
ปริศนา!'ปธ.กูเกิล'เยือน'โสมแดง'
ปริศนาการเยือนโสมแดงของประธานกูเกิล
นายบิล ริชาร์ดสัน อดีตผู้ว่าการรัฐเม็กซิโก นำคณะไปเยือนกรุงเปียงยาง ในสัปดาห์นี้ เพื่อมุ่งเจรจาปล่อยตัวพลเมืองอเมริกันที่ถูกเกาหลีเหนือจับกุมดำเนินคดี ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เหตุใด นายเอริค ชมิดต์ ประธานกรรมการบริษัทกูเกิล เว็บไซต์สืบค้นข้อมูลอันดับหนึ่งของโลก จึงเป็นหนึ่งในอาคันตุกะที่เกาหลีเหนือต้อนรับขับสู้อย่างดีนั้น ยังไม่มีคำตอบ และเจ้าตัวก็ไม่เคยพูดอย่างชัดๆ ว่า อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของการเยือนดินแดนที่การท่องอินเทอร์เน็ตและใช้เว็บกูเกิลยังเป็นอภิสิทธิ์และความจำเป็นของบุคคลเพียงหยิบมือ
ขณะที่ นายชมิดต์ มักเน้นย้ำถึงพลังของอินเทอร์เน็ตและกูเกิลว่า จะช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนและการกดขี่ทางการเมืองได้ ซึ่งเกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกมองว่าทำเช่นนั้นอยู่
อย่างไรก็ดี หลายคนอาจไม่ทราบว่า หลายปีมานี้ กูเกิล พบปะองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านเกาหลีเหนือหลายครั้ง การเยือนเกาหลีเหนือจึงไม่น่าเกิดขึ้นอย่างกะทันหันอย่างแน่นอน แถมไปพร้อมกับคนสองคนที่ค่อนข้างมีบทบาทในการพัฒนาช่องทางติดต่อกับเกาหลีเหนืออย่างมาก หนึ่งคือ นายบิล ริชาร์ดสัน ที่เคยเป็นทูตสหประชาชาติสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน และบุคคลที่มีนามว่า โทนี นัมคุง ที่ปรึกษาด้านเกาหลีเหนือของนายริชาร์ดสันมาอย่างยาวนาน และเคยไปเยือนเกาหลีเหนือกว่า 40 ครั้ง ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา
นายนัมคุง เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี ที่เกิดในจีน ร่ำเรียนในสหรัฐ เป็นผู้ที่มีบทบาทเตรียมการเยือนเกาหลีเหนือของนายคลินตันเมื่อสิงหาคม 2552 ซึ่งครั้งนั้นช่วยคืนอิสรภาพแก่สองผู้สื่อข่าวที่ถูกควบคุมตัว 140 วัน หลังถูกเกาหลีเหนือจับได้ว่าแอบบันทึกภาพแถวแม่น้ำทูเหมิน ชายแดนที่ติดกับจีน ทั้งยังเป็นผู้ที่แนะนำสำนักข่าวเอพี เปิดสำนักงานในกรุงเปียงยาง
แม้ว่าเกาหลีเหนือได้ชื่อว่าเป็นสังคมโดดเดี่ยวและอยู่ใต้การเซ็นเซอร์มากที่สุดบนพื้นพิภพ และติดอันดับท้ายตารางในแง่เสรีภาพสื่อ แต่ก็ใช่ว่าจะร้างแล้งไอทีอย่างสิ้นเชิง
ว่ากันว่า คิม จอง อุน คือคนที่มีบทบาทสำคัญเกลี้ยกล่อมนายคิม จอง อิล บิดาผู้ล่วงลับ ให้ยอมรับการใช้โทรศัพท์มือถือเมื่อหลายปีก่อน
จนปัจจุบัน มีชาวเกาหลีเหนือมากกว่าล้านคนที่สื่อสารผ่านระบบที่ติดตั้งเมื่อปี 2551 โดย โอราสคอม ยักษ์ใหญ่สื่อสารอียิปต์ ที่ป้องกันการโทรเข้า-ออกประเทศอย่างรัดกุม นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังมีเครือข่ายสื่อสารภายในหรืออินทราเน็ต เมื่อปี 2545 และหน่วยงานรัฐบางแห่งก็มีเว็บไซต์ของตนเอง หากแต่การสื่อสารและระบบทุกอย่างอยู่ในวงจำกัด เช่น โทรออกนอกประเทศไม่ได้ ระบบอินทราเน็ตก็ตัดขาดจากโลกภายนอก
แต่หลายปีมานี้ กำแพงกั้นการหลั่งไหลของข้อมูลข่าวสารจากโลกภายนอกอาจไม่แน่นหนาเหมือนก่อน เมื่อโทรศัพท์มือถือที่ลักลอบนำเข้าจากจีน ทำให้ผู้คนแถบชายแดนสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในจีน และโทรข้ามประเทศได้ ขณะที่เครื่องรับโทรทัศน์แบบใหม่ๆ ก็เปิดโอกาสให้รับรู้ช่องทีวีจากภายนอกได้บ้าง ยังไม่นับรวมถึงดีวีดี เครื่องเล่นเอ็มพี 3 และแฟลชไดรฟ์ ที่สามารถพาข้อมูลทุกสิ่งอย่างตั้งแต่ข่าวสาร จนถึงละครจากเกาหลีใต้เข้าไปจนได้
นักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่มองว่า การปรากฏตัวของนายใหญ่แห่งกูเกิลในเกาหลีเหนือ คงไม่ได้ข้อตกลงอะไรติดไม้ติดมือให้ฮือฮา แต่อาจเป็นการแสดงออกของเกาหลีเหนือว่า ต้องการปรับปรุงขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีในประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยู่นอกโลกอินเทอร์เน็ต สอดรับกับคำปราศรัยต้อนรับวันปีใหม่ของนายคิม จอง อึน ที่เน้นย้ำเรื่องการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาเศรษฐกิจประเทศ แม้ว่าในความเป็นจริง เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศที่เชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ตน้อยที่สุดในโลก
อดีตนักการทูตอาวุโสสหรัฐในโซล นายเดวิด สเตราบ์ มีความเห็นว่า นายชมิดต์อาจอยากไปเห็นว่า โอราสคอม ทำอย่างไรกับระบบมือถือในเกาหลีเหนือ และกูเกิลอาจทำอะไรได้บ้างกับอินเทอร์เน็ตที่นั่น แต่ความพยายามใดๆ ที่จะทำข้อตกลงระหว่างชมิดต์และบริษัทของรัฐบาลเปียงยางในอนาคต คงไม่ง่าย เพราะติดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ
การไปเกาหลีเหนือครั้งนี้ นอกจากได้เห็นกับตาว่า นักศึกษาเกาหลีเหนือที่มหาวิทยาลัยคิม อิล ซุง ในกรุงเปียงยาง ใช้กูเกิลสืบค้นข้อมูลออนไลน์อย่างไร นายใหญ่กูเกิลมองเห็นอะไรอีก ยังเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลาย เช่นเดียวกับปริศนาที่ว่า อะไรอยู่เบื้องหลังการต้อนรับขับสู้ท่านประธานกูเกิลของเจ้าภาพเปียงยาง
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



