
หึงโหด!ยิงเมียดับก่อนยิงตัวเอง
หึงโหด! จ่อยิงขมับภรรยา ก่อนยิงตัวเองหวังตายพร้อมกัน แต่ยังรอดแค่อาการปางตาย
วันที่ 14 ม.ค.56 เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.ภิรมย์ เมืองไสย พงส.(ชำนาญการ) สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 51 ซ.วัฒนานิเวศน์ 1 ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนใน เขตห้วยขวาง กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.กิตติคุณ พูลสมบัติ รอง ผบก.น 2 พ.ต.อ.สำเริง สวนทอง ผกก.สน .สุทธิสาร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่แพทย์จากสถาบันนิติเวช รพ.รามาธิบดี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นมีรั้วรอบขอบชิดโดยริเวณห้องนอนชั้นสอง เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ชุมพอน ฝั้นแบน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 2 ต.แม่ป้าก อ.วังชิน จ.แพร่ สภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่บนที่นอน สวมเสื้่อยืดแขนสั้นสีแดง นุ่งกางเกงยีนขาสั้น สีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงที่ข้างลำตัวฝั่งซ้ายใต้ราวนม 2 นัด และที่ต้นแขนอีก 1 นัด รวม 3 แห่ง ใกล้กันบริเวณพื้นข้างเตียงนอน เจ้าหน้าที่พบร่างนายลิขิต แพทย์โอสถ อายุ 32 ปี นอนจมกองเลือดหายใจรวยริน มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับซ้าย กระสุนฝังใน อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน เจ้าหน้าจึงรีบนำส่ง รพ.รามาธิบดี เพื่อช่วยชีวิตเป็นการเร่งด่วน
นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 มม.ตกอยู่บนที่นอนใกล้กับศพของ น.ส.ชุมพอน จากการตรวจสอบพบว่าภายลูกโม่ของอาวุธปืนดังกล่าวมีกระสุนถููกใช้ไปแล้ว 5 นัด และยังเหลืออยู่คาอยู่โม่รังเพลิงเพียง1 นัด นอกจากนี้ที่บริเวณกระจกหน้าต่างภายในห้อง เจ้าหน้าที่ยังพบรอยกระสุนยิงทะลุ กระจกอีก 1 แห่ง ส่วนภายในห้องพักเจ้าหน้าที่ยังพบร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของแตกเกลื่อนกระจายเต็มพื้นห้อง
จากการสอบสวนนาย รังสฤษฏ์ กุลจันทร์ อายุ 25 ปี กล่าวว่า ตนเป็นลูกชาย ของ น.ส.ชุมพอน โดยแม่ตนได้คบหาอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายลิขิต พ่อเลี้ยงมาประมาณ 2 ปีเศษ โดยแม่และพ่อเลี้ยงได้ทำธุรกิจเปิดร้านคาราโอเกะ ชื่อร้าน ยินดีคาราโอเกะ อยู่บริเวณปากซอยลาดพร้าว 48 ส่วนบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าพักอาศัยอยู่ด้วยกันรวม 7 คน มีตนแม่ พ่อเลี้ยง และลูกน้องที่ทำงานอยู่ในร้านคาราโอเกะอีก 4 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักหลับนอนกันใช่วงเช้าและไปทำงานในช่วงเย็นจนสว่าง ขณะที่ตนจะทำงานที่บาร์อีกแห่งหนึ่ง โดยเมื่อช่วงเช้าประมาณ 8.30น.ตนมาถึงบ้านเห็นบรรดาลูกน้องของแม่มาบอกว่า ได้ยินเสียงเหมือนคนตะกุยพื้นบ้านเหมือนขอความช่วยเหลือตนพร้อมกับลูกน้องที่ร้านคาราโอเกะจึงขึ้นไปเคาะประตูห้องแต่ไม่มีเสียงตอบ จึงเปิดประตูโดยที่ประตูไม่ได้ล๊อคไว้เข้าไปดู และต้องตกใจเพราะเห็นภาพทั้งสองคนนอนจมกองเลือดจึงรีบโทรเแจ้งรถพยาบาลช่วยเหลือ
" ผมรีบเข้าไป จับร่างของแม่ผม แต่แม่แน่นิ่นอนตัวแข็งไปแล้ว จึงเข้าใจว่าน่าจะตายมาแล้วหลายขั่วโมง ส่วนพ่อเลี้ยงผมยังนอนหายใจรวยรินใกล้ตาย และปืนที่ใช้ก่อเหตุก็เป็นปืนของพ่อเลี้ยงที่ปกติจะพกไปเคลียร์ลูกค้าในร้านคาราโอเกะ เวลามีปัญหา และแม่ผมจะรู้จักที่ซ่อนปืนของเป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมาแม่และพ่อเลี้ยงผมจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ เพราะแม่ผมเป็นคนหน้าตาดีผิวขาว เมื่อเปิดร้านคาราโอเกะจึงมักจะมีแขกที่มาใช้บริการมาติดพันเป็นจำนวนมาก ทำให้พ่อเลี้ยงเกิดอาการหึงหวง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการลงไม้ลงตบตีกันขั้นรุนรแรง และส่วนใหญ่แม่ผมจะเป็นฝ่ายมีที่พูดจารุนแรงมากกว่า ส่วนพ่อเลี้ยงผมจะเชื่อฟังและเงียบไปเอง สำหรับครั้งนี้ไม่่รู้เกิดจากสาเหตุอะไร จึงจึงมีความรุนแรงถึงขั้นต้องยิงกันตาย " นายรังสฤษฎ์ กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.เจริญ กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐาน ว่า ฝ่ายชายทที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุยิงฝ่ายหญิงเสียชีวิตจากนั้นนจึงมายิงสตาเองหัวฆ่าตัวตายตาม แต่รอดมาได้เพียงบาดเจ็บสาหัส ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการหึงหวงกันเพราะจากการสอบถามพยานแวดล้อมและผู้เกี่ยวข้องแล้ว ได้ข้อมูลว่าทั้งสองคนมักจะมีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำเพราะฝ่ายหญิงมีผู้ชายมีติดพันมาก อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานเกี่ยวกับคราบเขม่าดินปืนจากผู้ที่เกี่ยวข้องภายในที่เกิดเหตุรวมทั้งที่มือของนายลิขิต เพื่อตรวจสอบหาคราบเขม่าดินปืน ของผู้ก่อเหตุในครั้งนี้หากพบมือของนายลิขิตมีคราบเขม่าดินปืนก็จะอายัดตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายต่อไป



