ข่าว

'สุขุมพันธุ์'ลั่นทำถูกกม.ไม่ผิดทุกข้อหา

'สุขุมพันธุ์'ลั่นทำถูกกม.ไม่ผิดทุกข้อหา

09 ม.ค. 2556

'สุขุมพันธุ์'ลั่นทำถูกกฎหมาย ไม่ผิดทุกข้อหา ยันฟ้องกลับแน่ พร้อมประกาศสู้ศึกเลือกตั้ง ด้าน'ดีเอสไอ'เผยขั้นตอนแจ้งข้อหาเสร็จสมบูรณ์

               9 ม.ค.56 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอในคดีอนุมัติต่อสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสโดยไม่มีอำนาจ ซึ่งใช้เวลานาน 2 ชั่วโมงว่า ตนได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้กระทำความผิด และไม่เข้าใจข้อกล่าวหาบางข้อ เช่น บางประเด็นมีการกล่าวหาเป็นการทำในทางส่วนตัว ทั้งนี้ที่จริงแล้วการกระทำต่าง ๆ ต้องฟ้องในฐานะผู้ว่าฯกทม. ที่ผ่านมายืนยันว่า ทำถูกต้องตามกฎหมาย ตนอยากให้เรื่องดังกล่าวดำเนินการไปตามกระบวนการโดยไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง สิ่งใดที่ตนต้องทำ เช่น การขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดีตนก็จะทำ อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญาบีทีเอสเพราะต้องการให้คนกรุงเทพฯมีระบบการขนส่งที่ดี และบีทีเอสก็คือระบบขนส่งที่ต้องการพัฒนาเพราะเป็นการขนส่งที่ดีระดับโลก ดังนั้น เรื่องดังกล่าวตนจะมีการฟ้องร้องเอาผิดกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แน่นอนส่วนจะเป็นคดีใดบ้างนั้นยังต้องปรึกษากับทีมทนายความก่อน

                ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกรณีบีทีเอสนำสัญญาไปจัดตั้งกองทุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องเกี่ยวข้องกับกทม.เป็นเรื่องของสัมปทานเดิม ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้บีทีเอสจะแถลงข่าวชี้แจง

                 “หลังจากนี้ผมจะเดินหน้าหาเสียงเพื่อกลับเข้าสู่ตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.อีกครั้ง ผมพร้อมและอยากกลับเข้ามาทำงาน แม้จะถูกตั้งข้อกล่าวหาก็ขอให้มีการต่อสู้กันด้วยความเป็นธรรม เชื่อว่าการแจ้งข้อกล่าวหาผมในช่วงนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดนกล่าวหาทุกวัน เพราะคู่แข่งกลัวผม”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

                ด้าน พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีการต่อขยายสัมปทานบีทีเอส กล่าวภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.ในข้อหาร่วมกันประกอบกิจการรถรางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามประกาศคณะปฎิวัติฉบับที่ 58 ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหาพร้อมทั้งนำหลักฐานและเอกสารมาประกอบคำให้การ แต่สำหรับในประเด็นอื่นดีเอสไอแจ้งไปแล้วไม่ได้เตรียมเอกสารมา ก็จะมอบหมายให้ทนายนำเอกสารหลักฐานที่เหลือมาให้กับพนักงานสอบสวนภายใน 15 วัน โดยเบื้องต้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ชี้แจงในประเด็นทั่วๆ ไป เช่น การมอบหมายภารกิจให้กับรองผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้ลงนามแทน ซึ่งดีเอสไอต้องการหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีจริงหรือไม่ เพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงว่า ผู้ว่าฯกทม.รู้เห็นเป็นใจ หรือมีการปล่อยปละละเลยให้มีการต่อสัญญาขยายสัมปทานหรือไม่อย่างไร ส่วนกรณีที่ผู้ว่าฯกทม.มอบอำนาจให้รองผู้ว่าฯกทม.ลงนามอนุมัติในสัญญาแทนนั้น จะสามารถหยิบยกเป็นข้อต่อสู้ได้หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด

                 พ.ต.ท.ถวัล กล่าวต่อว่า สำหรับผู้บริหารกทม.ที่ถูกเรียกเป็นผู้ต้องหารายอื่นๆนั้น ขอเลื่อนนัดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ขณะที่ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ขอเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 16 ม.ค. ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ ดีเอสไอไม่ได้เรียกหลักทรัพย์ประกันตัวและไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ หลังการเข้ามอบตัวรับทราบข้อหาจึงอนุญาตให้เดินทางกลับทุกราย