ข่าว

นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (2)

นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (2)

09 ม.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

                          ดิฉันเชื่อว่า ใจของนักศึกษาแพทย์สาวชาวอินเดียคงแทบสลายตอนที่ถูกข่มขืนและถูกทรมาน แต่ใจของเธอคงแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เมื่อเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันต่างแล้งน้ำใจหรือปราศจาก "ใจ" อันเมตตาปรานีแม้แต่น้อย ปล่อยให้เธอนอนจมกองเลือดด้วยสภาพร่างกายเปลือยเปล่าถึง 30 นาที หนำซ้ำยังเสียเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าตำรวจ ซึ่งนอกจากจะมาช้าแล้ว ยังเสียเวลาถกเถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องว่าโรงพักใดเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้

                          สุดท้ายเธอคงยินดีจากโลกนี้ไปดีกว่าจะต้องปั้นหน้ามองเพื่อนร่วมโลกที่แล้งน้ำใจ แล้วเพิ่งจะยอม "ตามล่าหาใจ" ของคนหลังจากเธอลาโลกไปแล้ว

                          แต่ก็ยังดีที่การตายของเธอช่วยปลุกสำนึกของผู้หญิงไม่ใช่น้อยให้ลุกขึ้นมาทวงสิทธิของลูกผู้หญิง สิทธิที่จะอยู่ในสังคมอย่างปลอดภัยปราศจากภัยร้ายที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งนับวันยิ่งมีมากขึ้น ตราบใดที่ยังคงเป็นสังคมชายเป็นใหญ่ เป็นเหตุให้กฎหมายนอกจากจะล้าหลังและไร้ความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังช่วยปกป้องผู้กระทำผิดด้วยข้ออ้างว่ายังเป็นเยาวชนอยู่

                          ทั้งนี้ กฎหมายเยาวชนของอินเดียและเกือบทั่วโลกต่างมีนิยามคำว่า เยาวชน ต่างกันออกไป โดยองค์การสหประชาชาติกำหนดว่า มีอายุระหว่าง 15-25 ปีบริบูรณ์ ขณะที่ของไทยกำหนดว่า มีอายุ 14 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ บางแห่งระบุว่า เยาวชนมีอายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ ซึ่งหากกระทำผิดก็ควรได้รับโทษตามควรแก่วัยและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

                          จากนิยมอายุของเยาวชนที่ต่างกันออกไป ทำให้คนร้ายซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุ 16-20 ปี เกิดย่ามใจก่อคดีอุกฉกรรจ์เหมือนกับผู้ใหญ่ ทั้งข่มขืนและฆ่าเหยื่อ เพราะรู้ดีว่า ถึงอย่างไรก็แค่รับโทษสถานเบา ซึ่งเมื่อพ้นโทษแล้วก็อาจก่อคดีอุกฉกรรจ์ขึ้นอีก

                          ดังกรณีของเยาวชนแดนภารตผู้หนึ่ง ที่ศาลปรานีตัดสินลงโทษสถานเบาแค่จำคุก 3 ปี ทั้งๆ ที่ก่อคดีข่มขืนเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ก่อนจะหั่นศพเธอแยกไปทิ้งที่ห้องน้ำสาธารณะ 2 แห่ง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว คดีอุกฉกรรจ์นี้จะต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิต ที่สำคัญเยาวชนที่ว่านี้มีอายุเกือบ 20 ปีแล้ว

                          ตรงข้ามกับเหยื่อที่ไม่ได้รับคุ้มครอง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยขนาดไหน

                          ความอยุติธรรมที่ว่านี้ เป็นเหตุให้อัยการหญิงของแดนภารตเริ่มเรียกร้องขอให้ศาลฎีกาย้ายเยาวชนที่กระทำผิดอุกฉกรรจ์ขึ้นศาลผู้ใหญ่ จะได้เข็ดหลาบและเป็นตัวอย่างให้แก่เยาวชนคนอื่นๆ รู้สำนึกว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ

                          แต่ดิฉันเชื่อว่า สุดท้ายข้อเสนอนี้คงจะหายไปกับสายลมและแสงแดด ในเมื่อสังคมโลกทุกวันนี้เป็นสังคมที่ "ไร้ใจ" กันอยู่แล้ว

 

 

---------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)