
การท่องเที่ยวกับแรงงานเถื่อน
การท่องเที่ยวกับแรงงานเถื่อน : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
กรณีนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายต้องถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
สาวชาวรัสเซียที่ถูกคนร้ายฉุดไปชิงทรัพย์และข่มขืนที่ จ.ชลบุรี มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สร้างความอื้อฉาว ยังดีที่ตำรวจไปลากตัวผู้กระทำผิดมาได้
แต่เรื่องแบบนี้พอตกเป็นข่าวแล้วภาพลักษณ์การท่องเที่ยวย่อมมีผลกระทบ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ระยะหลังมีเหตุเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในหลายพื้นที่
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ถึงกับต้องประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นการด่วน กำชับผู้การเมืองท่องเที่ยวให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ พร้อมให้เร่งระดมกวาดล้างอาชญากรรม การติดตามจับกุมคนร้ายตามหมายจับ การตรวจค้นอาวุธ และการจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมายท่องเที่ยวอย่างจริงจังกับผู้ประกอบการสถานที่พัก ร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งพื้นที่เซฟตี้โซน
ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นในเวลา 30 วัน
นี่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะทำกันต่อเนื่องได้แค่ไหน
นอกจากคนร้ายในบ้านเราแล้ว การขึ้นค่าแรง 300 บาท ก็มีผลต่อแรงงานต่างด้าวด้วยเช่นกัน คนกลุ่มนี้จะหลบซ่อนแฝงตัวเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมายและไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีรายชื่อ
พวกนี้เราควบคุมไม่ได้โอกาสที่เข้ามาก่ออาชญากรรมแล้วหลบหนีกลับประเทศมีสูงด้วย หลายกรณีเกิดให้เห็น
ด่านเข้าออกบ้านเรากับประเทศเพื่อนมีอยู่เต็มไปหมด แต่แรงงานผิดกฎหมายพวกนี้ก็ไม่เข้าตามตรอกออกตามประตูอยู่แล้ว การควบคุมส่วนใหญ่จึงต้องตรวจค้น จับกุมผลักดันออก
หน่วยหลักอย่างตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็มีกำลังไม่เพียงพอที่จะควบคุมทั้งประเทศ ดังนั้นตำรวจในพื้นที่และในส่วนของตำรวจในสังกัด บช.ก.ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเข้าเสริมด้วยเช่นกัน
เรื่องนี้สำคัญ เพราะขณะนี้มีตัวเร่งจากภายในคือ ค่าแรง 300 บาท รวมถึงประชาคมอาเซียน ที่กำลังจะมีผลในอีกไม่นานนี้
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหามาตรการสกัดกั้นและควบคุมอาชญากรรมไม่ให้เกิด โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงความเด็ดขาดในการปฏิบัติด้วย



