ข่าว

'เฉินหลง'ตราหน้ามะกันทุจริตที่สุดในโลก

'เฉินหลง'ตราหน้ามะกันทุจริตที่สุดในโลก

12 ม.ค. 2556

บล็อกเกอร์สื่อยักษ์ใหญ่มะกันออกอาการฉุน 'เฉิน หลง' มีทัศนคติต่อต้านอเมริกา หลังให้สัมภาษณ์ทีวีฮ่องกง พูดชัดสหรัฐทุจริตที่สุดในโลก

               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ (12 ม.ค.) ว่าแจ็กกี้ ชาน หรือ เฉิน หลง ดาราหนังบู๊ฮ่องกงที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งหนึ่ง จากการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการแนวทอล์กโชว์ทางสถานีโทรทัศน์ ฟีนิกซ์ ทีวี ในฮ่องกงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า จีนไม่ใช่ประเทศที่มีปัญหาทุจริตมากที่สุดในโลก แต่เป็นสหรัฐอเมริกาต่างหาก
       
               เมื่อพิธีกรถามว่า จริงหรือ แจ็กกี้ ชาน ย้ำว่า "แน่นอนอยู่แล้ว วิกฤติเศรษฐกิจโลกเริ่มที่ไหนล่ะ สหรัฐอเมริกาไงเป็นจุดเริ่ม" 

               ความเห็นของนักแสดงดังจากภาพยนตร์เรื่อง "รัชอาวร์" ที่รวมถึงการเรียกร้องชาวจีนควรงดวิจารณ์ประเทศต่อหน้าคนนอก เดิมเป็นหัวข้อพูดคุยและเรียกเสียงวิจารณ์ในสังคมออนไลน์จีน แต่เริ่มเป็นที่รับรู้ในวงกว้างเมื่อเว็บไซต์ "มินนิสทรี ออฟ โทฟุ" ที่รายงานข่าวเกี่ยวกับจีน แปลเป็นภาษาอังกฤษขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม และล่าสุด บทความของแม็กซ์ ฟิสเชอร์ บล็อกเกอร์ข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ วิจารณ์เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมาว่า ความเห็นของเฉิน หลง เป็นท่าทีต่อต้านอเมริกา ที่สะท้อนมุมมองทั่วไปของชาวจีนที่มีต่อสหรัฐ ซึ่งแง่หนึ่งสะท้อนความภาคภูมิใจของจีน แต่อีกด้านก็เป็นมุมมองสะท้อนความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเอง 
     
               ในรายการเดียวกันนี้ แจ็กกี้ ชาน ยังกล่าวว่า จีนเป็นประเทศที่ค่อนข้างใหม่ ในช่วงครึ่งศตวรรษแรก ถูกรังแกจากหลายฝ่าย เพิ่งมาประสบความสำเร็จอย่างจริงจังในทศวรรษที่ผ่านมานี้เอง ผู้นำของจีนก็ยอมรับว่ามีปัญหาทุจริตและอื่นๆ แต่จีนกำลังเรียนรู้และปรับปรุง
       
               ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดาราหนังบู๊ผู้มีความสามารถเป็นเลิศด้านศิลปะการต่อสู้และการแสดง จุดกระแสวิจารณ์จากการแสดงความเห็นทางการเมือง ก่อนหน้านี้ แจ็กกี้ ชาน กล่าวกับนิตยสารจีนฉบับหนึ่งเมื่อธันวาคมปีที่แล้วเช่นกันว่า ฮ่องกงควรตีกรอบเรื่องการชุมนุมประท้วง เนื่องจากเสรีภาพที่มากเกินไป ทำให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความไม่พอใจให้แก่ฝ่ายหนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง และเมื่อปี 2547 แจ็กกี้ ชาน วิจารณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันว่า เป็นการเล่นตลกระดับโลก จนจุดกระแสคว่ำบาตรภาพยนตร์ของเขา