ข่าว

'ช่างภาพเนชั่น'ยังไม่พ้นวิกฤติ

'ช่างภาพเนชั่น'ยังไม่พ้นวิกฤติ

12 ม.ค. 2556

'ช่างภาพเนชั่น'ยังไม่พ้นวิกฤติ แพทย์ชี้อาการทรงตัวในทางบวก แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียู เพื่อในสังคมออนไลน์รวมใจขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ปลอด

              12ม.ค.2556 ความคืบหน้าอาการป่วยของนายสกล สนธิรัตน ช่างภาพศูนย์ภาพเนชั่น ประจำรัฐสภา หลังเกิดอาการความดันโลหิตสูงกำเริบจนเสียการทรงตัวและล้มลงหมดสติขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ถ่ายภาพการแถลงข่าวของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา  แต่กลับโชคร้ายถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่และพยาบาลของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่จะนำรถพยาบาลฉุกเฉินประจำรัฐสภาส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล จนในที่สุดต้องประสานขอรถฉุกเฉินของศูนย์นเรนทร นอกรัฐสภา นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลกลาง จนเป็นเหตุให้อาการของนายสกลทรุดหนักถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดทางสมองเป็นการด่วน และยังต้องเฝ้าดูอาการอยู่ในห้องไอซียู ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมานั้น

              ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มกราคม โรงพยาบาลกลางออกแถลงการณ์สรุปอาการของนายสกลว่า ยังมีความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมโดยยา และยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น ซึ่งจะต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

              นพ.ชูวิทย์ ประดิษฐบาทุกา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง กล่าวว่า อาการของนายสกลดีขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมยังถือว่าทรงตัว ขาสามารถขยับได้เล็กน้อย แต่ยังไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และรักษาอาการอยู่ในห้องไอซียู เฝ้าดูอาการใกล้ชิดอีกหลายวัน

              นพ.ชูวิทย์ กล่าวว่า จากที่ได้ผ่าตัดเจาะน้ำในสมองออกเพื่อลดอาการสมองบวม จะต้องรอให้สมองฟื้นตัว ขณะที่อาการเส้นเลือดในสมองแตกบริเวณสมองส่วนกลาง เนื่องจากความดันสูง จนเป็นเหตุให้นายสกลหมดสติขณะทำงานอยู่ที่อาคารรัฐสภาเมื่อ 2 วันก่อนนั้น ถือว่าเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนใหญ่ ซึ่งพบว่าสมองหลายส่วนถูกกดทับ

              ด้าน นพ.ชัยพล วุฒิโอภาส ประสาทศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลกลาง และแพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า แรกรับคนไข้เข้ามาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลนั้น อาการถือว่ายังใช้ได้อยู่ พูดจาถามตอบ ลืมตา และทำตามคำสั่งของแพทย์ได้ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะยังไม่มีเลือดไหลซึมออกมามาก แต่ภายหลังเมื่อมีเลือดไหลออกจากแกนสมองเป็นจำนวนมากจนอาการทรุดลงไปนั้น ก็ได้ปรึกษาญาติว่าจะทำการผ่าตัดเอาเลือดที่แตกเข้าไปคั่งอยู่โพรงน้ำในสมองออกมา

              "หลังผ่าตัดได้เอกซเรย์สมองอีกครั้งก็พบว่าเลือดหยุดไหลแล้วแต่ยังมีน้ำคั่งอยู่ในโพรงน้ำในสมองอยู่ จึงผ่าตัดต่อสายยางระบายน้ำออกจากสมองอีกครั้งหนึ่ง" นพ.ชัยพล กล่าว

              แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวต่อว่า อาการของคนไข้ในขณะนี้เริ่มควบคุมความดันได้แล้ว ผลการผ่าตัดออกมาดี แต่อาการยังถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากสมองถูกทำลายไปมาก คนไข้ก็ยังไม่มีอาการตอบสนองแต่อย่างใด

              "อาการเลือดออกในแกนสมองนั้น คนไข้อาจจะเสียชีวิตได้ภายใน 24-48 ชม. สำหรับคนไข้รายนี้ก็เช่นกันหากปล่อยไว้ไม่ทำอะไรก็จะเสียชีวิตแน่นอน แต่แพทย์กับญาติได้ปรึกษากันแล้วว่าจะผ่าตัดเพื่อสู้ต่อสักตั้ง แม้ความหวังจะมีอยู่น้อยมากก็ตาม ซึ่งทางแพทย์ก็ยังต้องเฝ้าติดตามอาการกันตลอดเวลา" นพ.ชัยพล ระบุ

              วันเดียวกัน นายฉลาด จันทร์เดช ประธานชมรมช่างภาพการเมือง ได้โพสต์แถลงการณ์ของชมรมในหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง ชี้แจงและตอบโต้กรณีพิธีกรรายการทีวีกล่าวหานายสกลทำนองว่า เป็นการสร้างภาพ เพื่อโจมตีนักการเมือง 

              แถลงการณ์มีใจความว่า หลังเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อนายสกล (เอ๋) สนธิรัตน ช่างภาพในเครือหนังสือพิมพ์เนชั่น และคณะกรรมการของชมรมช่างภาพการเมือง ซึ่งต่อมาพิธีกรในรายการ “Wake Up Thailand” รายการเล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์ Voice TV ที่ดำเนินรายการโดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล นายชูวัส ฤกษ์ศรีสุข และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ได้สร้างวาทกรรมกล่าวหาอาการป่วยของนายสกลว่าเป็นดราม่าของผู้สื่อข่าวนั้น ผมเสียใจต่อพิธีกรทั้ง 3 คนนี้จริงๆ ที่บิดเบือนเรื่องทั้งหมดต่อกรณีที่ช่างภาพสำนักข่าวเนชั่นเกิดอาการผิดปกติสะดุดล้ม แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าใช้รถพยาบาลที่ประจำอยู่รัฐสภา เนื่องจากต้องคอยบริการ ส.ส. จนความล่าช้ากว่าครึ่งชั่วโมง

              แถลงการณ์ระบุว่า การกล่าวหามีการบิดเบือนประเด็นให้เป็นเรื่องห้องพยาบาลรัฐที่มีจำนวนไม่เพียงพอ จนไปถึงการระบุว่า“คุณหมอพยาบาลอยู่ในที่นั้นอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปโรงพยาบาล" ทั้งที่พิธีกรทั้ 3 คน ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จริง และไม่รู้ว่าอาการของผู้ป่วยในขณะนั้นเป็นอย่างไร มีอุปกรณ์มากเพียงพอในการรักษาที่อาคารรัฐสภาหรือไม่ โดยไปพูดออกอากาศต่อสาธารณชนสร้างความเสียหายต่อสื่อมวลชนประจำรัฐสภา โดยไม่มีข้อมูลที่แท้จริง อาศัยคราบผู้ดีใส่สูท วิพากษ์วิจารณ์แต่สิ่งที่กลุ่มตนเองได้ประโยชน์ ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนขูดเลือดเนื้อประชาชน หาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวเอง

              ผมเสียใจครับต่อ 3 พิธีกรในรายการนี้ ที่อาศัยคำว่าสื่อ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ระดับมันสมองอย่าง 3 พิธีกรในรายการนี้ ไม่ใช่แค่เม็ดถั่วเขียวที่ไม่มีสายตาอันกว้างไกล ต้องตระหนักเสมอว่า การที่จะนำข้อมูลข้อเท็จจริงไปวิพากษ์วิจารณ์นั้นมีเนื้อหาเท็จจริงประการใด มิใช่แต่จะสร้างกระแส แก้ดำให้เป็นขาว เพื่อเป็นการเอาใจใครบางกลุ่ม ถ้ามีจิตสำนึกควรตระหนักในเรื่องนี้บ้าง การจะทำหน้าที่สื่อถามว่าเราไม่อยากที่จะต้องคอยมาตรวจสอบกันเองหรอกว่าใครดีใครเลว

              ผมในฐานะประธานชมรมช่างภาพการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรเล็กๆที่รวมตัวก่อตั้งกันขึ้นมาจากเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน เพื่อเป็นการเสริมสร้างสังคมที่โรยราให้เข้มแข็งขึ้น มุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่ดีต่อสังคมเพื่อเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการสื่อเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน ไม่มุ่งมั่นหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง

              ในท้ายสุดนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่าน 3 พิธีกรในรายการ “Wake Up Thailand” รายการเล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์ Voice TV ควรที่จะมีจิตสำนึกของความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เอาความจริงมาพูดกัน สัตว์เดรัจฉาน มันยังรักพวกพ้อง มันไม่หากินบนซากของพวกมันเองเลย แต่เรามันเป็นมนุษย์ที่มีความคิด อย่าทับถมกันเลยครับ และถ้าเป็นการดีควรจะขอโทษ ควรจะไปกราบตีนนายสกล (เอ๋) สนธิรัตน ช่างภาพในเครือหนังสือพิมพ์เนชั่น และคณะกรรมการของชมรมช่างภาพการเมือง เพื่อเป็นการขอโทษเพื่อนสื่อด้วยกัน ที่ยังนอนรักษาตัวอย่างไร้สติ ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลกลางครับ จากใจประธานชมรมช่างภาพการเมือง”

              ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดวันที่ 12 มกราคม ผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่เป็นเพื่อนร่วมงานต่างผลัดเปลี่ยนแวะเวียนไปเยี่ยมอาการของนายสกล ที่ยังนอนอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลกลางตลอดทั้งวัน ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์พากันส่งกำลังใจและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ปกปักรักษา ให้นายสกลปลอดภัยและหายจากอาการป่วยโดยเร็ว ขณะที่อีกส่วนหนึ่งแสดงความเสียใจต่อการไร้ซึ่งมนุษยธรรมของพิธีกรรายการทีวี ที่กล่าวให้ร้ายผู้ป่วยอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีตัวแทนของนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมอาการป่วยของนายสกล เช่นกัน