
'แท็กซี่...ปลอดภัย'เหลียวแลคนขับ
'แท็กซี่...ปลอดภัย'เหลียวแลคนขับรถแท็กซี่บ้าง
"เครือข่ายชุมชนคนบางนา" ร่วมกับ "คมชัดลึกทีวี" รายการ "ลุงแจ่มออนแอร์" ร่วมหาแนวทางช่วยเหลือผู้ขับขี่รถแท็กซี่ โดยมีตัวแทนจากผู้ขับแท็กซี่และสหกรณ์แท็กซี่สยาม ร่วมสะท้อนปัญหาคนขับรถแท็กซี่ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอีกในอนาคต
หลังเหตุการณ์แท็กซี่หญิง บุญช่วย ทองแท้ โดนวัยรุ่นปาดคอ แล้วผลักออกจากรถ และขับรถทับซ้ำ หวังให้เสียชีวิต แต่เธอไม่เสียชีวิต เพราะมีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ เรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสสังคม เนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดร้าย ทารุณเกินเหตุ จนเป็นที่มาของการสัมมนา "แท็กซี่...ปลอดภัย" ที่เครือข่ายชุมชนคนบางนา คมชัดลึกทีวี และรายการลุงแจ่มออนแอร์ ได้จัดขึ้น เพื่อหาแนวทางในการป้องกันเรื่องความปลอดภัยให้แก่รถแท็กซี่ ซึ่งกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่เองก็รู้สึกดีใจ เพราะอยากให้มีหน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญและหาแนวทางในการช่วยเหลือร่วมกันมานานแล้ว
วิทูร แนวพาณิชย์ ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ขับแท็กซี่มากว่า 10 ปี พบเห็นเพื่อนขับแท็กซี่ถูกทำร้ายอยู่ตลอดเวลา มีทั้งที่เจ็บหนักและเสียชีวิต ถูกทำร้ายเล็กน้อย และการสูญเสียทรัพย์สิน ซึ่งแอบคาดหวังว่า การไปเยี่ยมเพื่อนสมาชิกแท็กซี่ที่บาดเจ็บ หรือไปงานศพเพื่อนสมาชิกที่เสียชีวิต จะเป็นรายสุดท้ายที่ตนไป แต่ก็ไม่เคยมีรายสุดท้ายเสียที เพราะจะมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เจ็บเล็กน้อย เจ็บมาก เสียชีวิต เป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง แล้วแต่ความรุนแรงของผู้เสียหาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีอย่างต่อเนื่องทุกวัน
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุเพื่อนสมาชิกแท็กซี่ถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องนั้น มาจากเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องที่นักโทษถูกปล่อยตัวออกมาแล้วกลับมาก่อนอาชญากรรมใหม่ เรื่องปัญหายาเสพติดที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องหาเงินมาเสพยา และคิดว่าปล้นแท็กซี่ง่ายที่สุดแล้วสำหรับการหาเงิน จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องการจี้ ปล้นรถแท็กซี่มีเกิดขึ้นอยู่เกือบทุกวัน และมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า ในปีนี้จะมีเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาด้วย
โดยส่วนตัวแล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง อยากให้ตำรวจตั้งจุดตรวจมีความถี่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่อยู่ตามรอยตะเข็บของกรุงเทพฯ สู่ปริมณฑล อย่าง ปทุมธานี ฝั่งธนฯ พุทธมณฑล และหนองแขม ถือเป็นจุดเสี่ยงที่เพื่อนสมาชิกแท็กซี่อาจถูกจี้ ปล้น หรือ ทำร้ายได้ง่าย เพราะเป็นรอยต่อของพื้นที่ ทำให้การตรวจตราดูแลของตำรวจไม่ทั่วถึง จึงถือเป็นจุดที่อันตรายที่คนขับแท็กซี่รู้กันดี
ด้าน สำอางค์ ขันธนิธิ ผู้ขับแท็กซี่หญิง บอกว่า ทุกครั้งที่มีผู้ชายขึ้นมาเป็นผู้โดยสารตนเองจะคิดตลอดเวลาว่า จะรอดไหม เพราะทุกวันนี้หาความปลอดภัยได้ยากเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะเลือกที่จะมาทำอาชีพนี้ ก็ไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธรับผู้โดยสาร ดังนั้นทุกวันที่ออกจากบ้านก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เพราะยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบดูแลสามีที่ป่วยหนัก และลูกที่พิการ ถ้าเป็นอะไรไปอีกสองชีวิตที่เหลือคงเดือดร้อน
"อยากให้ตำรวจมีการตั้งด่านตรวจมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย หรืออาจจะมีสัญญาณเตือนภัยอะไรสักอย่างติดในรถแท็กซี่ เพื่อเมื่อเกิดเหตุคนขับสามารถส่งสัญญาณไปสู่เพื่อนคนอื่นๆ ที่ขับรถอยู่บนท้องถนนให้รู้และสามารถมาช่วยได้" สำอางค์ กล่าว
ส่วน สำเร็จ มุระดา ผู้ขับแท็กซี่ชาย ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า จากประสบการณ์ที่ขับรถแท็กซี่มา 16 ปี เห็นเพื่อนสมาชิกเสียชีวิต และบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า ในแต่ละปีมีแต่เพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง ทำให้รู้สึกว่า อาชีพนี้เป็นอาชีพที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะให้ความสนใจอย่างจริงจัง
ความคิดเห็นส่วนตัวก็เหมือนกับเพื่อนที่บอกไปคือ อยากให้ตำรวจตั้งด่านถี่ และมีการกวดขันเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็อยากให้กรมการขนส่งยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์บางอย่างในรถ เพื่อเป็นการป้องกันหรือทำให้คนขับปลอดภัย เพราะการจะติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างในรถได้ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมการขนส่งทางก่อน จึงจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ดังนั้น จึงควรมีการเปลี่ยนกฏ หรือระเบียบ เพื่อให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
นอกจากนั้นก็อยากให้มีตัวแทนจากกรมการขนส่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการจัดการ หรือช่วยเหลือเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาของรถแท็กซี่ เพราะทุกวันนี้มีเพียงเพื่อนแท็กซี่ที่รวมกลุ่มกัน เรียกว่า มูลนิธิเพื่อคนขับรถแท็กซี่ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกเวลาที่มีปัญหา ถูกทำร้าย หรือต้องไปงานศพ และถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคี หรือ พหุภาคี ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างคนขับรถแท็กซี่ ผู้โดยสาร กรมการขนส่ง ตำรวจ ได้ทำงานหรือหารือร่วมกัน เพื่อช่วยกันทำให้เกิดความปลอดภัย หรือ ช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆ ให้ทั้งแก่ผู้นั่งรถแท็กซี่ และผู้ขับรถแท็กซี่ เนื่องจากทุกวันนี้เหมือนกลุ่มเพื่อนสมาชิกอยู่กันเองอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ หรือดูแลอย่างเป็นทางการ
บุญเสริม สมพงษ์ จากมูลนิธิเพื่อคนขับแท็กซี่ ให้ความเห็นเสริมว่า ทุกวันนี้คนขับรถแท็กซี่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีหน่วยงานไหนเหลียวแล ต้องเยียวยากันเอง เมื่อมีความเดือดร้อน คนขับรถแท็กซี่ไม่สามารถปฏิเสธผู้โดยสารได้ เพราะมีกฎหมายกำหนด แต่เวลาจะกำหนดเป็นกฎหมายไม่เคยมีใครมาถามคนขับรถแท็กซี่ว่า สิ่งที่กำหนดมานั้นเหมาะสมหรือมีความเป็นไปได้กับคนขับรถแท็กซี่หรือไม่
"อยากให้มีการพูดคุย หรือ ถามกันบ้างว่า กฎหมายมที่ออกมานั้น คนขับรถแท็กซี่เห็นด้วยไหม เราไม่มีสิทธิปฏิเสธ เพราะเลือกที่จะขับรถแท็กซี่ ตลอด 24 ชั่วโมงเสี่ยงอยู่กับอันตราย โดยไม่สามารถปฏิเสธได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายก็ต้องช่วยเหลือกันเอง อยากให้มองในเรื่องพวกนี้บ้างครับ" บุญเสริมกล่าวทิ้งท้าย
..........................................
สิ่งที่คนขับรถแท็กซี่อยากได้
-เพิ่มมาตรการเข้มของตำรวจมากกว่านี้ ตั้งจุดให้มีความถี่เพิ่มมากขึ้น
-อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิดหาเครื่องมือที่ทันสมัยติดตั้งในรถแท็กซี่ เพื่อเป็นการแจ้งเหตุ เตือนภัย
-ขอเครื่องมือที่ทันสมัยติดตั้งในรถ เพื่อให้สามารถเตือนภัยให้รถคันอื่นรู้ได้ว่า รถแท็กซี่คันที่ร้องขอความช่วยเหลือกำลังประสบปัญหา หรือ ต้องการความช่วยเหลือ
-กรมการขนส่งทางบก ควรจะอนุญาตให้ติดตั้งเครื่องมือที่ทันสมัย หรือ สัญญาณเตือนภัยในรถได้
-กรมการขนส่งทางบก ควรจะเป็นแม่งานในการรวบรวม หรือ ก่อตั้งสมาคมไตรภาคี หรือ พหุภาคี เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และคนขับรถแท็กซี่
-ควรจะมีการสกรีนคนขับรถแท็กซี่ ให้เหลือแต่คนขับรถแท็กซี่จริง ที่ขับเป็นอาชีพจริงๆ ไม่ใช่มาขับแท็กซี่เป็นอาชีพเสริม เพราะทำให้เกิดปัญหาไม่รับผู้โดยสาร



