
'ผบช.น.'แจง'กมธ.ตร.'ปมคดี'ราเมศ'
'คำรณวิทย์' แจง 'กมธ.ตำรวจ' ยันทำคดี 'ราเมศ' ตรงไปตรงมา แนะทีมสืบสวนรีบสางคดีลบคำครหา
9 ม.ค.56 คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้มีการพิจารณากรณีเกิดเหตุทำร้ายนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อคืนวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่การดำเนินคดีหาตัวผู้กระทำความผิดกลับไม่คืบหน้า ทั้งนี้ได้มีการเชิญพล.ต.อ.อดุลย์ แสดงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมชี้แจง แต่พล.ต.อ.อดุลย์ ติดภารกิจ เดินทางไปประเทศมาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พล.ต.ต.กฤษฎี เปียแก้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาล5 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลบางนา เข้าชี้แจง
โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ชี้แจงความคืบหน้าของคดีว่า ในวันที่เกิดเหตุตนอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและทราบเรื่องจากนายมนตรี ปานน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์เป็นครั้งแรก ซึ่งเมื่อทราบเรื่องแล้ว ตนได้ประสานกับทีมงานชุดสืบสวนของนครบาล และสถานีตำรวจนครบาลบางนาให้มีการเก็บพยานหลักฐานทั้งหมด และได้สืบสวนในทุกประเด็นเพื่อให้เกิดความสบายใจ ยืนยันว่าได้กำชับให้ทีมสอบสวนทำงานอย่างเต็มที่และอิสระ เพราะการตั้งประเด็นในการสืบสวน หากตั้งโจทย์ที่ผิดคำตอบก็จะไม่ถูกต้องตามไปด้วย และหากจะเชื่อมโยงว่าตนเป็นคนทำก็ไม่มีปัญหา ไม่กังวล แต่ขอให้มีการสืบสวนอย่างตรงไปตรงมา และเรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อิทธิพล เป็นผู้รับผิดชอบแทน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเข้าร่วมประชุมเพียง 15 นาที เมื่อชี้แจงเสร็จพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เดินออกจากที่ประชุมทันที โดยอ้างว่าติดภารกิจ และต้องการให้ทีมสวนสวน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องชี้แจงความคืบหน้าอย่างตรงไปตรงมา
จากนั้น พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปนัดดา รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางนา กล่าวชี้แจงรายละเอียดคดีว่า ขณะนี้ยังตั้งประเด็นการทำร้ายนายราเมศ อยู่4ประเด็น คือ 1.เรื่องส่วนตัว 2.คดีที่นายราเมศเคยดำเนินการ 3.เรื่องการเมือง และ4.เหตุเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นประเด็นที่มีหลักฐานน้อยที่สุด โดยจากการสอบถามยามรักษาความปลอดภัยคอนโดนายราเมศ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานเพียงคนเดียวได้รับข้อมูลว่า คนร้ายมีทั้งหมด 2 ราย สวมหมวกนิรภัยทั้งคู่ และอาวุธที่ใช้น่าจะเป็นท่อนเหล็กหรือท่อนไม้ตีเข้าไปที่ศีรษะ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทีมสวบสวนมีข้อมูลส่วนหนึ่งแล้ว รอเพียงนายราเมศ ให้การยืนยันและให้รายละเอียดเพิ่มก็จะทำให้คดีมีความคืบหน้า
ด้านนายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแย้งว่า รับทราบความคืบหน้าจากตำรวจแต่จากการสอบถามแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดที่รพ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ลูกสาวของตนย้ายนายราเมศออกมาจากเพื่อทำการผ่าตัด ได้รับการให้ข้อมูลว่าบาดแผลที่ท้ายทอยนายราเมศ ไม่น่าจะเกิดจากแท่งเหล็กหรือแท่งไม้ เพราะมีลักษณะเป็นแผลฉีกขาดที่น่าจะมาจากของมีคม อีกทั้งกรณีที่ตำรวจอ้างว่าคนร้ายสวมหมวกนิรภัยทั้ง 2 รายนั้น ยังค่อนข้างคาดเคลื่อน เพราะหลักฐานที่ตนทราบมาพบว่ามี 1 ใน 2 ราย ที่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อค ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพนายราเมศ ระหว่างเดินทางกลับ อย่าเพิ่งปิดโอกาสที่จะสืบหาข้อเท็จจริง หรือรีบเชื่อว่าคนร้ายสวมหมวกนิรภัยซึ่งไม่ต่างอะไรกับการปิดประตูที่จะมีการหาตัวคนร้ายต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมส่วนใหญ่ยังตอบโต้กันไปมา โดยเฉพาะในส่วนของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายพาดพิงการทำงานของตำรวจ ที่อาจไม่มีความอิสระเพราะคดีดังกล่าวเชื่อมโยงกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา เช่นเดียวกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ที่กล่าวว่า จากการติดตามการทำงานพบว่าไม่มีความคืบหน้าทั้งที่เวลาผ่านมามากกว่า 2สัปดาห์ และเรื่องนี้ตำรวจมีการทำงานในลักษณะมีคำตอบล่วงหน้า ทั้งนี้ในวันที่ 10 ม.ค. เวลา 09.30 น.จะไปสอบปากคำนายราเมศที่โรงพยาบาลกลางอีกครั้ง



