ข่าว

เฉลยคำตอบทำไมการศึกษาป่วยขั้นเทพ

เฉลยคำตอบทำไมการศึกษาป่วยขั้นเทพ

08 ม.ค. 2556

เฉลยคำตอบทำไมการศึกษาป่วยขั้นเทพ : แลกคนละหมัด โดยชินสัคค สุวรรณอัจฉริย [email protected]

              หลายๆ คนชอบวิจารณ์นโยบายรัฐด้านการศึกษาและต่างก็พยายามมุ่งพุ่งเป้าไปที่กระทรวงศึกษาธิการว่าไม่มีแนวคิดที่ชัดเจนในการปฏิรูปการศึกษาซึ่งผู้ที่วิจารณ์นั้นคาดหวังอะไร อย่างไรกับกระทรวงศึกษาฯ? หากคาดหวังนโยบายในด้านการประกันคุณภาพการศึกษานั้น ก็มีแนวทางปฏิบัติอยู่ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งจริงๆ ก็มีการกำหนดมาตรฐานเอาไว้  คำถามที่เกิดขึ้นคือ “ทำไม" เกณฑ์ที่กำหนดออกมานั้นไม่เป็นตามแนวทางปฏิบัติ? ตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ความจริงตรงนี้นั้นน่าจะมองไปที่ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน

              โดยเฉพาะการบริหารการศึกษาของผู้บริหารแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งน่าจะเป็นตัวตอบคำถามที่ดีกว่า เพราะอย่าลืมว่ามหาวิทยาลัยเอกชนเขาแก้ปัญหาโดยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดผู้บริโภค ซึ่งผู้ที่ต้องรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรมคือรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจการนิสิตและคณบดี หน่วยงานตรวจสอบและการประเมินคุณภาพภายใน การขับเคลื่อนปัญหาตรงนี้นั้นขึ้นอยู่กับทุนทางสังคมของแต่ละมหาวิทยาลัยกับสังคมที่แสดงผลงานที่ประจักษ์ผ่านมาจนสร้างเป็นวัฒนธรรมและเกณฑ์มาตรฐานของตนเอง และบางแห่งเขาสามารถที่จะกำกับคุณภาพการศึกษาออกมาได้ โดยเฉพาะทางการแพทย์นั้นไม่ต้องมาพูดกัน

              แต่นั่นแหละระบบส่วนใหญ่ของผู้ที่จะมานั่งตำแหน่งการบริหารนั้นได้ถูกกำหนดมาจากฝ่ายบริหาร คำถามที่เกิดขึ้น “ฝ่ายบริหารมีความเข้าใจคุณภาพการศึกษาอย่างไร? และในองค์กรมีวัฒนธรรมการทำงานแบบมืออาชีพอย่างไร?” นี่คือคำถามซึ่งจะกลายเป็นที่มาของคุณภาพการศึกษา เพราะเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลคุณภาพและอนุญาตให้ตำแหน่งคณบดีในฐานะผู้ปฏิบัตินโยบายใช้อำนาจอย่างเต็มที่ในหน่วยงานของการจัดการปัญหาด้านคุณภาพที่กำหนดไว้

              จากการศึกษาค้นพบว่า แม้คณบดีจะมีอำนาจอยู่อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ โดยเรื่องดังกล่าวนั้นมาจากหลายเหตุผล คือ ผู้บริหารหลายๆ คนยังขาดความรู้ในแง่ของกฎหมาย เพราะกลัวโดนฟ้องศาลปกครอง คิดว่าการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้สร้างปัญหาน้อยกว่าการปฏิบัติในหน้าที่ตามที่มีการกำหนดไว้ ความเกรงใจกันในองค์กรและที่สำคัญคือขาดการตรวจสอบภายในระดับของหน่วยงานและผู้บริหาร ฉะนั้นหากมาดูกระบวนการสรรหาคณบดีจะพบว่า ไม่ได้มีนัยหรือการตอบคำถามที่ตั้งไว้ เพราะขาดกลไกการตรวจสอบและการประกันมาตรฐาน

              ทุกๆ ปีก็ปฏิบัติหน้าที่มีการประเมินจากหน่วยงานภายในและภายนอก แต่การประเมินที่เกิดขึ้นนั้นสามารถจัดฉากขึ้นมาได้ เพราะเกณฑ์ที่ผู้ประเมินนำมาใช้นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกำหนดโดยผู้ใช้ โดยเฉพาะเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ของการนำมาใช้ในการพัฒนาเป็นธุรกิจ ทักษะการแก้ไขปัญหาหน้างาน ความเป็นไปได้ที่ประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการด้วยตนเอง

              อย่าลืมว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจจำนวนมากในท้องถิ่นจบการศึกษาระดับประถมต้น-ปลาย จนเป็นนักธุรกิจ แต่นั่นแหละในปัจจุบันผู้ที่ผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยต้องไปหางานทำเพื่อยังชีพ คำถามคือ “การคัดเลือกและจัดสรรตำแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานที่ใช้ปัญญาเขาวัดกันอย่างไร ในความเหมาะสมและตอบสนองต่อสังคม?” แต่นั้นแหละคำตอบน่าจะมีให้แล้วว่าให้ดูอันดับความน่าเชื่อถือของคณะในสายตาของผู้ประกอบการ ซึ่งตรงนี้น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีคะแนนประเมินผ่านอยู่ในระดับที่ดีก็ตาม คณบดี หน่วยงานตรวจสอบและการประเมินคุณภาพภายในจงเจริญ