ข่าว

'พัทยาโมเดล'เซฟตี้โซน..โจรขยาด

'พัทยาโมเดล'เซฟตี้โซน..โจรขยาด

13 ม.ค. 2556

'พัทยาโมเดล'เซฟตี้โซน..โจรขยาด : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ

                 หลังจากตำรวจและอาสาสมัครกว่า 600 ชีวิต มาร่วมกันตรวจตราดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดแก่นักท่องเที่ยวภายในเมืองพัทยาตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 30 วัน นับจากนี้ต่อไป "เมืองพัทยา" ภายใต้การดูแลของ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ตลอดจนมีแผนระยะยาว เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างไร

- "พัทยา" ถูกมองว่าเป็นเมืองอันตราย เป็นผลสืบเนื่องมาจากสิ่งใด

                 หลังจากมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ถ้าเทียบตามสถิตินั้นมันไม่เยอะ แต่เมื่อเกิดขึ้นก็กลายเป็นข่าวพาดหัว ทำให้ภาพลักษณ์เราไม่ดี ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ส่งกำลังตำรวจเข้าไปควบคุม ไม่ให้เกิดเหตุกับนักท่องเที่ยวทั้งในเรื่องของร่างกายและทรัพย์สิน แม้แต่การหลอกลวงนักท่องเที่ยวในกรณีต่างๆ ส่วนใหญ่อาชญากรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นพวกลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ของนักท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวไม่ได้ระมัดระวังตัวพวกนี้จะอาศัยจังหวะไปกระชากหรือกรีดกระเป๋า ก่อนที่จะใช้รถจักรยานยนต์ในการหลบหนี จึงต้องมีการตรวจค้นมากขึ้น ขณะที่คดีทำร้ายร่างกายมีน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ ส่วนปัญหาในการฉ้อโกงนักท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้น เพราะมีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการมากขึ้น

- ในช่วง 30 วันมีการตั้งเป้าระดมกวาดล้างอาชญากรรมไว้ จะเห็นผลเพียงใด
 
                 ตอนนี้การท่องเที่ยวก็เป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาล และทำรายได้ให้แก่ประเทศได้อย่างมหาศาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จึงได้ดำเนินมาตรการไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรมขึ้นกับนักท่องเที่ยว โดยเราตั้งเป้าเป็นศูนย์ ที่พัทยา ในแผนที่ดำเนินการคือด้านการป้องกัน ซึ่งใช้ตำรวจจาก จ.ชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงวันละประมาณ 611 นาย ที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตามที่เขามาช่วยป้องกันคือ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ทั่วเมืองพัทยาประมาณ 10 จุด โดยวิเคราะห์กันว่า คดีที่เกิดขึ้นจะเกิดช่วง 18.00-06.00 น. จะมีการตั้งด่านตรวจในเวลากลางคืนมากกว่าเวลากลางวัน เน้นตรวจค้นยานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ใช้ในการวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และใครสงสัยก็จะมีการถ่ายรูปทำประวัติไว้

                 ส่วนมาตรการปราบปราม คือดำเนินการตรวจค้นที่พักอาศัยตามข้อมูลของฝ่ายสืบสวน และแหล่งสถานบันเทิงตามบาร์ ที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีการปิดล้อมตรวจค้นกัน เมื่อสถานบริการปิดแล้วก็จะมีการเข้าไปตรวจค้น มีการป้องกันไม่ให้มีสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาได้ ก็จะไม่มีการก่อเหตุได้ รวมถึงการปิดล้อมตรวจค้นในตอนเช้าด้วยเพื่อค้นหายาเสพติด ตลอดจนบุคคลพ้นโทษ ซึ่งจะมีการไปกดดันอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งร้านรับซื้อของเก่า ร้านทองที่คนร้ายมักจะนำไปขายต่อ ถ้าเราไม่ให้มีอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาได้ ก็ช่วยป้องกันได้ ตอนนี้ทุกวันก็จะมีการเรียกหน่วยปฏิบัติทั้งหมดมารายงานสถานการณ์ว่าวันนี้ได้ทำอะไร มีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ไม่มีอะไรตายตัว

- หลังจากครบ 30 วันแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ

                 ถ้าทำแล้วได้ผลดี จะเป็นแบบอย่างในพื้นที่อื่นๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าขึ้นที่พัทยา จะมีการกำหนดภารกิจว่าวันนี้ทำอะไร รวมทั้งมีหน่วยสนับสนุนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จะรายงานผลการปฏิบัติงานในทุกๆ วัน ตอนนี้คิดว่ามันได้ผลนะ แต่มันเป็นความตั้งใจที่เราหวังผลสูงสุด จะไปบังคับไม่ให้เกิดเลยมันอาจจะยาก แต่มันเป็นความตั้งใจที่เราจะไม่ให้เกิด ถ้าเป็นผลก็จะทำต่อ จะมีการเสนอผลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าทำอย่างนี้แล้วได้ผล จะเป็นโมเดลให้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ จะได้ทำตาม 

- นอกจากเมืองพัทยามีพื้นที่ใดที่น่าเป็นห่วงอีกหรือไม่
 
                 ตอนนี้ในพื้นที่ท่องเที่ยวในภาค 2 ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเกาะช้างและเกาะกูด ที่ได้มีการเปิดเป็นเขตเซฟตี้โซน (No Crime No Drug) ที่จะต้องปลอดอาชญากรรมและยาเสพติด ตอนนี้มีการควบคุมทั้งสองเกาะได้ เนื่องจากได้ร่วมกับภาคเอกชนทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรม สถานประกอบการ ที่ตั้งอยู่บนเกาะทั้งสองให้ช่วยกันดูแลสอดส่อง สิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเกาะ เพราะถ้าเขาไม่ช่วยกันสอดส่องก็จะส่งผลกระทบตามมา การป้องกันไม่มีอาชญากรรม ตอนนี้ทำมาได้เข้าสู่เดือนที่ 3 แล้วก็ยังไม่มีอาชญากรรมเกิดขึ้น ถ้าครบ 3 เดือนแล้วไม่มีอาชญากรรมเกิดขึ้นก็จะมีการประกาศเป็นพื้นที่ปลอดอาชญากรรมอย่างเป็นทางการ

- มีแนวคิดจะนำเซฟตี้โซนที่ใช้กับทั้งสองเกาะมาใช้กับเมืองพัทยาไหม

                 ต้องบอกก่อนว่าพื้นที่มันต่างกันอยู่ เพราะที่เกาะช้างกับเกาะกูด ลักษณะนักท่องเที่ยวจะต่างกัน และพื้นที่เขาไม่กว้าง เนื่องจากคนไม่เยอะ ไม่พลุกพล่าน ส่วนที่เมืองพัทยาจะมีความหลากหลายมากกว่า มีคนจำนวนมาก หลายเพศหลายวัย และมีคนเข้ามาพลุกพล่าน โอกาสที่เกิดเหตุต่างๆ นั้นมีโอกาสสูงกว่า เพราะพัทยาเป็นสังคมใหญ่ ต้องยอมรับว่าทุกที่ในโลกต้องมีอาชญากรรมถ้าไม่มีเลยก็เป็นไปไม่ได้ แต่ผมพยายามทำให้มันเหลือน้อยที่สุด จึงมีการค่อยๆ นำเรื่องเซฟตี้โซนมาใช้ ตอนนี้ในพัทยามีการใช้อยู่ในถนนวอล์กกิ้งสตรีท จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตรงนั้นสม่ำเสมอ และสถานที่ที่เกิดคือที่มืดที่เปลี่ยว ดึกๆ ก็ไม่มีใครมาเดิน พอมีนักท่องเที่ยวที่ไม่ระมัดระวังมาก็เกิดเหตุขึ้น ผมพยายามจะทำให้เกิดทั่วพัทยา โดยเชื่อว่าจะต้องได้ผลเพราะเป็นธรรมชาติเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจำนวนมากก็ต้องสามารถควบคุมอาชญากรรมได้ดี

- ทางตำรวจมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการและชาวบ้านในพัทยาอย่างไร
 
                 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการ เจ้าของโรงแรม จะมีการทำแผ่นพับแจ้งเตือนว่าเวลานี้ไม่ควรไป สิ่งที่ควรระมัดระวัง เมื่อมีเหตุควรติดต่อใคร รวมทั้งร่วมกับเมืองพัทยาให้มีการติดตั้งแสงสว่างในที่มืด ที่เปลี่ยว เช่น เขาพระตำหนัก ที่มีเหตุเกิดถึงสองครั้งติดต่อกัน มีการไปติดตั้งไฟที่จุดนี้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มมากขึ้นด้วย ตอนนี้มีการประชุมกับผู้ประกอบการ ตัวแทนสมาคมนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันเตือน อย่าเดินไปในที่เปลี่ยว หรือให้ไปเป็นกลุ่มเป็นก้อน ส่วนในภาคประชาชนเราก็ได้อาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาช่วยงานกันอยู่มากมาย ซึ่งอาสาสมัครชาวต่างชาติ จะคอยมาดูแลเมื่อนักท่องเที่ยวมีเหตุ เพราะนักท่องเที่ยวบางคนไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ก็ต้องอาศัยกลุ่มคนเหล่านี้ในการช่วยสอบถามและช่วยแจ้งเตือน

- จะมีการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อการทำงานของตำรวจหรือไม่
  
                 แน่นอน ว่าเราต้องมีการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว นอกจากสถิติคดีที่เราตั้งเป้าไม่ให้เกิดแล้ว จะมีการทำแบบสอบถามให้นักท่องเที่ยว เนื่องจากทุกวันนี้จะเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกับวอล์กกิ้งสตรีท หรือริมชายหาด ที่จะมีรถสายตรวจ สายตรวจเดินเท้า แต่เราต้องตรวจโดยไม่ได้ไปรบกวนนักท่องเที่ยว และจะมีการทำแบบประเมินภาษาต่างๆ ว่าเขามีความพึงพอใจหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งเป็นการประเมินสองช่วงคือช่วงที่ผ่านไปแล้วครึ่งเดือนกับช่วงที่ครบ 30 วันแล้ว เพื่อที่จะได้ทราบความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวแล้วนำมาปรับปรุงได้

- มีมุมมองจะทำพัทยาในฝันเป็นอย่างไร

                 เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว จะต้องไม่มีอาชญากรรมที่เกิดกับนักท่องเที่ยว เมื่อเขามาแล้วปลอดภัย ไม่ถูกหลอกลวง ร้านค้าไม่เอารัดเอาเปรียบ เจ้าหน้าที่ให้การดูแลเขาดี เขาก็อยากจะมาอีก เมื่อเราทำให้พัทยามีความปลอดภัยได้เขาก็อยากจะกลับมาอีก และบอกต่อเพื่อนหรือญาติให้มาเที่ยวประเทศไทยด้วยเมื่อมาแล้วไม่มีการทำร้ายร่างกาย เป็นการส่งเสริมนักท่องเที่ยว อยากให้เป็นที่ที่มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติกลับมาเที่ยวกันอย่างสม่ำเสมอ และไม่มีภาพลักษณ์แย่ๆ ในสายตานักท่องเที่ยวอีก มั่นใจว่าสิ่งที่ทำจะไม่ให้มีอาชญากรรมเกิดขึ้น

..........................

(หมายเหตุ : 'พัทยาโมเดล'เซฟตี้โซน..โจรขยาด : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2  โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)