ข่าว

'ปู'เสียดาย'พงศพัศ'ไขก๊อก

'ปู'เสียดาย'พงศพัศ'ไขก๊อก

14 ม.ค. 2556

'พงศพัศ' เข้าพบ 'นายกรัฐมนตรี' แจ้งการลาออกจากตำแหน่ง เลขา ปปส. แล้ว ขณะที่'ปู' ระบุ เสียดายพร้อมอวยพรให้ชนะเลือกตั้ง ด้านปชป.ต้อนรับ'พงศพัศ'ลงสนามเมืองกรุง

               14 ม.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เดินเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยได้นำพวงมาลัยมามอบให้นายกรัฐมนตรี เพื่ออำลาจากตำแหน่งในหน้าที่ราชการทุกตำแหน่ง

               โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวกับ พล.ต.อ.พงศพัศ ว่า รู้สึกเสียดาย เนื่องจาก พล.ต.อ.พงศพัศ รับราชการมานาน แต่เชื่อว่า จะสามารถนำประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทำงานให้กับคนกทม.ได้ ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมร่วมมือทำงานให้ กทม.อย่างใกล้ชิด ขอให้ประสบความสำเร็จ

               ภายหลังการเข้าพบดังกล่าว พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า ได้มาลานายกฯในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงาน ปปส. จากการที่พรรคเพื่อไทยมีมติให้ตนลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้มากราบเรียนความในใจว่า ทำไมถึงตัดสินใจลาออกจากชีวิตราชการตำรวจ ถ้านับจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจถือว่าเกิน 35 ปี ที่อยู่วงการนี้มาและดูแลพี่น้องประชาชน ได้เรียนนายกฯ อย่างตรงไปตรงมา และตนไม่ใช่นักการเมืองถ้าเทียบพรรษาก็นับจากศูนย์แต่ก็มีความตั้งใจ และได้เห็นคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงขอโอกาสจากประชาชนชาวกทม. ให้โอกาสผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นผู้ว่าฯกทม.เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาที่หมักหมมมานาน ปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป หรือการจะขับเคลื่อนอะไรต่าง ๆ ไปสู่ประชาคมอาเซียน โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายพร้อมที่จะรับใช้คนกทม. และตลอดชีวิตการทำงานของตนก็มีประสบการณ์รู้ถึงความทุกข์ยาก เพราะได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนกทม.มาเยอะ เห็นปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือปัญหาต่าง ๆ เมื่อพรรคให้โอกาสก็กราบเรียนกับนายกฯว่า ยินดีรับด้วยความเต็มใจและจะขอลาออกจากราชการตำรวจหลังจากที่มีประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะระเบียบของสตช.เปิดโอกาสให้ข้าราชการตำรวจทุกคน มีโอกาสลาไปสมัครดำเนินการทางการเมือง แต่ต้องมีประกาศจากกกต.ให้ชัดเจนก่อน

               “นายกฯได้ให้กำลังใจ อยากให้นำนโยบายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของการทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อไปบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนชาวกทม.ว่า ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างไร เพื่อดูแลแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาพื้นฐานรวมถึงการพัฒนาขับเคลื่อนกทม.ไปสู่ศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นายกฯบอกว่ายินดีและเต็มใจที่จะให้การสนับสนุนทุกอย่างในการทำงานดูแลทุกข์สุขพี่น้องประชาชนชาวกทม.”พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับตนเองไม่มีนโยบายอะไรมาก แต่เคยเข้าถึงมาแล้วทุกพื้นที่ รู้ปัญหาพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา แต่จุดสุดท้ายที่จะนำเรียนกับประชาชนชาวกทม.ในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ามีความตั้งใจจริง ๆ ที่อยากจะคืนความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนชาวกทม.ทุกคน เพราะลงพื้นที่มานาน โดยเฉพาะปัญหาต่าง ๆ ที่เข้าไปดูแล ทุกคนมีความทุกข์ดังนั้นอยากจะมาคืนความสุขและสร้างรอยยิ้มร่วมกัน

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้แค่ไหนว่าจะชนะ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เป็นเพียงการเสนอรับใช้พี่น้องชาวกทม. และคิดเหมือนกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครคนอื่น ๆ เพียงแต่เราเสนอตัวให้นโยบายบอกกล่าวกับประชาชนชาวกทม.ว่าเราจะทำอะไร ซึ่งตรงนี้เป็นสิทธิและดุลยพินิจในสังคมระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่งอยู่แล้ว และแนวทางหาเสียงของตนเองก็เหมือนกับผู้สมัครคนอื่น ๆ คิดบวกทำบวก จะไม่ว่าร้ายใครอยากให้ทุกคนมีความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนชาวกทม.จริงๆ

               เมื่อถามว่า คู่แข่งอย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ น่ากลัวหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่ต้องแข่งขันกันต่อไปไม่ว่าจะในนามพรรคหรืออิสระมองว่าเป็นเรื่องของการนำเสนอนโยบาย สร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนนว่าเลือกคนใดคนหนึ่งแล้วจะสามารถทำงานเพื่อคนกทม.ได้อย่างไร ถือเป็นอิสระของประชาชนที่จะไปลงคะแนน ผู้สมัครเพียงนำเสนอนโยบายและแสดงความจริงใจ คิดว่าเรื่องการให้ร้ายกันคงไม่มี นายกฯได้บอกว่าเราจะต้องคิดบวกทำบวกและหาเสียงเชิงบวกซึ่งตนจะปฏิบัติตาม และจะต้องทำให้ทุกคนมีความสุขจริงๆ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมา จะไม่มีการโฆษณาเกินจริง ทุกอย่างต้องโปร่งใส

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงการนำเรื่องในอดีตมาโจมตีหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติตนรับได้ อะไรที่อธิบายได้และไม่เป็นการแก้ตัวก็จะอธิบาย แต่เรื่องใดที่ต้องดูในรายละเอียดต่าง ๆ คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีข้อมูล พร้อมตอบทุกคำถามไม่มีความลับอะไร ตรงไปตรงมาชัดเจน

               เมื่อถามว่า วิสัยทัศน์ที่จะแสดงในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะเน้นเรื่องอะไร พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า นโยบายหลักคิดว่าจะวางยุทธศาสตร์ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่ออันนี้เป็นหัวใจในการหาเสียง จะชี้ให้เห็นว่าการเป็นผู้ว่าฯกทม.ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลจะมีสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับกทม.และทุกสิ่งทุกอย่างจะตกถึงประชาชนอย่างไร รวมถึงจะสร้างอนาคตกันแบบไหน โดยเน้นการทำงานกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่าคนกทม.ทราบดี ดังนั้นทุกนโยบายที่จะออกมาจะเป็นการทำงานกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ

               เมื่อถามว่า วันที่ 15 ม.ค.จะเปิดตัวทีมงานรองผู้ว่าฯกทม.ด้วยเลยหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ระหว่างนี้คงจะหาเสียงในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.คนเดียวไปก่อน จากนั้นคิดว่าทางพรรคหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงจะมาดูในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ตนจะทำเวิร์คชอปกับ สก. สข. และสส.กทม. เพราะปัญหาต่างๆที่ตนมีอาจจะเป็นส่วนหนึ่ง ขณะที่พรรคอาจจะมีแนวทางอีกส่วนหนึ่ง และส.ก. ส.ข. และประชาชนกทม.อาจจะมีปัญหาอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ยังไม่รู้จึงต้องมีการเวิร์คชอปร่วมกัน รวมถึงภาคธุรกิจต่างๆ ด้วย

               ต่อข้อถามกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ จะเข้ามาดูแลเรื่องนโยบาย พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองในพื้นที่กทม. ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยเหลือและแนะนำจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งและตนพร้อมจะนำไปปฏิบัติ รวมถึงข้อแนะนำของประชาชนโดยทั่วไปด้วย

               ส่วนวันนี้ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตน์ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่มี รู้จักกันมาเนิ่นนาน คิดว่าในทางการเมืองตนเริ่มจากศูนย์ไม่ใช่นักการเมืองมืออาชีพ มีความตั้งใจถ้าคุณหญิงสุดารัตน์มีความตั้งใจจะดูแลประชาชนชาวกทม.คงจะให้ความร่วมมือย่างเต็มที่ เพราะจุดหมายปลายทางของเราคือความสุขของประชาชนกทม.ที่จะมาสร้างความสุขให้ประชาชน

               ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะมาช่วยหาเสียงแบบเต็มตัวหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า นายกฯต้องมาอยู่แล้วและนายกฯบอกว่าจะหาเวลาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครให้มากที่สุด เพราะนายกฯเคยขอร้องขอความกรุณาให้คนกทม.ให้โอกาส ดังนั้นนายกฯจะเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการหาเสียงที่จะนำเสนอยุทธศาสตร์ต่างๆกับคนกทม. เบื้องต้นนายกฯตั้งใจจะลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียงในครั้งแรกในวันที่ 16 ม.ค.นี้

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูตัวผู้สมัครคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอดีตนายตำรวจหวั่นเกรงหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ขอหยิบยกคำพูดของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ว่าเราคงไม่ได้มีการแข่งขันกันระหว่างตัวบุคคลหรือผู้สมัคร แต่เราแข่งขันกันในเชิงนโยบายรวมถึงการกระทำต่าง ๆ ที่เรามุ่งมั่นทำให้กับประชาชน ซึ่งทั้งหมดจะกลับไปอยู่ในความรู้สึกของประชาชนว่าจะเลือกผู้สมัครคนใด

               เมื่อถามว่า ถ้าคนกทม.ไม่เลือกให้เป็นผู้ว่าฯกทม.จะกลับไปรับราชการเหมือนเดิมหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า รอให้ถึงวันนั้นก่อน แต่เมื่อลงแล้วก็ต้องหวังชนะ รับรองว่านโยบายที่เปิดเจ๋งแน่ขอให้รอดู

 

ปชป.ต้อนรับ"พงศพัศ"ลงสนามเมืองกรุง

               นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติส่งพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.และเลขาธิการ ปปส.ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ขอต้อนรับพล.ต.อ.พงศพัศ เข้าสู่สนามการเมืองการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับใดเราไม่เคยประมาท เพราะทุกพรรคการเมืองคงต้องพิจารณาผู้สมัครที่ดีเหมาะสมที่สุดมาให้คนกทม.พิจารณา ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดว่าเป็นการแข่งขันกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการแข่งขันกับตัวเองมากกว่า เพื่อมีโอกาสนำเสนอแนวคิด นโยบายและความตั้งใจในการบริหารงานกทม. ซึ่งคาดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ของพรรคจะไปสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 21 ม.ค.นี้

               นายองอาจ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะลงพื้นที่หาเสียงย่านเยาวราช โดยจะพูดถึงแนวนโยบายด้านการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาเยาวราชให้เป็นมหานครแห่งอาเซียนและเป็นไชน่าทาวน์ ส่วนกิจกรรมในวันที่ 15 ม.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะเดินทางไปที่สถานีรถไฟฟ้าโพธิ์นิมิต ย่านฝั่งธนบุรี เพื่อพูดถึงแนวนโยบายมหานคร 7 ด้านเป็นมหานคร 7 ด้านคือ มหานครแห่งความปลอดภัย มหานครแห่งความสุข มหานครสีเขียวและสะอาด มหานครแห่งการเรียนรู้ มหานครแห่งโอกาส มหานครของทุกคน และมหานครแห่งอาเซียน ซึ่งการทำให้กทม.เป็นมหานครแห่งความสุข คือการเดินทางสะดวก โดยเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนทุกประเภท อย่างไรก็ตามแนวทางการหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่เน้นการโจมตีคู่แข่ง แต่จะเน้นการนำเสนอนโยบายการทำงานเพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างสร้างสรรค์แต่หากใครจะมาวิจารณ์ข้อดีข้อด้อยของเราก็พร้อมน้อมรับเพื่อนำมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น