
กกต.ชี้'แม้ว'บรรยาย'พตส.4'แค่คิด
เลขาฯกกต.ระบุเชิญ 'ทักษิณ' บรรยาย 'พตส.4' แค่แนวคิด สั่งสอบ 'มาร์ค-สุเทพ' รณรงค์คว่ำประชามติ ไต่สวนคุณสมบัติ สส.'ก่อแก้ว' ชี้ 'สุขุมพันธุ์' ลาออกมีผลวันถัดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 56 นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส.4 มีแนวคิดเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมาบรรยายให้กับนักศึกษาว่า เรื่องนี้เป็นการพูดคุยของนักศึกษา ซึ่งการจะเชิญใครมาบรรยาย ตามระเบียบการจัดการศึกษาของพตส. กำหนดให้คณะกรรมการกำกับหลักสูตร ที่มีตนเองเป็นประธาน และมีนักวิชาการ ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมเป็นกรรมการ เป็นผู้พิจารณา ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว
สั่งตั้งกก.สอบ 'มาร์ค-สุเทพ' รณรงค์คว่ำประชามติ
นายภุชงค์ กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร และนายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ชมรมนักกฎหมายผู้รักความเป็นธรรม ได้ยื่นขอให้กกต. ตรวจสอบการกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีมีจดหมายเปิดผนึกผ่านทางเฟซบุ๊ก ส่งถึงคนไทยทุกคนให้ร่วมกันคว่ำการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กรณีกล่าวปราศรัยที่ จ.นครปฐม เชิญชวนประชาชนไม่ให้ไปลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคหรือไม่นั้น นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีคำสั่งลงวันที่ 2 ม.ค. ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ไต่สวนปมคุณสมบัติ 'ก่อแก้ว'
นายภุชงค์ แถลงว่า กกต.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกคุมขัง เพราะศาลอาญาถอนประกัน ว่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) และมาตรา 100 (3) ประกอบ พ.ร.บ.พรรคเมืองมาตรา 8 , 19 , 20 หรือไม่ และขอให้ส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 โดยให้ดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเรืองไกร ได้มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในประเด็นที่มีการกล่าวหา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 55
เผยใบลาออก 'สุขุมพันธุ์' มีผลวันถัดไป
นายวีระ ยี่แพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ก่อนครบวาระของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่า หากลาออกก่อนครบวาระ ตาม พ.ร.บ.ระเบีบบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดให้ผู้ว่าฯกทม. ต้องยื่นหนังสือลาออกต่อ รมว.มหาดไทย และให้การลาออกมีผลในวันถัดไป กรณีนี้หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยื่นหนังสือลาออกในวันที่ 9 ม.ค. ไม่ว่าจะให้มีผลในเวลาใด วันถัดไป ก็ถือว่าหนังสือลาออกมีผลแล้ว ซึ่งเมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลาออก ก็จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ทำให้ผู้สมัครมีเวลาในการหาเสียงมากขึ้น และเบื้องต้นจากการหารือกับ กกต.ท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร กำหนดวันรับสมัครว่าน่าจะเป็นวันที่ 21 - 25 ม.ค. และเลือกตั้งวันที่ 3 มี.ค. แต่ทั้งนี้กฎหมายกำหนดว่าให้ ผอ.กต.ท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็คือปลัดกรุงเทพมหานคร โดยตำแหน่ง เป็นผู้ออกประกาศเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ทั้งในเรื่องของวันเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง จึงต้องรอดูประกาศของปลัดกรุงเทพมหานครอีกครั้ง
นายวีระ ยังกล่าวด้วยว่า ได้กำหนดว่าจะใช้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่รับสมัครผู้ว่าฯกทม. และหลังการรับสมัคร กฎหมายกำหนดให้ผอ.กต.ท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร ทำการตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหากมีผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน สามารถยื่นร้องคัดค้านได้ภายใน 3 วัน นอกจากนี้กกต.กทม.ได้กำหนดที่จะจัดโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ในวันที่ 1 ก.พ. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อให้ผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปตามกฎหมาย โดยจะมีการทำความเข้าใจกับผู้สมัครผู้ว่ากทม.ทั้งในเรื่องข้อกฎหมาย และข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในกทม.ไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่หากย้ายข้ามเขตภายในกทม. หากรวมแล้วอยู่ในกทม.เกิน 1 ปีก็สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้
รับจดแจ้ง "พรรคทวงคืนผืนป่า" ของ 'ดำรง พิเดช' แล้ว
นายภุชงค์ กล่าวถึงการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมกกต.มีมติรับเห็นชอบกับการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งจัดตั้งพรรค 'ทวงคืนผืนป่าประเทศไทย' ของนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พรรคจะต้องจัดหาสมาชิกพรรคให้ได้ 5 พันคนอย่างน้อยใน 4 ภาค ภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตามที่ประชุมกกต.ยังมีมติให้มีการเพิ่มเงินค่าเสี่ยงภัยให้กับบุคคลากรด้านการเลือกตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส จากเดิมคนละ 3,750 บาท เป็นคนละ 5,000 บาท พร้อมทั้งเพิ่มเบี้ยประกันชีวิตจากเดิม 1 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาทด้วย



