ข่าว

'ประยุทธ์'เมินพธม.นัดต้านพระวิหาร

'ประยุทธ์'เมินพธม.นัดต้านพระวิหาร

10 ม.ค. 2556

'ประยุทธ์' เดือดซัด 'ผู้จัดการ' ห่วยเขียนด่า ย้อนหัดดูตัวเองบ้าง อย่ารักชาติคนเดียว รับทนมานานแล้ว ไม่ใส่ใจ'พธม.'นัดต้านพระวิหาร ถามเป็น'รบ.'หรือเปล่า

               10 ม.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผบ.ทบ. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ผู้ช่วยผบ.ทบ. และคณะนายทหารระดับสูงร่วมเดินทางลงพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะกำลังพลกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมรับฟังบรรยายการสรุปการเตรียมการปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของตำรวจตระเวนชายแดนบริเวณจุดตรวจการณ์ผามออีแดง โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า ภารกิจวันนี้ตนลงไปเยี่ยมกองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่ต้องไปตรวจเยี่ยม และปีนี้เป็นปีที่เราต้องมีการพัฒนาปรับปรุงการทำงานของกองทัพบกจึงต้องไปกำชับทุกกองกำลังให้มีความพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะการดูแลกำลังพลไม่ให้ล้มป่วย บาดเจ็บ สูญเสียจากการรบ ซึ่งจะให้กรมแพทย์ทหารบกไปตรวจสุขภาพร่างกาย และจิตใจของทหารที่อยู่ชายแดน

                เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศชุมนุมใหญ่ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกในคดีปราสาทเขาพระวิหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พันธมิตร คือ ใคร ตนไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ถ้าเขาทำได้ก็ทำไป ถ้ามีช่องทางทำได้ก็ทำไป ต้องไปดูกฎหมายเขาว่าอย่างไร กติกาโลกว่าอย่างไร ถามว่าเป็นรัฐบาลหรือเปล่า ถ้าเป็นรัฐบาลคงต้องฟัง แต่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนเขาจะเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมก็ให้เขาเชิญไป แต่ถ้าทหารไปร่วมชุมนุม ตนก็ต้องลงโทษ เพราะตนไม่ให้ไป ตนจะปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ ใครมีอำนาจตามกฎหมาย ตนก็ทำในกรอบที่มีอยู่ในส่วนของตนให้ดีที่สุด

                “ไม่มีใครอยากให้ประเทศชาติเสียหาย ดังนั้นมองเจตนาคนให้มันดีหน่อย ไอ้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ผมบอกได้เลยว่า มันเขียนห่วย ด่าผมอย่างโน้นอย่างนี้ เอาอะไรมาด่าผม เอาศักดิ์ศรีอะไรมาด่าผม ทำไมรักประเทศชาติอยู่คนเดียวหรืออย่างไร ไปดูพฤติกรรมตัวเองเป็นอย่างไรกันบ้าง ผมทนมานานพอสมควรแล้ว ทั้งนี้การทำงานของ 7 กองกำลังชายแดนทำตามแผนงานของกองทัพบกเพื่อให้ทำงานครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ละปีมีการพัฒนาแผนว่า จะขยับกำลังตรงไหน อย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งสองประเทศ และเตรียมการ แต่ไม่ใช่ว่าจะไปรุกรานต่อกัน สิ่งที่ทำวันนี้เพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ปัญหาตลอดชายแดนที่ท่านเป็นห่วง แต่ผมเป็นห่วงยิ่งกว่าท่าน เพราะเป็นหน้าที่ผม ผมเป็นคนรับผิดชอบ ทุกคนก็ห่วงใยมาตามสายงานด้านความมั่นคง ถ้าไม่ห่วงคงไม่ต้องลงพื้นที่ คงสั่งอย่างเดียว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อยากเรียนว่า ปัญหาชายแดนไม่เฉพาะเขาพระวิหาร เราให้ความสำคัญทุกพื้นที่ เพราะบางพื้นที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องปักเขตแดน และกฎหมาย จึงต้องวางกำลังชายแดน ทั้งนี้ต้องกำชับไม่ให้เกิดการยั่วยุต่อกัน ทำอย่างไรไม่ให้เกิดการปะทะ บาดเจ็บ สูญเสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคิดตลอดเวลา คือ แผนป้องกันประเทศ และแผนเผชิญเหตุ ทั้งหมดเตรียมการตลอด พัฒนาแผนทุกปี ทั้งนี้ถ้ากำลังไม่พอก็ต้องขออนุมัติอัตราการบรรจุกำลังเพิ่ม ซึ่งต้องใช้เงิน ถ้ามีเงินให้ก็มีกำลังพอ ทุกอย่างไม่ใช่ชี้นิ้วแล้วทำได้ทั้งหมด แต่ต้องผ่านกระบวนการคิดทั้งหมด วันนี้คงลงไปย้ำกำลังพลในพื้นที่ว่า ต้องรักษาหน้าที่ให้ดีที่สุด ระมัดระวังตัวเอง อดทนต่อการยั่วยุ และหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องปลอดภัย ปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย รวมถึงจะต้องรักษาเขตแดนตามที่กำหนดไว้

               
ยันไม่ขัดแย้งรบ.แก้ใต้ เผยส่งเสธ.ทบ.ร่วมคณะ'เฉลิม'คุยมาเลย์ดับไฟใต้

                พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียของ ร.ต.อ.เฉลิม อยุ่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีที่จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ร.ต.อ.เฉลิม ลงไปในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ผอ.ศปก.กปต.) ซึ่งท่านทำงานในส่วนของการแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยทั้งหมดเป็นงานนโยบาย ผู้ปฏิบัติมี 2 ส่วนคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้(ศอ.บต.) ซึ่งเป็นองค์กรพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ผู้ว่าราชการจังหวัด และสายงานพลเรือน ซึ่งระดับนโยบายในวันนี้ คือ รัฐบาล ที่มีกปต.และศปก.กปต.ในการแก้ปัญหาอยู่ภายใต้กรอบของนายกรัฐมนตรี เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ คือ กอ.รมน.และศอ.บต. ซึ่งการไปของคณะ ร.ต.อ.เฉลิม กองทัพบกรับทราบและได้ส่ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกอ.รมน. พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ร่วมคณะไปด้วย เพราะต้องไปพบปะกับนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในเรื่องความปลอดภัยตามแนวชายแดน ความร่วมมือแก้ไขปัญหายาเสพติด และการก่อการร้ายข้ามชาติ ซึ่งทางรัฐบาลกับกองทัพไม่ได้มีความขัดแย้งในการแก้ไขปัญหา