ข่าว

'เด็กไทย'วันนี้ 'ผู้ใหญ่'วันหน้า

'เด็กไทย'วันนี้ 'ผู้ใหญ่'วันหน้า

12 ม.ค. 2556

'เด็กไทย' วันนี้ 'ผู้ใหญ่' วันหน้า

"โตขึ้นอยากเป็นนักเทนนิสครับ เก่งและเท่ดี คุณแม่พาไปเรียนเทนนิสทุกเสาร์ อาทิตย์เลย" ความฝันของ "น้องเจได" ด.ช.ศิวกร รัตนภิญโญวงศ์ วัย 9 ขวบ

"หนูอยากเป็นอุลตร้าแมน ตัวสีชมพู ปล่อยแสงฟิ้วๆ...." คำตอบใสๆ ของ "น้องดา" ด.ญ.วรดา คอมันตร์ วัย 4 ขวบ

"อยากเป็นนักขี่ม้าคับ สนุกดี" ฝันเล็กๆ ของ "น้องต้นน้ำ" ด.ช.สิริพจน์ สนิวงศ์ ณ อยุธยา  วัย 8 ขวบ

"อยากเป็นตำรวจคับ" "น้องใบบุญ" ด.ช.ปุนร์วสุ ภุชงค์ประเวศ วัย 2 ขวบ 4 เดือน บอกเสียงใสแจ๋ว

 

                       "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน” คือ คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2556 จาก นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มุ่งมั่นให้เด็กไทยในยุคโลกโซเชียลมีเดีย ตั้งใจใฝ่หาความเรียนรู้ทั้งจากในและนอกห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชนิดที่ไม่ยอมให้เด็กไทยต้องน้อยหน้าชาติใดในโลก...

                       ทว่า...อีกมุมความสวยงามของสังคมไทย กลับมีความโหดร้ายซ่อนตัวอยู่อย่างน่าหวั่นใจ ขณะที่หลายๆ ครอบครัวก็เลือกที่จะมีลูกตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องดวงใจ ซึ่งยามที่เรานั่งมองเด็กตัวน้อยๆ ลืมตาขึ้นมาดูโลก วิ่งเล่น และส่งเสียงหัวเราะอย่างเริงร่า ท่ามกลางสังคมอันแสนโหดร้ายเยี่ยงนี้ สะท้อนอนาคตแบบไหนให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ได้นึกถึงกันบ้าง
 ประเดิมกันด้วย "โอ๊ต" จิรัตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นักวิชาการพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะคุณพ่อลูกสองให้ความเห็นถึงเด็กๆ วันนี้ว่า ในยุคที่สิ่งเร้าสำหรับเด็กๆ เยาวชนมีมาก ทั้งอินเทอร์เน็ต ไอแพด ไอโฟน เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งเร้าสำคัญในการเรียนรู้ของเด็กทุกคน ซึ่งนั่นสะท้อนว่าพ่อแม่ทุกคนต้องเอาใจใส่ ไม่ปิดกั้น แต่ต้องพยายามใกล้ชิด และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อะไรควรและไม่ควร

                       "อย่างลูกผม คนโต 6 ขวบ คนเล็ก 3 ขวบ เนื้อหาที่ให้ลูกๆ ได้เล่นได้เรียนรู้ก็จะต่างกัน ถ้าวันไหนที่ต้องไปโรงเรียนเด็กๆ จะไม่ได้เล่นไอแพด แต่ถ้าเป็นวันหยุดจะเล่นได้ 20 นาที แล้วผมก็ต้องอยู่ใกล้ๆ หรืออาจจะขยายเวลาออกไปได้อีกเล็กน้อย ซึ่งเขาไม่สามารถโหลดเกมหรือโหลดอะไรได้ด้วยตัวเอง พ่อต้องทำให้ หรือถ้าจะดูยูทูบก็ต้องบอกพ่อก่อน ซึ่งเราก็รู้ว่าทุกวันนี้การแข่งขันสูงในทุกเรื่อง แม้กระทั่งเด็กๆ ก็มีการแข่งขันกันอย่างมาก การเข้าโรงเรียนพ่อแม่ก็ต้องส่งไปเรียนพิเศษตั้งแต่เด็กๆ ส่วนตัวผมมองว่าเด็กเล็กไม่จำเป็น เราจึงมีแนวทางสำหรับลูกของเรา และ อยากให้ลูกพัฒนาไปตามวัย ให้เขาคิดเป็นเพราะถ้าคิดเป็นแล้ว ต่อให้เกิดขึ้นอะไรขึ้นเขาก็จะสามารถอยู่ได้ สำคัญที่สุดพ่อต้องมีส่วนในการเลี้ยงลูก นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระภรรยาแล้ว เราเองก็มีสุขและลูกก็จะอบอุ่น" คุณพ่อลูกสอง กล่าว

                       ด้านคุณแม่ยังสาว "โมนา" วิภาวี คอมันตร์ ของลูกฝาแฝดชายหญิง "น้องธิ" ด.ช.เอกวิทย์ และ "น้องดา" ด.ญ.วรดา มองว่าถ้าอยากให้ลูกเป็นคนเก่งก็ต้องส่งเสริมในสิ่งที่ลูกชอบ อย่างลูกแฝดต่างเพศมีความชอบต่างกันรวมถึงนิสัยใจคอก็ไม่เหมือนกันเลย ซึ่งพ่อแม่ต้องรู้จักเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นคนเก่งและดีในเวลาเดียวกัน

                       "ครอบครัวถือเป็นจุดแรกที่จะหล่อหลอมให้ลูกๆ เป็นคนอย่างไรในสังคม ถ้าครอบครัวอบอุ่นพอเขาโตขึ้นก็จะไม่รู้สึกว่าขาด พอไม่ขาดก็ไม่เห็นแก่ตัว แล้วทำให้นึกถึงคนอื่นด้วย โดยเฉพาะช่วง 0-6 ขวบ ต้องละเอียดอ่อนในการเลี้ยงดู เพื่อป้องกันไม่ให้มีปมแล้วไปก่อเรื่องสร้างความเดือดร้อน ซึ่งการเลี้ยงลูกยุคนี้ค่อนข้างห่วงพอสมควร สังคมเปลี่ยนไปเยอะ เราไปกำหนดชีวิตเขามากไม่ได้ เพราะลูกอาจเกิดความเครียด เลยไม่คาดหวังว่าเขาต้องเป็นอะไร ต้องเรียนให้ได้ที่ 1 แต่ขอให้มีความสุขในสิ่งที่เป็นก็พอ" คุณแม่ของลูกฝาแฝด แสดงความปรารถนา

                       เด็กๆ ถ้าซนเกินพอดีก็ต้องกำราบและลงไม้บ้างเพื่อฝึกความมีวินัย...เป็นมุมมองการเลี้ยงดูลูกๆ ของ "นิกกี้" ปณิธี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คุณแม่คนสวยของลูกชายสามคนวัยกำลังซนแก่น ด้วยเห็นว่ายุคนี้มีตัวอย่างให้ดูมากมาย กรณีไปเดินห้างแล้วเห็นลูกคนอื่นร้องฟูมฟาย กระทืบเท้าอยากได้ของเล่นราคาแพง หรือไอโฟน ซึ่งความจริงของเหล่านี้เป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับเด็กเลย แล้วเทคโนโลยีบางอย่างถ้าซื้อให้ใช้โดยลำพังก็อาจหล่อหลอมให้เด็กมีนิสัยก้าวร้าว ไม่แคร์สังคม เมื่อเป็นเช่นนี้จะเป็นอนาคตของครอบครัวและของชาติได้อย่างไร

                       "อยู่ที่ผู้ใหญ่ปลูกฝัง การเป็นเด็กดีไม่ใช่เรียนเก่งอย่างเดียว ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ด้วย ไม่ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัว รักชาติ รักความเป็นไทย เทิดทูนพระมหากษัตริย์ด้วย เราปลูกฝังได้ สมัยนี้นิกกี้ว่าพ่อแม่บางคนลืมนะเพราะมัวแต่ส่งไปเรียนพิเศษ เน้นวิชาการเกินไป นิกกี้เองเรียนหนังสือที่เมืองนอกก็ไม่ได้ติดนิสัยฝรั่งจ๋า ยังใส่ใจความเป็นไทย นอบน้อม รู้จักกาลเทศะ แล้วถ่ายทอดให้ลูกด้วย จึงพยายามฟูมฟักไม่ให้เขากระด้าง ยิ่งในยุคที่มีสิ่งยั่วยุมากผู้ใหญ่ทำอะไรเด็กก็ซึมซับ เรื่องดีก็ดีไป ถ้าเจอเรื่องร้ายๆ แล้วเด็กจะดีได้อย่างไร" คุณแม่อนุรักษ์นิยมพร้อมผสมผสานเหตุการณ์ปัจจุบันในการเลี้ยงลูก แสดงความเป็นห่วง

                       เพราะเด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในภายภาคหน้า และผู้ใหญ่ใจดีอย่าง "นิ่ม" ยุวดี นิ่มสมบุญ ประธานกรรมมาธิการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมกิจการเด็กและเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยมองว่าในมุมของผู้ใหญ่แต่ละวัยที่มองเด็กๆ ความคิดเห็นจะแตกต่างกันออกไป หากเป็นผู้สูงวัยจะมองถึงความไม่มีระเบียบและไม่มีสัมมาคารวะของเด็กสมัยนี้ที่ลดน้อยไปตามยุคสมัย เนื่องจากตามกระแสของสังคมฝั่งตะวันตก สิ่งที่เกิดขึ้นต้องโทษพ่อแม่รุ่นกลางเก่ากลางใหม่ที่หย่อนยานในการอบรม จนเด็กๆ รู้จักแต่สิทธิแต่ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

                       "สังเกตว่าประเทศที่เจริญแล้ว เขาจะมีสิทธิและหน้าที่ควบคู่กัน ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วเขาจะดูแลตัวเอง บางครั้งถึงกับทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน ขณะที่เด็กไทยรู้จักแต่สิทธิอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวพึ่งพาพ่อแม่เป็นหลักใหญ่ วัฒนธรรมไทยมีแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความกตัญญู ความเอื้ออาทรซึ่งเป็นสิ่งที่ดีของสังคมไทยอยู่แล้ว เมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมามีสถิติเด็กวัยรุ่นเข้าวัดสวดมนต์ข้ามปีกันมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เป็นสัญญาณที่ดีคลายกังวลได้ว่าไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปทางไหน อย่างน้อยก็ยังมีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

                       สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรจะปลูกฝังให้เด็กๆ คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้พวกเขาได้รู้สึกถึงความเกรงใจ ความเอื้อเฟื้อของคนไทยนุ่มนวลกว่าชาติใดในโลก สิ่งต่างๆ ที่เป็นกระแสตะวันตก อยากให้เป็นเพียงกระแสที่ผ่านมาเพื่อเรียนรู้และผ่านไปแบบไม่ต้องจดจำ เพราะเรามีอัตลักษณ์ของไทยที่ควรจะแสดงให้ทุกชาติได้เห็น ทุกวันนี้พ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกแบบเกรงใจเด็กมากเกินไป ไม่ยอมตีเพราะแสดงออกถึงความทารุณ แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านี้ทำออกจากคำว่ารัก เพราะอยากให้ลูกได้ดีอาจจะออกแนวดิบหน่อย แต่เป็นคุณประโยชน์ต่อเด็กในวันข้างหน้า เพราะสังคมของเราเริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่อาเซียน ดังนั้นการปลูกฝังในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความพอเพียง และความเป็นไทย ต้องให้คงอยู่และไม่ถูกกลืนไปในสังคม" ยุวดี สะท้อนมุมมองปิดท้าย