
รวบมะกันมอมยา'พีอาร์-รปภ.'รร.
รวบมะกัน'โจรซุปไก่' มอมยา'พีอาร์-รปภ.'โรงแรม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ถึงแม้ "แฮร์ริส เจย์ เวอร์ทลิบ" ชาวอเมริกัน จะให้การปฏิเสธหลังจากถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์สินภายในโรงแรมชื่อดัง ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน รอเพียงผลทางนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว!!
หลังคนร้ายออกอุบายมอมยานอนหลับสองพนักงานโรงแรมซีสเคป บีช รีสอร์ท หมู่ 3 ริมถนนเลียบหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนเข้าไปก่อเหตุบริเวณหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นจุดติดตั้งล็อกเกอร์ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว เพื่อฝากทรัพย์สินของมีค่าไว้กับทางโรงแรม โดยคนร้ายงัดล็อกเกอร์ของโรงแรม 57 ตู้ ลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย เงินสดสกุลต่างๆ สร้อยคอทองคำ นาฬิกา และกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อต่างๆ สร้างความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท รวมถึงเงินสดของทางโรงแรมอีก 6 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา
การตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ตำรวจต้องรอให้พนักงานของโรงแรมทั้งสองหายจากอาการถูกวางยานอนหลับ และให้การสอดคล้องกันว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าพักในโรงแรมแห่งนี้ เข้ามาพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษประมาณ 20 นาทีแล้ว ซื้อเครื่องดื่มซุปไก่สกัดยี่ห้อหนึ่งมาให้ดื่ม โดยนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นคนเปิดขวดส่งให้ดื่ม จากนั้นพนักงานทั้งสองคนก็หลับไม่ได้สติ จนกระทั่งมาทราบภายหลังว่าเกิดเหตุลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวภายในโรงแรม
ทันทีที่ได้ข้อมูลจากพนักงานทั้งสองคน ชุดสืบสวนตรวจสอบพบนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย คือ นายแฮร์ริส เจย์ เวอร์ทลิบ อายุ 54 ปี สัญชาติอเมริกัน เดินทางเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา ระหว่างชุดสืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนายแฮร์ริส ชุดสืบสวนพบเห็นผู้ต้องสงสัยเดินอยู่ภายในโรงแรมแล้วแสดงท่าทีมีพิรุธ จึงเชิญตัวมาสอบสวน แต่นายแฮร์ริสอ้างว่า เหตุการณ์ลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน โดยมีทรัพย์สินบางส่วนและหนังสือเดินทางสูญหายด้วย
ชุดสืบสวนยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า นายแฮร์ริสมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่การสะกดรอยและติดตามพฤติการณ์นายแฮร์ริสพบพิรุธหลายอย่าง ทำให้มั่นใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงพยายามรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงคำให้การของพนักงานของโรงแรม ที่ให้การสอดคล้องกันว่า นายแฮร์ริสเป็นผู้นำเครื่องดื่มซุปไก่สกัดมาให้ดื่ม ชุดสืบสวนจึงมั่นใจว่า นายแฮร์ริสน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงประสานพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวและพนักงานของโรงแรม ก่อนที่จะสรุปในเบื้องต้นเสนอต่อผู้พิพากษาศาลจังหวัดเกาะสมุยพิจารณาแล้วได้รับการอนุมัติหมายจับที่ 3/2556 ลงวันที่ 8 มกราคม 2555 ให้จับกุมนายแฮร์ริส ในข้อกล่าวหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน
หลังจากศาลอนุมัติหมายจับชุดสืบสวนประสานงานมายัง พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. ช่วยติดตามจับกุมนายแฮร์ริส เพราะเกรงว่าอาจหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่ง พล.ต.ต.รณศิลป์ รายงานเหตุให้ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม.ทราบ แล้วสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม. จัดชุดสืบสวนแกะรอยประกอบด้วย พ.ต.ท.ประวิทย์ ศิริธร รองผกก.2 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.กิจจา เกษมณี รองผกก.1 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ สว.กก.2 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.พอพล อุทัยภพ สว.กก.1 บก.สส.สตม. ร.ต.อ.ระลึก อินทรัศมี รองสว.กก.2 บก.สส.สตม. ร.ต.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ รองสว.กก.1 บก.สส.สตม. และชุดสืบสวน ติดตามหานายแฮร์ริส จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 9 มกราคม ชุดสืบสวนพบเห็นนายแฮร์ริสเดินอยู่บริเวณหน้าร้านอนันดา สปา ซ.สุขุมวิท 11 จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพร้อมแสดงตราเจ้าพนักงาน ปรากฏว่านายแฮร์ริสวิ่งหลบหนีการจับกุมและพยายามต่อสู้ขัดขวางการจับกุม จนทำให้ พ.ต.ท.ประวิทย์ หัวหน้าชุดจับกุมได้รับบาดเจ็บ
การสอบสวนนายแฮร์ริส ยอมรับว่า เป็นบุคคลเดียวกันตามหมายจับ แต่อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น แล้วอ้างว่ารู้จักสนิทสนมกับเจ้าของโรงแรม ไม่จำเป็นต้องทำ ส่วนที่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินมากรุงเทพฯ อ้างว่าขอยืมเพื่อนจำนวน 1 หมื่นบาท แล้วการหลบหนีขัดขวางการจับนายแฮร์ริสไม่ยอมพูดเหตุผล
"เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม แต่การที่ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับต้องตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เพราะมีพยานหลักฐาน ซึ่งตอนนี้ทราบจากชุดสืบสวนของ สภ.บ่อผุด ว่า รอผลลายพิมพ์นิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุเพียงเท่านั้น อีกทั้งตอนนี้ทราบว่ามีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยว แจ้งความแล้วกว่า 40 คน" พ.ต.อ.ชาติชาย กล่าว
.............
(หมายเหตุ : รวบมะกัน'โจรซุปไก่' มอมยา'พีอาร์-รปภ.'โรงแรม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



