ข่าว

นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (1)

นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (1)

08 ม.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

                          150-30-30-30-0-5,760

                          เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้กำลังใบ้หวยแต่ประการใด แค่อยากจะ "ตามล่าหาใจ" ของทุกคนว่า รู้สึกอย่างไรกับตัวเลขเหล่านี้

                          150 คือตัวเลขเวลา 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง ที่นักศึกษาแพทย์สาวชาวภารตอินเดียวัย 23 ปี ถูกเศษเดนมนุษย์ 6 คน ข่มขืนบนรถเมล์ที่ขับวนไปรอบเมือง ก่อนจะใช่ท่อนเหล็กสวนเข้าไปในอวัยวะภายในจนยับเยิน

                          30 คือช่วงเวลา 30 นาทีที่แฟนหนุ่มของนักศึกษาแพทย์ผู้นั้นออกปากอ้อนวอนผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน รวมทั้งคนขับรถมอเตอร์ไซค์ รถสามล้อ และรถแท็กซี่ให้ช่วยพาไปโรงพยาบาลด้วย หลังจากทั้งสองคนถูกถีบตกจากรถเมล์มหาภัยคันนั้นในสภาพเปล่าเปลือย ร่างกายโชกไปด้วยเลือด แต่ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี หรืออย่างดี ก็อาจจะมีแววตาแสดงความเห็นใจเล็กน้อย

                          20 คือช่วงเวลาคร่าวๆ ที่รถตำรวจ 3 คัน รุดไปถึงที่เกิดเหตุที่ ซึ่งเหยื่อและเพื่อนชายถูกโยนลงมา จากนั้นตำรวจก็ใช้เวลาอีกเกือบ 30 นาที ถกเถียงกันเรื่องข้อกฎหมาย แทนที่จะรีบนำตัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายส่งโรงพยาบาล

                          0 คือช่วงเวลาที่แฟนหนุ่มถูกทิ้งบนพื้นในโรงพยาบาลในสภาพเปลือยและมีอาการสาหัส แต่ไม่มีแพทย์หรือพยาบาลคนใดมาดูแลให้ความช่วยเหลือ แม้ว่าจะยอมเข็นรถพาเพื่อนสาวไปรักษาในห้องฉุกเฉิน

                          5,760 คือเวลาที่คิดเป็นนาที ซึ่งเท่ากับ 4 วันที่แฟนหนุ่มต้องฝืนความเจ็บปวดนั่งอยู่ในโรงพักเพื่อช่วยตำรวจสืบจับเดนมนุษย์ทั้ง 6 คนมาลงโทษ

                          ดิฉันยอมรับว่าตอนแรกที่ติดตามข่าวนี้ ดิฉันก็หลงทางเหมือนกับกลุ่มเพื่อนหญิงนับหมื่นๆ ในอินเดีย ที่ลุกฮือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำตัวคนร้ายมาลงโทษให้สาสม ตามด้วยการรณรงค์เพิ่มบทลงโทษผู้ก่อคดีข่มขืนให้สาสมยิ่งถึงขั้นประหารชีวิตยิ่งดีใหญ่ รวมทั้งการกดดันศาลให้เร่งพิจารณาความผิดผู้ต้องหาคดีนี้ให้เร็วขึ้นแทนที่จะเอ้อระเหยลอยชายพิจารณาคดีแบบทองไม่รู้ร้อน ทำให้คดีข่มขืนค้างเติ่งอยู่ในศาลหลายหมื่นคดี หรือท้ายสุดก็มีการฉวยโอกาสเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวให้คลุมไปถึงการข่มขืนหญิงที่เป็นภรรยาด้วย

                          ขณะที่ผู้หญิงแดนภารตในกรุงนิวเดลีนับพันคนก็พยายามช่วยตัวเองตามมีตามเกิด ด้วยการแห่ไปยื่นขอใบอนุญาตพกอาวุธปืน โดยในช่วง 2 สัปดาห์หลังเกิดโศกนาฏกรรม จำนวนผู้หญิงที่แห่ไปขอใบอนุญาตพกปืนเพิ่มขึ้นเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ จากระดับเฉลี่ยแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งได้สมัครเข้าคอร์สเรียนวิชาการป้องกันตัว ซึ่งตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์

                          แต่จากประสบการณ์การทำข่าวทำนองนี้มากว่า 30 ปี ดิฉันได้ข้อสรุปว่า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

 

 

---------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : ตามล่าหา 'ใจ' (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)