ข่าว

คมชัดลึกจัดถกพระวิหารศึกนี้ใครชนะ

คมชัดลึกจัดถกพระวิหารศึกนี้ใครชนะ

08 ม.ค. 2556

คมชัดลึกจัดถกพระวิหารศึกนี้ใครชนะ

              ปมปัญหาปราสาทพระวิหารยังคงเป็นเรื่องที่ต้องรอการชี้ขาดของศาลโลกในช่วงเดือนเมษายน รายการคม-ชัด-ลึก จัดเสวนา ตอน : พระวิหาร ศึกนี้ใครชนะ โดยมีผู้ที่เข้าร่วมรายการประกอบด้วย นายอัษฎา ชัยนาม อดีตประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากการออกมาแถลงของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เพราะกรณีเรื่องเขาพระวิหารนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะการใช้ข้าราชการออกมาปูทางในเรื่องนี้ และยังมาเสี้ยมสอนข้าราชการว่า เป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องเบสิกที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นเรื่องการเมือง หาก รมว.ต่างประเทศเก่งจริง ควรจะออกมาพูดเองตั้งแต่แรก ไม่สมควรจะใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือออกมาพูดกล่อมประชาชน 

              นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า การสู้คดีเรื่องเขาพระวิหาร ขอบอกว่าฝ่ายไทยมีข้อมูลอยู่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเพียงว่า จะหยิบข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสมเด็จฮุนเซนได้นำเรื่องเขาพระวิหารมาเป็นประเด็นเรื่องการเมืองตั้งแต่เริ่มเลือกตั้งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา และในปีหน้านี้จะมีการเลือกตั้งใหม่ในประเทศกัมพูชา และประจวบกับในปีนี้ประเทศกัมพูชาได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 37 ที่พนมเปญ ดังนั้นจะดูจากวาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่จะมีขึ้นที่จะทำให้เห็นเค้าเงื่อนของคำพิพากษาศาลโลกในปัญหาเขาพระวิหาร

              ด้านนายวีระพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ แสดงความคิดเห็นว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในศาลโลกในเดือนเมษายนนี้ จะเป็นการออกไต่สวนสาธารณะขององค์คณะศาลโลกในกรณีการพิจารณาคดีปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งประเด็นที่มีการร้องทั้งหมดนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะออกมาในรูปไหนก็ได้ แต่ส่วนตัวแล้วเห็นว่า คำพิพากษาสามารถออกมาได้ทั้งสามหน้า คือ ศาลไม่ตีความทุกข้อ, รับตีความบางข้อ แต่เชื่อว่า ศาลจะไม่รับตีความในประเด็นเรื่องแผนที่ และอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ศาลอาจจะตีความว่า ทั้งสองประเทศเคยมีข้อตกลงที่จะเจรจาเรื่องเส้นเขตแดน ซึ่งตรงนี้ศาลคงจะให้ทั้งสองประเทศกลับมาพูดคุยเจรจากันเอง และสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเดือนเมษายนนี้ คือ เราจะได้เห็นว่าไพ่ใบเด็ดของฝ่ายไทย และกัมพูชานั้นมีอะไร และหลังจากนั้น 3-6 เดือน จะได้รับทราบผลของการพิพากษาในเรื่องนี้