ข่าว

นร.ขานรับเลิกตัดผม'เกรียน-สั้นติ่งหู'

นร.ขานรับเลิกตัดผม'เกรียน-สั้นติ่งหู'

10 ม.ค. 2556

นักเรียนขานรับนโยบายเลิกบังคับตัดผม 'เกรียน-สั้นติ่งหู' ขณะที่สมาคมผู้ปกครองฯยุพราช ชี้ปล่อยอิสระทำลายระบบปลูกฝังวินัยเด็ก

                      10 ม.ค.56 จากกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สรุปแนวทางดำเนินการเรื่องทรงผมนักเรียนว่า ให้กระทรวงศึกษาธิการจัดทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งไปยังสถานศึกษาในกำกับของ ศธ.ทุกแห่ง เพื่อกำชับในเรื่องของทรงผมนักเรียนนั้นต้องยึดกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2518 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า ให้นักเรียนชายไว้ผมแบบรองทรงได้ และให้นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้นหรือยาวได้ โดยประกาศไปเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น

                      ล่าสุดในวันนี้ (10 ม.ค.) จากการสอบถามตามสถานศึกษา ต่างก็มีความคิดเห็นเคลื่อนไหวตามแนวนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะเด็กนักเรียนชาย ที่ไม่อยากตัดทรงผมเกรียน และเด็กนักเรียนหญิงที่อยากไว้ผมยาว โดยจากการสอบถามนักเรียนโรงเรียนพุทธชินราชพิทยา อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ได้ความว่า นักเรียนหลายคนรู้สึกดีใจ ที่จะได้รับอนุญาตให้ไว้ผมยาวได้

                      ด้านนางสาวภาวินี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กล่าวว่า ตนต้องตัดผมทรงนักเรียน คือ ผมบ็อบสั้น เสมอติ่งหู มาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ยอมรับว่ารู้สึกอึดอัดมาก โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าสู่มัธยมปลาย อีกทั้งตนเชื่อว่าการไว้ผมยาวไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียน ส่วนที่โรงเรียนเทศบาล 3 วัดท่ามะปราง อ.เมืองพิษณุโลก นักเรียนชายชั้น ป.6 รายหนึ่ง บอกว่า ตั้งแต่เข้าโรงเรียนก็ตัดทรงผมเกรียนมาตลอด แต่ตอนนี้ก็จะไว้ผมรองทรงแล้ว หลังจากที่มีประกาศออกมา

                      ทั้งนี้นายเดชา สมบูรณ์พงษ์กิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธชินราชพิทยา กล่าวว่า เมื่อกระทรวงมีหนังสือออกมาให้นักเรียนชายสามารถไว้ผมรองทรง นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้นหรือยาวได้นั้น ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด แต่คงจะต้องออกระเบียบมาให้ชัดเจนว่า เมื่อไว้ยาวจะไว้อย่างไรจึงจะเรียบร้อยเหมาะสมกับความเป็นนักเรียน

 

สมาคมผู้ปกครองฯชี้ทำลายระบบปลูกฝังวินัยเด็ก

 

                      นายทินกร นำบุญจิต นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ให้ความเห็นกรณีกระทรวงศึกษาธิการสั่งปรับระเบียบเรื่องทรงผมนักเรียนว่า หากเป็นเด็ก ม.ปลาย ที่ต้องการจะไว้ผมยาว เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ไม่น่าจะมีปัญหาและดูสมวัย แต่หากเป็นเด็ก ม.ต้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนชายมองว่าจะดูไม่เหมาะเพราะนักเรียนไทยมีเครื่องแบบยูนิฟอร์มต่างกับนักเรียนในต่างประเทศ หากไว้ผมรองทรงคงจะดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ที่สำคัญผมเกรียนยังดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องมาตกแต่งเสียเวลา มองว่าผมเกรียนยังดูน่ารักสมวัยเรียนมากกว่า

                      "ระเบียบให้นักเรียนไว้ทรงผมสั้นเกรียนเหมือนๆกัน หรือทรงกะลาครอบของนักเรียนหญิง มีนัยสำคัญในการฝึกฝนให้เด็กมีระเบียบวินัยและอยู่ในกรอบกฏิกาตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อพวกเขาได้อยู่ในกฏเกณฑ์อยู่ในกรอบกติกา โตขึ้นก็จะสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นในกรอบของสังคมได้ดี แต่หากเรามองแต่มุมของการละเมิดสิทธิ์จนยอมให้อิสระในทุกเรื่อง การปลูกฝังวินัยในวัยเด็กก็จะหายไป" นายทินกร กล่าว

                      นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางโรงเรียนยึดระเบียบเรื่องทรงผมตามกฏกระทรวง พ.ศ.2515 แต่หากมีการปรับเปลี่ยนและทางโรงเรียนได้รับหนังสือแจ้งจากกระทรวงศึกษาธิการก็จะยึดปฏิบัติตามนโยบาย พร้อมทั้งจะชี้แจงให้ผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนเข้าใจ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาแม้จะมีกฎระเบียบชัดเจน แต่ต้องยอมรับว่าในทางจิตวิทยาเด็กนักเรียนในช่วงวัยรุ่นย่อมรักสวยรักงามเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่ได้เคร่งครัดในระเบียบจนเกินควร แต่ตึงหย่อนพอเหมาะพอดี แต่ทั้งหมดนี้ต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมาะสมกับวัย ขณะที่การอนุญาตให้นักเรียนชายไว้รองทรงและนักเรียนหญิงไว้ผมยาวได้นั้น นักเรียนในโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากนัก

                      นายกรินทร์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวว่า ทรงผมจะสั้นหรือยาวไม่เกี่ยวกับคุณภาพของนักเรียน แต่คุณภาพขึ้นอยู่กับการเรียนการสอนและความใส่ใจของตัวนักเรียนมากกว่าทรงผมสั้นหรือยาว ส่วนการปลดล็อกทรงผมครั้งนี้ในกลุ่มนักเรียนมีทั้งเห็นด้วยและตั้งใจไว้ผมรองทรงแทนทรงเกรียน แต่บางกลุ่มกลับมองว่าทรงเกรียนดูเรียบร้อยและสะดวกสบายดูแลง่ายมากกว่า ส่วนตนเองจะไว้ทรงไหนก็ได้ตามระเบียบที่ทางโรงเรียนกำหนด

 

 

"รด."เมินศธ.เลิก"เกรียน"ไม่อนุญาตให้นรด.ไว้ผมยาว

               

                พลโทวิชิต   ศรีประเสริฐ   ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) กล่าวว่า  ทางหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนยืนยันจะไม่มีการปรับกฏระเบียบตาม ศธ.แต่อย่างใด เนื่องจากกฏระเบียบดังกล่าว เป็นการฝึกระเบียบวินัย ให้กับนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งทุกคนที่สมัครเข้ามาเรียนต้องอยู่ในกฏระเบียบของทหาร และทหารในทุกๆประเทศ ก็ไม่มีการอนุญาติให้ไว้ผมยาวอยู่แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดสิทธิ และเสรีภาพส่วนบุคคล หรือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด

               นายอลงกรณ์  นิยะกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครองโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์  (มก.)   และในฐานะหนึ่งในคณะทำงานพิจารณาข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับแบบทรงผมของนักเรียน นักศึกษา กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการให้นักเรียนไว้ผมยาวได้  การไว้ทรงผมของนักเรียนที่ใช้อยู่เป็นระเบียบที่ดีอยู่แล้ว เพราะจะสามารถแยกแยะระหว่างนักเรียนกับประชาชนทั่วไป และคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กได้ ยกตัวอย่าง หากเด็กหญิงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมต่อการถูกประทุษร้าย โจรผู้ร้ายที่เตรียมกระทำการใดๆ ต้องชะงักเกรงกลัวโทษที่จะได้รับ เพราะการกระทำชำเราไปจนถึงการข่มขืนนั้น โทษที่ผู้กระทำจะได้รับหากเป็นเด็กเยาวชนจะหนักกว่าประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าทรวงผมจะป้องกันนักเรียนได้หมด แต่ถึงจะน้อยนิดหากแต่สามารถปกป้องนักเรียนหญิงได้ก็จำเป็นต้องตระหนัก 

               “ผมเป็นครูฝ่ายปกครองมา 30 ปี พบว่าระยะหลังๆ ตั้งแต่มีการห้ามลงโทษนักเรียนด้วยการตี พบว่า นักเรียนปัจจุบันดื้อและควบคุมได้ยากขึ้น แต่จริงๆแล้วในมุมมองครูการลงโทษเป็นการสั่งสอนที่ดีเพื่อให้นักเรียนหลาบจำ ซึ่งเกิดจากความหวังดี ไม่ใช่อคติ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีข่าวดังกล่าวออกไปแล้ว ขณะนี้ทำให้เกิดปัญหาระหว่างนักเรียนบางกลุ่ม และฝ่ายปกครอง ในการต่อรองไว้ผมยาว ” ครูฝ่ายปกครอง ร.ร.มก. กล่าว

               นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการควรทำคือการทำประชาพิจารณ์ 3 กลุ่ม 1 ประชาชนทั่วไป 2 นักเรียน ครู และ 3 ผู้ปกครอง เพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบใดๆ ในมุมมองของคนทั้ง 3 กลุ่มนี้มีน้ำหนักไปในทิศทางใด อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าระเบียบที่ใช้กันมานั้นดีและเป็นประโยชน์กับนักเรียนอยู่แล้ว หากจะต้องไปปรับเปลี่ยนหรือบังคับให้ต้องแก้ไขเพื่อเด็กเพียงบางกลุ่มได้รับประโยชน์ ถามว่าแล้วเด็กนักเรียนอีกกว่า 4 ล้านคนได้ประโยชน์ด้วยหรือ ที่สำคัญอาจเกิดปัญหาระยะยาวตามมาได้ เด็กที่ได้ประโยชน์ก็จะยกมาเป็นข้ออ้างแข็งขืนต่อกฎระเบียบของโรงเรียน

                “จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีการหารือกันตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ปัญหาเกิดจาก ร.ร.สมุทรสาครบูรณะ ซึ่งแต่เดิมเป็นโรงเรียนหญิงล้วน เมื่อปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนหญิงชาย ปรากฏว่านักเรียนชายกลับไว้ผมยาวตามนักเรียนหญิง จึงถูกครูตัด นักเรียนชายคนดังกล่าวไม่พอใจจึงเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิฯ แต่คณะกรรมการสิทธิฯ ชี้แจงว่าเป็นอำนาจของโรงเรียน นักเรียนชายคนนั้นจึงร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องจึงถึงกระทรวงศึกษาธิการ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ รมว.ศึกษาธิการพูดนั้น เป็นการพูดกลางๆ แต่เราต้องมองถึงผู้ปฏิบัติที่มีอยู่หลายระดับด้วย หากออกระเบียบมากและกว้างเกินกว่าจะควบคุม จะเป็นปัญหาระหว่างครูฝ่ายปกครองทั่วประเทศและนักเรียนทันที ทั้งนี้เชื่อว่าเราไม่ควรแก้ระเบียบใดๆ ที่เคยปฏิบัติมา แต่ควรปรับให้เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน เช่น ห้ามแต่งหน้า ทาเล็บ ทำสีผม เป็นต้น” นายอลงกรณ์ กล่าว

               ด้านรศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ  อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปลดล็อคกฏไดโนเสาร์ เพราะกฎเกณฑ์ที่ผ่านมามันขัดกับวิถีชีวิตวัยรุ่นในปัจจุบัน และเป็นการจำกัดเด็กมากเกินไป ทำให้เด็กรู้สึกต่อต้าน การปลดล็อคทรงผมในครั้งนี้จะทำให้เด็กมีอิสระในชีวิตมากขึ้น ไม่อยู่ในกรอบที่ตึงเกินไป แต่เมื่อปลดล็อคแล้วโรงเรียนก็ควรส่งเสริมให้เด็กมีวินัย รู้จักดูแล ควบคุมตนเอง ตลอดจนใช้วิจารณญานด้วยว่าการเข้าไปอยู่ในโรงเรียนควรจะมีทรงผมแบบใด ไม่ใช่ทำทรงผมแบบแฟชั่นจ๋ามาเลยก็จะไม่เหมาะสม

               นายปรเมษฐ์   โมลี   ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ กล่าวว่า เห็นด้วยและขอชื่นชมนโยบายของนายพงศ์เทพ เพราะถือเป็นการให้เกียรติ และยอมรับความคิดเห็นของเด็ก หลังจากนี้ทางโรงเรียนก็จะนำนโยบายนี้เป็นแนวปฏิบัติทันที อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า เมื่อปล่อยให้เด็กเป็นอิสระในเรื่องทรงผมแล้ว เด็กคงไม่ทำผมทรงฮิปปี้ รุงรัง ไม่เรียบร้อยอย่างแน่นอน เพราะเด็กทุกคนมีความรับผิดชอบ ซึ่งทางโรงเรียนก็มีการปลูกฝังในเรื่องความมีระเบียบวินัยอยู่แล้ว

               น.ส.ชลดา  สุขจิตต์มาลี  นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า เห็นด้วยและดีใจที่จะได้ไว้ผมยาว เพราะทุกวันนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่ชั้นม.ปลาย แต่โรงเรียนก็บังคับให้ไว้ผมสั้น ซึ่งการปลดล๊อคทรงผมทำให้ตนเองรู้สึกอิสระ และดูแลตัวเองได้ โดยหลังจากนี้ตนก็จะไว้ผมยาว แต่ตนก็จะรวบผมให้เรียบร้อยตามระเบียบใหม่อย่างแน่นอน

               ด.ช.เกียรติศักดิ์  ชูอินทร์  ชั้นม.1/2 โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์  (มก.) กล่าวว่า ตนเองและกลุ่มเพื่อนๆทราบข่าวดังกล่าวแล้ว ทุกคนรู้สึกดีใจ เพราะไม่ต้องการตัดผมสั้นเกรียนทุกเดือน ซึ่งตัดมาตั้งแต่สมัยประถมศึกษา แต่ทั้งนี้ คิดว่าการไว้ผมสั่นหรือผมยาวนั้น คงไม่น่าเกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์การเรียนหรือความประพฤติของนักเรียนให้ดีขึ้นได้ เพราะไว้ผลรองทรงและประพฤติตามระเบียบของโรงเรียนก็สามารถเป็นนักเรียนที่ดีได้ ส่วนผลการเรียนเป็นเรื่องความพยายามของนักเรียนแต่ละคนที่จะไปขวนขวายเอง