ข่าว

'ดำรงค์'ตั้งพรรคเพื่อพิทักษ์ธรรมชาติ

'ดำรงค์'ตั้งพรรคเพื่อพิทักษ์ธรรมชาติ

10 ม.ค. 2556

'ดำรงค์ พิเดช'ตั้งพรรคเพื่อพิทักษ์ธรรมชาติ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยบุษราคัม ศิลปลาวัลย์, ปองพล สารสมัคร

           "ดำรงค์ พิเดช" อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้ซึ่งยืนหยัดต่อสู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ชายผู้ซึ่งมีบุคลิก "ปะ ฉะ ดะ" กับปฏิบัติการบุกรื้อรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จนสร้างชื่อกระฉ่อน และผู้ชายคนนี้เคยพูดไว้ว่า หลังจากเกษียณราชการแล้ว จะไปขายก๋วยเตี๋ยว เลี้ยงหลาน และจะไม่ลงเล่นการเมืองอย่างแน่นอน

            แต่วันนี้เขาได้กลับคำพูดของตัวเอง ทั้งๆ ที่เพิ่งเกษียณราชการไปเพียงแค่ 2 เดือน เขาได้ตัดสินใจยื่นขอจัดตั้ง "พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย" ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

            "ดำรงค์" บอกเหตุผลของการตัดสินใจก่อตั้งพรรคการเมืองว่า ไม่ใช่ความคิดของเขาในช่วงก่อนหน้านี้ แต่หลังจากเกษียณผ่านไป 2 เดือน ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งอธิบดีคนใหม่ เพื่อมาดูแลงานต่อ และโครงการต่างๆ ที่เคยทำไว้ถูกสั่งระงับไว้ทั้งหมด ไม่มีเหตุผลต้องมาชะลอเรื่องผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองเพื่อมาทำงานต่อจากที่เคยทำ

            "การมาตั้งพรรคการเมืองเองไม่ใช่เป็นเพราะผิดหวังกับตำแหน่งทางการเมือง แต่เสียดายที่เคยทำงานในกรมอุทยานฯ มานาน นึกว่าถ้าไม่ทำตรงนี้ต่อก็เสียดาย จึงได้ปรึกษากับเพื่อนๆ ที่เกษียณไปแล้ว ว่าอยากตั้งพรรคการเมือง เพื่อมาดูเรื่องทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะ เราก็มาตั้งกันแบบตามมีตามเกิด ทุกคนเคยเล่นการเมืองกันมาก่อนก็มาเปิดตำราเอาว่า การตั้งพรรคการเมืองต้องทำอย่างไรบ้าง ก็มานั่งดูข้อกฎหมายกัน ไม่มีใครเป็นนายทุนพรรคของเราเป็นพรรคที่มีแต่คนจะรุมกระทืบ เพราะจะไปขัดผลประโยชน์เขา อย่างพรรคใหญ่ๆ ทุกพรรคไม่มีใครกล้าทะเลาะกับชาวบ้านเพราะกลัวคะแนนเสีย แต่พรรคเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้"

            "ดำรงค์" ยอมรับว่า พรรคการเมืองที่เขาตั้งขึ้นไม่ค่อยยั่งยืน แต่ถ้าวันข้างหน้ามีผลงานเข้าตา ประชาชนก็จะเลือก ระยะเวลาความสั้นยาวของพรรค ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรค แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้บริหารว่าปฏิบัติตัวถูกต้องตามครรลองคลองธรรม จะยืนหยัดปกป้องทรัพยากรธรรมชาติไหม ถ้าทำได้ตลอดไปก็จะอยู่ยาวนาน ก็จะสามารถเป็นพรรคใหญ่ได้ในอนาคต เป็นพรรคที่ไม่แสวงหากำไร ไม่มีผลประโยชนกับใคร นโยบายเกี่ยวกับธรรมชาติล้วนๆ มีเรื่องป่าไม้ สัตว์ป่า พรรณพืช ถ้าจะถูกยุบเพราะไม่มีคนเลือกก็ยุบกันไปเป็นเรื่องธรรมดา

            "พรรคใหญ่ๆ เขามีนโยบายกันหมดทุกพรรค แต่เมื่อประชาชนเลือกไปแล้วเขานำนโยบายนั้นไปปฏิบัติหรือไม่ อีกทั้งเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติกลับไม่มีใครสนใจเท่าที่ควร นโยบายต่างๆ ที่เขียนกันมาอย่างสวยหรูนั้น ในสภามี ส.ส. 500 คน มีใครเคยพูดเรื่องป่าไม้ เรื่องสัตว์ป่าไหม ไม่มี"

            ส่วนเหตุผลที่ไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรคใหญ่ เพื่อนำเสนอนโยบายเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้พรรคใหญ่ผลักดันนโยบายเข้าสภา "ดำรงค์" บอกว่า เมื่อก่อนรักพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อมาเป็นอธิบดีก็ได้รู้ว่าทำอะไรไม่ได้เลย ในเรื่องป่าไม้ ที่จะทำให้ประเทศชาติได้ ขออะไรไปก็ไม่ให้ ในเมื่ออุปกรณ์ไม่พร้อม คนไม่พร้อม แล้วจะรักษาป่าอย่างไร ผมก็ทำเท่าที่ทำได้ หลังชี้แนะรัฐบาลแล้วเขาไม่เอา

            "ดำรงค์" ยอมรับว่า ช่วงที่เป็นอธิบดีรู้สึกอึดอัดกับการทำงานร่วมกับรัฐบาล เพราะไม่มีอุปกรณ์ในการบริหารงาน พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้องแต่ก็มีอุปสรรค การทำงานก็สวนทางกับนโยบายพรรค เรื่องการผ่อนผันการจับกุม

            หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าสมัยที่ "ดำรงค์" ดำรงตำแหน่งอธิบดี ที่มีการบุกรื้อรีสอร์ทต่างๆ แล้วมาตั้งพรรคการเมืองหลังจากเกษียณอายุราชการ เพื่อปูทางให้ตัวเองลงเล่นการเมือง

            "ดำรงค์" บอกว่า ถ้าจะเล่นการเมืองคงไม่เอาเรื่องธรรมชาติมาเป็นตัวหลัก แต่จะเอาภาพรวมของทั้งประเทศ ภาพรวมของทุกกระทรวงทำทุกอย่าง เพื่อที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่วันนี้ไม่มีใครเอา เพราะเข้าไปก็ไปขัดแข้งขัดขาเขา เหมือนก้างตำคอ

            สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการก่อตั้งพรรคครั้งนี้ "ดำรงค์" บอกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นนักอนุรักษ์ที่อยู่ตามภาคต่างๆ ของประเทศ ทุกวันนี้เราเหมือนเส้นด้าย เราต้องมัดกันให้เป็นฟ่อนใหญ่ๆ เพื่อให้มีพลัง ส่วนความรู้สึกหลังเข้ามาเป็นนักการเมืองน้องใหม่ ใจจริงแล้วไม่ค่อยอยากให้เรียกว่าเป็นนักการเมือง เพราะนักการเมืองต้องพลิกไปพลิกมา รับปากคนง่าย แต่ใจตนเป็นข้าราชการ ก็คงต้องมีการปรับแนวทางบ้าง แต่คงปรับยาก

            ส่วนการทำงานร่วมกับ "มโนพัศ หัวเมืองแก้ว" อธิบดีกรมอุทยานฯ คนใหม่ "ดำรงค์" บอกว่า เป็นไปตามแนวทางของตน ส่วนอธิบดีคนใหม่ก็ไปตามแนวทางของเขาไป หากจะต้องสู้กันก็ต้องสู้ เพื่อนกันก็เพื่อนกัน เขาเป็นราชการมีอำนาจตามกฎหมาย แต่ถ้ากระทำมิชอบผมก็จะต่อสู้ในฐานะภาคประชาชน

            สำหรับเรื่องการเปิดโปงโครงการต่างๆ จากนี้ไป "ดำรงค์" บอกว่า อะไรที่เป็นภัยต่อป่า เป็นภัยต่อทรัพยากรธรรมชาติก็จะสู้ เพราะพรรคของเราบอกแล้วว่า มาทางนี้ ส่วนจะไปยุ่งเรื่องอื่นๆ เช่น การทุจริตต่างๆ พรรคเราคงไม่ทำ เพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้ แต่จะทำในสิ่งที่รู้ อะไรไม่รู้ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง


........................

(หมายเหตุ : 'ดำรงค์ พิเดช'ตั้งพรรคเพื่อพิทักษ์ธรรมชาติ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยบุษราคัม ศิลปลาวัลย์, ปองพล สารสมัคร)