ข่าว

'พท.'ยันเปิดตัวผู้สมัคร'ผู้ว่าฯกทม.'15ม.ค.นี้

'พท.'ยันเปิดตัวผู้สมัคร'ผู้ว่าฯกทม.'15ม.ค.นี้

12 ม.ค. 2556

'พท.'ยันเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 15 ม.ค.เหน็บ ปชป.ส่ง 'สุขุมพันธุ์' เหมือนไร้ตัวเลือก ด้าน'หมวดเจี๊ยบ'เหน็บ'ผู้ว่าฯกทม.'ไม่ใช่นักพูด-นักทำ แค่นักแก้ตัว

               12 ม.ค. 56 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครของพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 13 ม.ค. เวลา 10.00 น. คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาตัวผู้สมัครของพรรค และในวันที่ 15 ม.ค.เวลา 13.30 น. จะเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค รวมทั้ง สก. สข. และสส.ของพรรค ส่วนการหาเสียงเพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคนั้น ได้วางแผนพร้อมลงพื้นที่ทั้ง 50 เขตทั่วกทม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีโมเดลที่ประสานงานร่วมกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะร่วมกันทำหน้าที่ นับตั้งแต่มีการเปิดตัวไปจนถึงขั้นการลงสมัครกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง 

                "ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ จะเป็นวันประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการ ขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอให้เลิกใช้วิธีเดิมๆ ด้วยการโจมตีพรรคอื่นๆ เพราะขนาดอธิบายไปหลายครั้งก็ยังใช้วิธีฤาษีแปลงสารอยู่ ขอให้สู้กันอย่างยุติธรรม และการที่ส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง หมายความว่า ไม่มีตัวเลือกแล้วใช่หรือไม่ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ดีและตั้งหน้าตั้งตาทำ จึงหมายความว่าถ้าในอนาคตเราทำได้ดีกับพี่น้องคนกทม. เราก็จะได้รับความไว้วางใจ นอกจากนี้ การที่พรรคประชาธิปัตย์ยิ่งพูดมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นการดูถูกคนกรุงเทพฯ เพราะผลโพลล์ที่พรรคทำเพื่อถามความคิดเห็นประชาชนจำนวน 3,450 ตัวอย่าง ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้การโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง หรือผู้สมัครของคู่แข่งแทนที่จะนำเสนอนโยบายต่างๆ นั้น ปรากฎว่าไม่ชอบ 6.7% เฉยๆ 30.5% ส่วนคำถามต่อมาคือ การลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ ประชาชนจะเลือกอะไรระหว่าง นโยบายกับตัวผู้สมัคร ผลคือ ดูนโยบาย 60% และ 27% ดูที่ตัวผู้สมัคร ต่อด้วยคำถามที่ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามโจมตี เรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่าจะนำเสาไฟฟ้าลงเลือกตั้งนั้น ประชาชนเข้าใจหรือไม่ ร้อยละ 67.5 บอกว่าเข้าใจว่านี่คือการเปรียบเปรย ก่อนที่จะถามต่อว่า จะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ผลบอกว่าเฉยๆร้อยละ 70 มีผลร้อยละ 11 และไม่มีผลร้อยละ 30 ส่วนคำถามว่า อยากให้ผู้ว่าฯ กทม.แก้ไขเรื่องใดมากที่สุด คำตอบคือ 1.การจราจร 2.มลภาวะ 3.การศึกษา และ 4.เรื่องการจัดระเบียบในกรุงเทพมหานคร เช่นถนน หาบเร่แผงลอย ความสกปรกรกรุงรัง" นายจิรายุ กล่าว

                

"หมวดเจี๊ยบ"เหน็บ "สุขุมพันธุ์" ไม่ใช่นักพูด-นักทำ แค่นักแก้ตัว

               ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เมื่อได้ฟังการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว พรรคเพื่อไทยรู้สึกสงสัยว่า คนไทยจะเชื่อคำพูดของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม และคนอื่นๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ได้แค่ไหน เช่น กรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พูดยกยอตัวเองว่าไม่ใช่คนพูดมากและจะให้เกียรติพรรคคู่แข่งนั้น แต่ยังไม่ทันขาดคำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็เปิดฉากหาเรื่องพูดเหน็บแนมพรรคเพื่อไทยซะแล้ว โดยเฉพาะกรณีการส่งเสาไฟฟ้าลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธแล้วหลายครั้งว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่ใช่นักพูดและไม่ใช่นักทำ แต่เป็นนักแก้ตัว เพราะมีประวัติเคยทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ แก้ตัวแบบข้างๆ คู ๆ เพื่อปัดความผิดให้พ้นตัว อาทิ กรณีสร้างสนามฟุตซอลเสร็จไม่ทันการแข่งขัน อ้างว่าไม่ได้สร้างสนามฟุตซอลให้ฟีฟ่า แต่สร้างให้คนกรุงเทพฯ เปรียบง่ายๆ กับคนที่ตัดชุดวิวาห์เสร็จทีหลังงานแต่งงาน แล้วอย่างนี้จะจ่ายเงินค่าตัดชุดให้สิ้นเปลืองไปทำไม นอกจากนี้ วิธีคิดและบุคลิกส่วนตัวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการประสานงานกับหน่วยงานอื่น จนอาจทำให้การประสานงานระหว่างรัฐบาลและกทม.ไม่ราบรื่น และอาจเกิดปัญหาเหมือนตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2554 ที่รัฐบาลขอความร่วมมืออะไรไป กทม. ก็เล่นแง่ตลอด ซึ่งไม่ทราบว่ากลัวรัฐบาลจะได้หน้าหากแก้ปัญหาน้ำท่วมได้หรืออย่างไร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จึงพูดว่า ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่แก้ปัญหาน้ำท่วมของประเทศ แต่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมให้คนกทม.เท่านั้น ทำให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องรับเคราะห์เพราะการแก้ปัญหาล่าช้า ดังนั้นขอให้คนกรุงเทพฯ นำสิ่งเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาด้วย

               ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า พฤติกรรมของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังสะท้อนตัวตนแบบคนประชาธิปัตย์ ที่เป็นคนพูดอย่างทำอีกอย่าง ซึ่งสังคมต้องทบทวนให้ดีว่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยจะเห็นว่าสโลแกนหลายอย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดอย่างสวยหรู เช่น การให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนนั้น น่าสงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีทัศนคติที่เป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา ขนาดกัมพูชาจะทำดีกับประเทศไทยโดยการปล่อยตัวและลดโทษให้ นายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับไทย แต่นายพณิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตสส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กลับออกมาพูดว่า กัมพูชาทำเช่นนี้เพื่อต่อรองผลประโยชน์กรณีปัญหาปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นการทำลายบรรยากาศในการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่ง นายพัด สุภาภา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของสมเด็จ ฮุน เซ็น ออกมาพูดทำนองว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความอ่อนโยน ไม่แข็งกร้าว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาราบรื่น แตกต่างจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้ว การจับกุม นายวีระและน.ส.ราตรีนั้น ไม่ใช่เพราะนายพณิชหรอกหรือ ที่พานายวีระและน.ส.ราตรี เข้าไปในพื้นที่ขัดแย้ง จนทำให้ถูกกัมพูชาดำเนินคดีในข้อหารุกล้ำดินแดน แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็ช่วยเหลือแต่นายพณิชออกมาจากคุกคนเดียว แล้วทิ้งให้นายวีระ และน.ส.ราตรีติดคุกจนถึงทุกวันนี้ พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงวิธีคิดและท่าทีทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมงานกับใครๆ ได้ยาก ปากอย่าง ใจอย่าง ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยมีแต่ความแตกแยกทั้งภายในและภายนอกประเทศไม่จบไม่สิ้น ทั้งนี้ ในช่วงที่จะเกิดประชาคมอาเซียนนั้น เพราะความสามารถในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นขอให้สังคมย้อนดูประวัติสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า ความสัมพันธ์กับประเทศรอบบ้านเป็นอย่างไร ขอให้คนกรุงเทพฯ นำสิ่งเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาการลงคะแนนเลือกตั้งด้วย