
มติ'กนง.'ตรึงดบ.ไว้เท่าเดิม
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม หนุนการบริโภคในประเทศให้เติบโตต่อ รับหนี้ครัวเรือนยังพุ่งไม่หยุด ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
9 ม.ค. 56 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% ต่อปี เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน และเป็นการสนับสนุนการบริโภคในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากการเร่งตัวของสินเชื่อและหนี้ครัวเรือน รวมทั้งความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิดต่อไป
"สินเชื่อครัวเรือนบางส่วนขยายตัวเร็วมากกว่า 20-30% จึงต้องจับตาดูว่าจะเกิดปัญหากับภาพรวมเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะการก่อหนี้ของภาคส่วนต่างๆ หากปล่อยให้สะสมเกินตัวจะเป็นภัยร้ายต่อเศรษฐกิจด้วย ทั้งการเพิ่มราคาสินทรัพย์ในตลาด ซึ่ง กนง.คงต้องติดตามเพื่อให้การดำเนินนโยบายการเงินมีความสมดุลและเอื้อให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง" นายไพบูลย์กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2555 และ 2556 มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ กนง. ประเมินไว้เดิม เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ มีปัจจัยสนับสนุนจากความเชื่อมั่นภาคเอกชน รายได้ภาคครัวเรือน และการจ้างงานสูง รวมทั้งภาวะการเงินที่ผ่อนปรน สินเชื่อขยายตัวในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การส่งออกเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวในวงกว้าง และภาคบริการและการท่องเที่ยว ขยายตัวดี ส่วนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังทรงตัวใกล้เคียงกับการประชุมครั้งก่อน แต่ต้องติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากการปรับค่าแรงขั้นต่ำรอบสอง
ด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้เป็นระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งสินเชื่อภาคครัวเรือนยังเพิ่มขึ้นหลายเดือนต่อเนื่อง เพราะยังมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ การขอสินเชื่อเพื่อซ่อมสร้างความเสียหายจากน้ำท่วมที่ยังมีการทะยอยดำเนินงานประกอบกับการจ้างงานที่อยู่ในระดับที่ดี



