
'แรงงานต่างด้าว'ทะลักรับ300บาท
'แรงงานต่างด้าว'ทะลักรับ300บาท จ.ตากปิด 8 โรงงาน รับต้นทุนไม่ไหว : สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี, ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็นนโยบายหาเสียงหลักของพรรคเพื่อไทยที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลเข้ามาสานนโยบายต่อจากที่หาเสียงไว้ แต่ผลกระทบที่เกิดจากค่าแรงที่พุ่งพรวดก็สงผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นจนแซงค่าแรงไปแล้ว ขณะที่โรงงานหลายแห่งก็ทยอยปิดตัวลง และหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน เพราะแบกรับต้นทุนการผลิตไม่ไหว
นอกจากนั้น ยังส่งผลให้ "แรงงานต่างด้าว" ทะลักเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น เพราะหวังที่จะได้รับค่าแรง 300 บาท ซึ่งถือเป็นอัตราที่ก้าวกระโดดจากเดิมมาก !!
หน่วยข่าวด้านความมั่นคงเผยว่า นับตั้งแต่ประกาศนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้ 5 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.ตาก จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และจ.น่าน มีแรงงานต่างด้าวทั้งชาวพม่า และชาวลาวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมากขึ้น โดยมี "ขบวนการนำพา" เข้ามาในรูปแบบต่างๆ
ด้านแหล่งข่าวในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการไปยัง 7 กองกำลังป้องกันชายแดนให้กวดขันพื้นที่ตามแนวชายแดนให้มากขึ้น เพราะการทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าวจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ และถือเป็นปัญหาความมั่นคงของชาติด้วย
สำหรับรูปแบบของการหลบหนีเข้าเมืองในปัจจุบันมีหลากหลาย เช่น การซุกซ่อนไปกับยานพาหนะ, การเดินเท้าลัดเลาะในภูมิประเทศเพื่อไปยัง "จุดนัดพบ" แล้วมีรถมารับ, การแฝงไปกับรถโดยสารประจำทาง รวมทั้งการเข้ามาอย่างถูกต้อง แต่ไม่กลับออกไปเมื่อหมดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
จากการประเมินค่าภาพรวมระดับจังหวัดด้วยตัวชี้วัด (จำนวนแรงงาน/คนต่างด้าวในพื้นที่, สถิติการจับกุม) พบว่า มีจังหวัดที่สถานการณ์ในระดับรุนแรง 5 จังหวัด คือเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก ไม่รุนแรง 2 จังหวัด คือ พะเยา และลำปาง และระดับปกติ 10 จังหวัด คือ ลำพูน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พิจิตร และอุทัยธานี
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาข้อมูลระดับอำเภอของจังหวัดระดับรุนแรง บางจังหวัดที่สำคัญ เช่น จ.ตาก ซึ่งมี 9 อำเภอ พบว่า มีสถานการณ์ด้านแรงงานต่างด้าว ระดับรุนแรงมาก 1 อำเภอ คือ อ.แม่สอด ระดับรุนแรง 4 อำเภอ อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด อ.พบพระ อ.วังเจ้า และ ระดับไม่รุนแรง 4 อำเภอ อ.สามเงา อ.บ้านตาก อ.เมือง และ อ.อุ้มผาง
โดยมีเส้นทางนำพาผู้หลบหนีเข้าเมืองสำคัญๆ คือ บ้านท่าทองแดง-บ้านผาผึ้ง ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า, สถานีโทรคมนาคมเขา 700 บ้านแม่ละเมา อ.แม่สอด, เส้นทางเดินเท้าบนภูเขาหลังหมู่บ้านหนองน้ำเขียว ต.แม่กุ อ.แม่สอด, การลักลอบขนแรงงานต่างด้าว (ชาวโรฮิงญา) จากดอยมูเซอนำไปส่งต่อในพื้นที่ภาคกลาง และกรุงเทพฯ โดยใช้รถยนต์ ผ่านเส้นทางถนน 105 สายตาก-แม่สอด เป็นต้น
หรือการนำพาเข้ามายัง จ.กำแพงเพชร ในพื้นที่บ้านไทรพัฒนา หมู่ 9 ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน, บ้านโป่งน้ำร้อน ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน โดยผู้หลบหนีเข้าเมืองจะลักลอบเข้ามาจากเส้นทางเดินเท้า บ้านแม่กลองคี อ.อุ้มผาง จ.ตาก, บ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.ตาก, บ้านโละโคะ อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร เข้าสู่จุดนัดพบที่ บ้านไทรพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เพื่อขึ้นรถเข้าเขตภายใน
สถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองของด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก เมื่อปี 2555 จับกุมได้ 22,417 คน รับตัวจากพื้นที่อื่น 148,394 คน และผลักดันออกนอกราชอาณาจักร 170,811 คน
ขณะที่ชาวพม่าใช้บัตรผ่านแดนเข้าประเทศไทย เมื่อปี 2555 จำนวน 479,650 คน และเดินทางออกไป 450,632 คน...แสดงว่า เข้ามาแล้วไม่กลับออกไปเกือบ 3 หมื่นคน !!
นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ยอมรับว่า ผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่การประกาศเริ่มใช้ใน 7 จังหวัด จนถึงการประกาศบังคับใช้ทั่วประเทศ ทำให้มีแรงงานต่างด้าวไหลทะลักเข้าสู่จังหวัดชั้นในเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เข้ามาถูกต้อง และไม่ถูกต้อง และที่จับกุมได้ก็มีจำนวนมาก
ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ยังแสดงความเป็นห่วงว่า การขึ้นค่าแรง 300 บาท จะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้แรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนในเรื่องการสกัดกั้นแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น ทางจังหวัดได้สกัดกั้นมาตลอด แต่เนื่องจากพื้นที่ชายแดนกว้างใหญ่ จึงมีการลักลอบเข้ามาได้โดยตลอด
พ.ต.อ.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก กล่าวว่า ยังเป็นเวลาที่เร็วเกินไปที่จะมองว่า มีแรงงานพม่าเข้ามาขายแรงงานเพิ่มขึ้นจากนโยบายค่าแรง 300 บาท ซึ่งอย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 เดือน หรือ 1 ไตรมาส จึงจะชัดเจน ขณะนี้เป็นเพียงการคาดคะเนจากฝ่ายต่างๆ เท่านั้น ส่วนการจับกุมก็สามารถจับกุมได้ทุกวัน โดยเฉพาะที่จุดตรวจร่วมบ้านห้วยหินฝน
นายชัยวัฒน์ ประเสริฐธรรม ผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวใน อ.แม่สอด กล่าวว่า การขึ้นค่าแรง 300 บาท กระทบต่อผู้ประกอบการแน่นอน และคงไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่จ่ายค่าแรง 300 บาท อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานใน 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่จังหวัดพื้นที่ชั้นใน และกรุงเทพฯ มากกว่า
ข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตากพบว่า มีสถานประกอบการที่เลิกกิจการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555-31 ธันวาคม 2555 จำนวน 8 แห่ง เพราะขาดทุน และแบกรับต้นทุนไม่ไหว รวมมูลค่าการลงทุน 164 ล้านบาท ในหลายกิจการ เช่น กิจการเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป, แปรรูปหินแกรนิต-หินอ่อน, ปุ๋ย, อุปกรณ์ตกปลา
แหล่งข่าวผู้ประกอบการใน จ.ตาก ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2556 สถานประกอบการจะเลิกกิจการมากกว่านี้ และจะย้ายไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน แม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจว่า กิจการจะสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยเฉพาะในยามที่ประเทศกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 เนื่องจากต้นทุนที่สูงกว่ากันมากจนไม่สามารถแข่งขันได้นั่นเอง
ดักคอ"นายจ้าง"อย่าใช้แรงงานเถื่อน
นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการผลักดันแรงงานชาวพม่ากลับประเทศ ว่า แต่ละปีมีชาวพม่า กัมพูชา และลาว ลักลอบเข้ามาในไทยอย่างผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่จะเข้ามาเพื่อรับจ้างทำงานในไทยชั่วคราว เพราะไม่ต้องการมีนายจ้างประจำ ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จับกุมและผลักดันกลับประเทศ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ในปี 2555 มีแรงงานต่างด้าวถูกผลักดันกลับประเทศทั้งหมด 170,811 คน แยกเป็นแรงงานต่างด้าวชาย 100,916 คน และหญิง 96,850 คน
“การที่ชาวพม่า กัมพูชา และลาว ที่ลักลอบเข้ามาในไทยโดยผิดกฎหมายถูกเจ้าหน้าที่ ตม.จับกุม และผลักดันกลับประเทศเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำ ซึ่งด่าน ตม.ที่ อ.แม่สอด ได้มีศูนย์พักต่างด้าวที่ถูกจับกุม เพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน จากนั้นจะส่งตัวกลับประเทศ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า จะมีศูนย์รับตัวแรงงานต่างด้าวที่ถูกส่งกลับเช่นกัน” นายประวิทย์ กล่าว
ด้าน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เตือนไปยังนายจ้างว่า ไม่ควรจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นจากการปรับค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและแก้ปัญหาระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนมกราคมนี้ เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ออกประกาศผ่อนผันไม่ให้มีการจับกุมแรงงานต่างด้าวทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติกว่า 2.6 แสนคน ออกไปอีก 3 เดือน โดยให้อยู่และทำงานในไทยได้ชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างมาดำเนินการด้านเอกสารการจ้างงานแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยยื่นขอโควตานำเข้าแรงงานต่างด้าว พร้อมกับแนบรายชื่อลูกจ้างกลุ่มเดิมที่อยู่ระหว่างการผ่อนผัน
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวทั้งพม่า กัมพูชา และลาวที่อยู่ในไทยทั้งหมด 1,790,008 คน แยกเป็นพม่า 1,237,711 คน กัมพูชา 382,469 คน และลาว 169,828 คน และมีแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 1,287,202 คน ขณะที่ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์สัญชาติทั้งหมด 266,677 คน
.........................
(หมายเหตุ : 'แรงงานต่างด้าว'ทะลักรับ300บาท จ.ตากปิด 8 โรงงาน รับต้นทุนไม่ไหว : สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี, ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)



