ข่าว

ความหวัง'สันติภาพ'ในภูมิภาคเอเชีย

ความหวัง'สันติภาพ'ในภูมิภาคเอเชีย

13 ม.ค. 2556

'สุทธิชัย หยุ่น' ชี้ยังมีความหวัง สำหรับสันติภาพในภูมิภาคเอเชียว่าด้วยเรื่องหมู่เกาะในทะเลจีน เมื่อผู้นำโสมแดงลดแข็งกร้าว ต้องการเลี่ยงเผชิญหน้ากับโสมขาว

                           13 ม.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ suthichaiyoon.com ได้เสนอบทวิเคราะห์ "ความหวังสันติภาพในภูมิภาคเอเชีย" ความว่า One World ของ 'สุทธิชัย หยุ่น' ยังมีความหวังในปีใหม่นี้ว่า...วุฒิภาวะผู้นำของประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จะนั่งลงจับเข่าคุยกันเพื่อให้เกิดสันติภาพเอเชียว่าด้วยเรื่องหมู่เกาะในทะเลจีน หลังเสียงของผู้นำเกาหลีเหนือลดแข็งกร้าว และพูดถึงการลดความตึงเครียดในภูมิภาคนี้เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา

                           ฟังคำปราศรัยวันปีใหม่ของ คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนืออายุแค่ 30 ปี พอมีความหวัง เมื่อผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมากล่าวว่า จะต้องผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่าง เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ เพราะทุกครั้งที่มีความแตกแยก หรือการเผชิญหน้า ก็นำไปสู่สงคราม ไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นน้ำเสียงการทูตรูปแบบใหม่ทีเดียว ทำให้เห็นว่ามีแนวโน้มนำประเทศกลับไปสู่การเจรจาเพื่อหาทางตกลงกันได้

                           ฉะนั้นในปีใหม่นี้ วุฒิภาวะผู้นำเกาหลีใต้ อย่างประธานาธิบดีหญิงคนแรก ปาร์ค กึน-เฮ ผู้นำญี่ปุ่น ชินโซะ อาเบะ และผู้นำจีนคนใหม่ สี จิ้น ผิง ต้องแสดงความรับผิดชอบนั่งลงเจรจา เพราะยังมีเรื่องที่เป็นข้อขัดแย้งหนักหน่วง ว่าด้วยเรื่องหมู่เกาะทะเลจีนที่ยังระหองระแหงกันใน 3 ประเทศ

                           เพราะถ้าผู้นำทั้ง 3 ประเทศไม่แสดงวุฒิภาวะผู้นำนั่งลงจับเข่าคุยกัน ความตึงเครียดก็จะเพิ่มมากขึ้น

                           โดยเฉพาะหากว่า ต่างยังหมกมุ่นปัญหาของตัวเอง และละเลยที่จะหาทางเจรจาสันติภาพในภูมิภาคทะเลจีนตะวันออกนี้ ซึ่งถือเป็นภาระความรับผิดชอบของผู้นำ

                           ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือที่มีวัยเด็กกว่า ยังมีวิสัยทัศน์ที่สามารถบ่งบอกในเรื่องการลดความตึงเครียด อย่างนี้แล้วผู้นำทั้ง 3 ประเทศคงต้องอาย ต้องเร่งหันมาหาทางเจรจาให้เกิดสันติภาพ และหาหนทางป้องกันสหรัฐ หรือรัสเซีย ไม่ให้เข้ามาแทรกแซงในภูมิภาคนี้

                           ฟังดูผู้นำเกาหลีเหนือออกมาพูดแล้ว ก็ยังหวังว่า เป็นเครื่องเตือนใจผู้นำจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะหันมาแสดงความเป็นผู้นำที่ต้องมีการปรับตัวครั้งสำคัญในปีใหม่นี้

                           ทั้งนี้ ทั่วโลกต่างจับตามอง "คิม จอง อึน" ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ออกมากล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับปีใหม่ เรียกร้องให้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยุติการเผชิญหน้ากัน

                           คิม จอง-อึน ซึ่งเข้ามาสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจาก คิม จองอิล บิดาของเขา เมื่อปี 2554 ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันปีใหม่ว่า การแบ่งแยกเกาหลีออกเป็นสองประเทศควรยุติได้แล้ว และเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้สองประเทศรวมเป็นหนึ่ง โดยขจัดการเผชิญหน้ากันระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้

                           การกล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี คิม จอง-อึน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ในอดีตของเกาหลีเหนือและใต้แสดงให้เห็นถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างพี่น้องเกาหลีที่นำไปสู่สงครามเท่านั้น

                           เนื่องจากช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงจรวดพิสัยไกล โดยอ้างว่าเป็นการทดลองยิงจรวดส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติ

                           โดยทางเทคนิคแล้ว เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ถือว่ายังอยู่ในสภาวะสงคราม เพียงแต่อยู่ภายใต้สนธิสัญญาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างปี 1950-1953 (พ.ศ.2493-2496) ยุคที่โลกยังคุกรุ่นจากสงครามเย็น ขณะที่ความตึงเคียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดย 2 ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือยิงจรวดถล่มเกาะทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 2 ราย และทหารเสียชีวิต 4 ราย

 

 

---------------------

(suthichaiyoon.com - http://www.suthichaiyoon.com/home/details.php?NewsID=838)