
53วินาที..ชิงเงินแบงก์2.6แสน
53วินาที..ชิงเงินแบงก์2.6แสน : ตะลุยข่าว โดยสาลินี ปราบ
ช่วงเที่ยงวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา ระหว่างที่พนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัส เจ้าฟ้า ภูเก็ต เลขที่ 75/22 หมู่ 2 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต กำลังให้บริการลูกค้าอยู่ภายในเคาน์เตอร์ของธนาคาร จู่ๆ ก็มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกนิรภัยครึ่งใบปิดบังใบหน้ามิดชิด เดินตรงปรี่ไปที่เคาน์เตอร์บริการที่ 1 ใช้มือขวาดึงถุงผ้าออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง แล้วโยนให้พนักงานหญิงที่เคาน์เตอร์ดังกล่าว ส่วนมือซ้ายดึงอาวุธปืนออกมาจากเอว เพื่อข่มขู่พนักงาน พร้อมตะโกนสั่งให้เอาเงินสดใส่ถุง
ด้วยความตกใจพนักงานก็รีบนำเงินใส่ไปในถุงดังกล่าว ตรวจสอบภายหลังพบว่าเป็นเงินสด 2.6 แสนบาท จากนั้นคนร้ายได้วิ่งออกจากธนาคารไปขึ้นรถจักรยานยนต์ สีฟ้าขาว ซึ่งจอดอยู่บริเวณซอยใจหลัก 1 ทางด้านหลังห้าง และขับหนีออกไปตามถนนเจ้าฟ้าตะวันออก รวมเวลาในการก่อเหตุเพียง 53 วินาที !!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สองสำหรับแบงก์รวงข้าวแห่งนี้ ครั้งแรกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555 คนร้ายบุกเข้ามาในลักษณะเดียวกัน ได้เงินสดไป 6.94 แสนบาท และคนร้ายถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 หลังจากไปก่อเหตุซ้ำด้วยการไปจี้เงินธนาคารเดียวกัน แต่เป็นสาขาถนนเทพกระษัตรี อ.เมือง จ.ภูเก็ต
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ต.อรุณ แกล้ววาที และ พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.วันชัย ปาละวัน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.ชวลิต เพ็ชรศรีเปีย ผกก.สภ.วิชิต, พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต, สภ.วิชิต, สภ.เมืองภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภูเก็ตไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.โชติ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับทั้งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเบื้องต้น และการสอบปากคำพยาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของสถานีตำรวจที่ปฏิบัติงาน ตลอดจนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมทั้งบริเวณโดยรอบห้างสรรพสินค้า และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี อีกทั้งมีการตั้งจุดตรวจสกัดตามจุดต่างๆ จนพบเสื้อแจ็กเก็ตที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกทิ้งไว้ในถังขยะห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 300 เมตร ซึ่งได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจหาดีเอ็นเอเพื่อยืนยันบุคคล ขณะที่อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุก็อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือปลอม นอกจากนี้ยังได้มีการตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายเป็นเงิน 1 แสนบาท จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ขณะนี้นับว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะ
ทั้งนี้ พล.ต.ต.โชติ วิเคราะห์ถึงปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ว่า สืบเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของ จ.ภูเก็ต ในปีนี้มีการขยายตัวของสถาบันการเงิน ร้านทอง ตลอดจนห้างร้านต่างๆ มากขึ้น ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมีจำกัดและทั้งจังหวัดขาดแคลนประมาณ 1,000 อัตรา การจะได้อัตรากำลังใหม่ๆ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่ในระยะสั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการจัดกำลังเสริมจากตำรวจภูธรภาค 8 และสถานีตำรวจในจังหวัดใกล้เคียง รวมประมาณ 100 นาย เพื่อสนธิกำลังกับในพื้นที่ทำการกวาดล้างอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีอยู่แค่เพียง 200 ตัว รวมถึงระบบตรวจจับใบหน้าและบุคคล ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
"ที่ผ่านมาในส่วนของตำรวจภูธรภูเก็ต มีการระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมและสามารถจับกุมคนร้ายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการเป็นเมืองท่องเที่ยวทำให้มีผู้คนเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในส่วนของนักท่องเที่ยว บางครั้งขาดความระมัดระวังในการดูแลทรัพย์สินของตัวเอง ด้วยความเชื่อมั่นในระบบการรักษาความปลอดภัยที่ติดมาจากบ้านเมืองของเขาเอง ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าหรือสถาบันการเงินต่างๆ ต้องฝากดูแลตัวเองก่อนเป็นเบื้องต้นด้วย โดยได้มีการสร้างความเข้าใจในเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานประกอบการ รวมถึงการจัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัย และนอกจากดูแลในส่วนของสถานประกอบการหรือธนาคารแล้ว จะต้องดูแลผู้มาใช้บริการด้วย อย่างน้อยก็เป็นการตรวจสอบความผิดปกติในเบื้องต้น และสามารถป้องปรามผู้ที่อาจจะเข้ามาก่อเหตุในสถานประกอบการหรือสถาบันการเงินด้วย เพราะกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงทุกจุด จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย" พล.ต.ต.โชติ กล่าว
......................
(หมายเหตุ : 53วินาที..ชิงเงินแบงก์2.6แสน : ตะลุยข่าว โดยสาลินี ปราบ)



