
รมว.กลาโหมรุกบี้ ครม.ไฟเขียวซื้อ"กริพเพน"
รมว.กลาโหม เดินหน้าดัน กริพเพน เข้า ครม. อ้างแค่ขออนุมัติหลักการ ไม่มีเหตุผลถูกเบรก ด้าน แม่ทัพฟ้า ห่วงสังคมเข้าใจผิด เตรียมถก ประวิตรเสนอถอนออกจากครม. รอโอกาสรัฐบาลมีงบค่อยเดินหน้าล่าให้ครบ 12 ลำ
เมื่อเวลา 14.00 น.29 พ.ค. ที่สำนักงานพุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหมจะเสนอ ครม.ขออนุมัติในหลักการงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน 6 ลำ วงเงิน 15,400 ล้านบาท ว่า การจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนไม่ใช่เรื่องรีบร้อนอะไร แต่กองทัพอากาศเสนอการจัดซื้อเฟสแรกไปแล้วจำนวน 6 เครื่อง ซึ่งฝูงหนึ่งจะต้องต้องมีทั้งหมด 18 เครื่อง แต่กองทัพอากาศจะขอเพียง 12 เครื่อง แต่รัฐบาลไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ต้องการนำเข้าครม.เพื่ออนุมัติหลักการในเฟสที่สอง แล้วมีเงินเมื่อไรค่อยซื้อ
"คิดว่ามีความจำเป็น เนื่องจากเครื่องบินขับไล่เอฟ 5 อี หมดอายุ แต่เมื่อยังไม่มีงบประมาณก็ยังไม่ต้องซื้อ เพียงแต่ต้องการขอให้เข้า ครม.อนุมัติหลักการไว้ก่อนเท่านั้น "
เมื่อถามว่า การชะลอซื้อเครื่องบินกริพเพนจะส่งผลกระทบต่อกองทัพหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เมื่อไม่มีงบประมาณจะทำอย่างไรคงต้องชะลอไปก่อน แต่เมื่อประเทศดีขึ้นและมีงบประมาณพอที่จะดูแลในเรื่องความมั่นคงก็มีความจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อ ซึ่งการขออนุมัติหลักการไม่เสียหายอะไร ตนคงต้องชี้แจงสำนักงบประมาณ และคงต้องเรียนนายกรัฐมนตรีให้เกิดความเข้าใจ ส่วนเหล่าทัพอื่นไม่ได้มีการเสนอจัดซื้ออะไร ทั้งนี้ต้องเห็นใจกองทัพอากาศ เพราะฝูงบินเอฟ 5 อีหมดอายุแล้ว
เมื่อถามถึงโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางในการค้นหาและช่วยชีวิตจำนวน 4 เครื่อง วงเงิน 5,000 ล้านบาท พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางกองทัพไม่ได้ซื้อมาตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งการนำเข้า ครม.ครั้งนี้เป็นเพียงการขออนุมัติหลักการเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดซื้อ มีเงินเมื่อไรถึงจะจัดซื้อ ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพ ทุกคนเข้าใจดี
เมื่อถามว่า หาก ครม. ไม่อนุมัติจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่เห็นมีเหตุผลอะไรว่า จะไม่อนุมัติ เพราะเราแค่ขออนุมัติหลักการไว้อย่างเดียว ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้เรียนนายกรัฐมนตรี แต่คงจะต้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีให้ทราบอีกทีหนึ่ง เพียงแต่พูดกันในที่ประชุมสภากลาโหมเท่านั้น ซึ่งงบประมาณที่ถูกตัดไปกองทัพยอมรับได้เพราะจะต้องดูความจำเป็นของรัฐบาล และเหล่าทัพ คงไม่มีปัญหาอะไร การทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีคงไม่ยาก และไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเรียนนายกรัฐมนตรีเฉย ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ทั้งนี้ กองทัพอากาศต้องการ เพราะจะต้องดูแลความมั่นคงของประเทศทางอากาศ ซึ่งเราต้องเข้าใจ ทั้งนี้การนำ ครม.ไม่มีนอกมีในอะไรทั้งสิ้น
น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีความกังวลใจอย่างยิ่ง เพราะเกรงว่าสังคมจะไม่เข้าใจการดำเนินการโครงการดังกล่าวของกองทัพอากาศ จึงเห็นว่าจะเข้าหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกครั้ง เพื่อให้ถอนโครงการดังกล่าวกลับมาก่อน และหากรัฐบาลมีงบประมาณในการดำเนินการที่เหมาะสมก็จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบในหลักการเพื่อสนับสนุนงบประมารอีกครั้ง แต่หากรมว.กลาโหม เห็นว่าไม่กระทบต่องบประมาณประจำปี 2553 เนื่องจากงบประมาณในปีดังกล่าวได้ถูกตัดงบประมาณไปแล้ว เพียงแต่เสนอโครงการในหลักการเท่านั้น กองทัพอากาศก็จะเห็นชอบตามความเห็นของรัฐมนตรีกลาโหม
“การเสนอโครงการนี้เข้าครม.เพื่อขอให้พิจารณาในหลักการเท่านั้น และหากสถานภาพของรัฐบาลเอื้ออำนวย ในโอกาสต่อไปกองทัพอากาศจะดำเนินการในกรอบวงเงินที่กองทัพอากาศได้รับ โดยไม่ขอเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งนี้กองทัพอากาศจะทราบดีว่า งบประมาณในปี 53 รัฐบาลไม่มีงบประมาณให้ กองทัพอากาศก็ไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินการในโครงการนี้ แต่กองทัพมีความจำเป็นในการดำเนินการให้เครื่องบินจำนวนครบ 1 ฝูงบิน จำนวน 12 ลำ จะดำเนินการต่อไป”รองโฆษกกองทัพอากาศกล่าว



