นเวลา 5-10 นาที สำหรับเด็กที่มีอาการชัก ต้องทำให้ทางเดินหายใจโล่ง โดยการตะแคงศีรษะไปด้านข้างให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้น้ำลาย เสมหะ หรือเศษอาหารไหลออกมาจากคอได้สะดวก ขณะเดียวกันก็ป้องกันการสำลัก การอุดตันของหลอดลม ที่สำคัญอย่าพยายามงัดปากหรือใช้ช้อนกดลิ้นเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหัก หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดในหลอดลมได้
"ในกรณีมีสิ่งแปลกปลอมติดคอในเด็กนั้น หากเป็นเด็กทารกให้นำเด็กนอนคว่ำลงบนท้องแขน ให้มือรองอยู่ที่ศีรษะ คอ และหน้าอก จับให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัว จากนั้นให้ใช้สันฝ่ามือกระทุ้งเร็วๆ 4 ครั้งติดต่อกัน ตรงบริเวณสะบักทั้งสองข้าง ทารกจะไอเอาสิ่งแปลกปลอมออกมา ส่วนเด็กก่อนวัยเรียน ให้จับเด็กนั่งและใช้มือด้านหนึ่งพยุงหน้าอกของเด็กไว้ โน้มศีรษะเด็กให้ต่ำกว่าหน้าอก หรืออยู่ในระดับเดียวกัน จากนั้นใช้สันฝ่ามืออีกข้าง กระทุ้งเร็วๆ 4 ครั้งติดต่อกัน เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา และรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว" รักษาการเลขาธิการ สพฉ. กล่าว
นอกจากนี้คุณหมอยังกล่าวอีกว่า หากเด็กกลืนกินสารพิษเข้าไป ให้สังเกตว่าเป็นประเภทกรดหรือด่าง อาทิ แล็คเกอร์ ทินเนอร์ น้ำยาล้างห้องน้ำ ไม่ควรทำให้เด็กอาเจียนเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารเข้าไปในหลอดลมและปอดทำให้อักเสบ ทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร ลำคอของเด็กอีกครั้งหนึ่ง ส่วนสารพิษที่ไม่ใช่กรดและด่าง อาทิ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำหาย ยาทาเล็บ สามารถให้ทำให้เด็กอาเจียน โดยใช้นิ้วสะอาดล้วงคอหลังจากเด็กกินนมแล้ว นอกจากนี้ควรเก็บขวดสารพิษไปที่โรงพยาบาลด้วยเพื่อความแม่นยำในการให้การช่วยเหลือ



