ข่าว

คิดเล่นๆเรื่องพรรคการเมือง

คิดเล่นๆเรื่องพรรคการเมือง

08 ม.ค. 2556

คิดเล่นๆเรื่องพรรคการเมือง : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

                ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เองด้วย ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง

                โดยเฉพาะเรื่องการประชุมพรรค และการปราศรัยของแต่ละพรรคการเมือง

                รวมไปถึงเรื่องของการประชุมของพรรคเพื่อไทยในการกำหนดท่าทีเรื่องรัฐธรรมนูญด้วย

                กล่าวโดยภาพรวมแล้ว ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่พรรคการเมืองต่างๆ มีความคึกคัก และมีกิจกรรมที่ต่อเนื่อง

                เพราะในทางหนึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาว่าพรรคการเมืองนั้นเป็นสถาบันทางการเมืองที่สำคัญในสังคมประชาธิปไตย

                แม้ว่าเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมการเมืองแบบไทยๆ นั้น พรรคการเมืองอาจไม่ใช่สถาบันทางการเมืองที่มีความสำคัญที่สุดก็ได้

                หรือในอีกด้านหนึ่ง ภายในพรรคการเมืองเองนั้นก็อาจจะมีเงื่อนไขการรวมตัว และธรรมชาติที่แตกต่างออกไปจากความเข้าใจเรื่องพรรคการเมืองของประเทศอื่นๆ

                อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงเรื่องพรรคการเมืองแล้ว ก็อดทำให้เราคิดไม่ได้ว่า ถ้าเราสนใจเรื่องพรรคการเมืองมากๆ เราก็จะต้องมีความศรัทธาเชื่อมมั่นในระบบเลือกตั้ง

                คำถามก็คือ หากพรรคฝ่ายค้านเองไม่ได้เชื่อมั่นศรัทธาในระบบการเลือกตั้ง โดยยังอยู่ในการสร้างวาทกรรมว่าระบบการเลือกตั้งนั้นมันเป็นระบบที่มีการซื้อสิทธิขายเสียงในขนาดที่ขาดความชอบธรรมแล้ว ประชาธิปไตยจะดำรงอยู่ได้อย่างไร

                นี่คือสภาพความง่อนแง่นของระบบการเมือง ที่อาจไม่ได้วางอยู่บนเรื่องของปัญหาที่เกิดจากการเลือกตั้งเอง แต่อาจอยู่ที่ความศรัทธาและไว้เนื้อเชื่อใจของตัวแสดงทางการเมืองด้วย

                แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็คงจะต้องตั้งคำถามด้วยว่า หากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นดำรงอยู่ในลักษณะของการมีพรรคใหญ่ครอบงำ การเมืองไทยจะไปในทิศทางใด

                แต่ต้องไม่ลืมว่า การเมืองแบบพรรคใหญ่ครอบงำนั้นอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะสมัยก่อนอาจมีสถาบันอื่นๆ ที่ครอบงำระบบการเมืองได้เช่นเดียวกัน อาทิ ระบบราชการ หรือ ทหาร

                การเมืองพรรคใหญ่ครอบงำจึงต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า พรรคใหญ่ที่ครอบงำนั้นเป็นพรรคที่มีที่มาจากใช้อำนาจปราบปราม เหมือนบางประเทศในบางยุคสมัย หรือเป็นพรรคที่มาจากความเชื่อมั่นศรัทธาในบทบาททางประวัติศาสตร์ (เช่นเป็นพรรคที่เรียกร้องเอกราช) หรือเป็นพรรคที่ครอบงำด้วยการดำเนินงานทางนโยบายและใช้ความได้เปรียบทางการครองอำนาจรัฐ

                หรือที่ท้าทายกว่านั้นก็คือ เป็นพรรคใหญ่ครอบงำในลักษณะของการเป็น "ร่ม" ในการจัดสรรอำนาจของกลุ่มพลังทางสังคมให้กลายเป็นโครงสร้างที่เจรจาต่อรองกันได้ในพรรคเองได้ไหม ดังในหลายกรณี เช่น มาเลเซีย เป็นต้น นั่นคือพรรคใหญ่เป็นพรรคที่สะท้อนความเห็นหมู่มากของสังคมที่หลายฝ่ายเขาต่อรองกันในพรรคได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความขัดแย้งเลย แต่ทำให้ความขัดแย้งมันมีพื้นที่เจรจากันต่างหาก

                พรรคเพื่อไทยเองก็ยังจะต้องเผชิญการท้าทายในเรื่องใหญ่คือเรื่องของนโยบายเอง ที่พึ่งพาคุณทักษิณมากกว่าการโชว์ว่ามาจากกระบวนการของพรรค และสอง เพื่อไทยเองก็ยังไม่สามารถสร้างพรรคที่แสดงออกว่า ความขัดแย้งในพรรคนั้น เป็นสิ่งที่รับได้ และเป็นคุณกับพรรคและประเทศ

                ในความหมายที่ว่า พรรคควรจะมีความชัดเจนและยอมรับได้ว่ามีหลายปีก แต่ละปีกเป็นปีกที่มาจากแนวนโยบายแต่ละเรื่องที่แตกต่างกัน (ไม่ใช่มาจากมุ้งหรือแก๊ง) และยังสามารถเปิดรับสมาชิกใหม่ที่มีความหลากหลาย

                พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องสลัดหลุดจากคุณทักษิณ แต่ถ้าคิดว่าคุณทักษิณยังมีบทบาทจริงอยู่กับพรรค ก็อาจจะต้องสร้างภาพลักษณ์ของการทำงานและการทำงานในทางความคิดระหว่างคุณทักษิณกับคนหลายๆ กลุ่มที่ดีกว่าภาพการบินไปหา

                รวมทั้งการจัดเตรียมนโยบายใหม่ๆ ของพรรค และการสร้างช่องทางความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับรัฐบาล และพรรคกับเสื้อแดง และพรรคกับเสื้อสีอื่นๆ