
'เฉลิม'อวยพร'พงศพัศ'ชนะลต.ผู้ว่าฯกทม.
'เฉลิม' อวยพร 'พงศพัศ' ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมเปิดสายด่วน 1386 แจ้งเบาะแสยาเสพติดในชุมชน
14 ม.ค.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ เลขาฯปปส. ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ตนรู้สึกเสียดายในการตัดสินใจลาออกของ ชพล.ต.อ.พงศพัศ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ในการเปลี่ยนวิถีชีวิตการทำงาน ซึ่งก็ขออวยพรให้ พล.ต.อ.พงศพัศ ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้ ซึ่งตนจะช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยนั้นจะเป็นรองฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม อย่างไรก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้สมัครในเรื่องของการหาเสียงและนโยบายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าจะไม่ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ทำให้ตำรวจต้องทำผิดกติกาในการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ตนขอฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบการเลือกตั้ง ให้ทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใสและเป็นกลาง
'เฉลิม' เปิดสายด่วน 1386 แจ้งเบาะแสยาเสพติดในชุมชน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ปปส. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านยาเสพติด พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ.10) ดูแลงานด้านยาเสพติด เข้าร่วมงาน ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ไม่ได้เข้าร่วมงานดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงานดังกล่าว ได้มีการถ่ายทอดสดออกอากาศทางช่องสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และทางสถานีวิทยุ 44 สถานี ตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00-11.45 น. โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลยาเสพติด ให้กับตำรวจ ผ่านทางสายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ที่ตนเองมารับหน้าที่ดูแลเรื่องยาเสพติดครั้งนี้ถือว่าทำได้ดีเพราะนายกรัฐมนตรีมอบงานให้ขาดให้มีอำนาจในการตัดสินใจ การป้องกันและปราบปรามได้ผลดี ไม่มีการฆ่าตัดตอนเคาระสิทธิ์ของประชาชน และพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นแหล่งพักยาเสพติด กว่าร้อยละ 60 ของประเทศ ฉะนั้น หากตำรวจทั้ง 88 สถานีตำรวจ ได้ทำงานร่วมกับ 50 เขตของกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด จะทำให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า โครงการบ้านอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืนสามารถลดจำนวนผู้เสพยาลงได้เป็นจำนวนมาก ตอนนี้มีพื้นที่บำรัด 928 แห่งจาดโครงการนำร่องครังแรก 9 แห่ง สามารถนำเด็กเยาวชนที่เสพยาคืนครอบครัวได้ 45,000 กว่าคน ตอนนี้อยู่ในกระบวนการเฝ้าระวังไม่ให้กลับมาเสพอีก จำนวนผู้ที่แจ้งเบาะแสยาเสพติดก็เพิ่มขึ้นโดยตลอด ก็อยากให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด



