
'จารุพงศ์'ชี้รธน.บกพร่องต้องแก้!
'จารุพงศ์' ชี้ต้องแก้ รธน.ปี 50 เหตุบกพร่องเยอะ ยันไม่แตะหมวดสถาบัน ด้าน 'ปลอดประสพ' หนุนข้อเสนอให้มหาวิทยาลัยศึกษาแนวทางแก้ไข
7 ม.ค. 56 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เมื่อได้อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จะพบว่ามีทางตัน หากเดินหน้าต่อไปไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ว่าเป็นไปตามที่เราหวังได้หรือไม่ เพราะมีสิ่งที่ขัดแย้งกัน เช่น ในกฎหมายรัฐธรรมนูญประเด็นของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ ซึ่งเรื่องนี้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีอยู่ 2 ประเภท คือ แบบออกเสียงนำผลที่ได้มาปฏิบัติได้ทันที และแบบการปรึกษาหารือ ซึ่งมาตรา 9 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ค่อยจะตรงกับที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ทุกประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอมา จะยังไม่ตัดประเด็นใดๆ ออกไป แต่ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าเราจะทำอะไรก่อนหลัง ซึ่งข้อเสนอต่างๆ อาทิ เดินหน้าลงมติวาระ 3 การทำประชาพิจารณ์ หรือแก้เป็นรายมาตรา สิ่งเหล่านี้ลองให้นักวิชาการมาช่วยกันหาทางออกว่าจะได้ข้อสรุปออกมาเป็นอย่างไร
"ความน่าจะเป็นสามารถออกได้หลายทาง ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นไปในแนวทางใด เพราะกฎ กติกาที่เขียนไว้มีการวางกับดักไว้หมด หมายถึงเขียนไว้แล้ว การวินิจฉัยอยู่ที่องค์กรอิสระทั้งหมด รัฐธรรมนูญ 50 ไม่ได้มาจากประชาชนที่แท้จริง เพราะคณะรัฐประหารได้ตั้งทีมขึ้นมายกร่าง ผ่านมา 6 ปีแล้ว พบว่ายังมีข้อบกพร่องอยู่อีกมาก ในสมัยทำประชามติรับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งมีหลายคน ก็บอกว่าให้รับไปก่อน แล้วแก้ทีหลัง แต่วันนี้กลับมาบอกว่าแก้ไม่ได้ หรือห้ามแก้มาตราในส่วนที่รัฐบาลต้องการจะแก้ ซึ่งหลักการของพรรคเพื่อไทย ต้องการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ยึดถือความเกี่ยวโยงกับประชาชนเป็นสำคัญ และการได้มาขององค์กรอิสระ ควรมีความผูกพันกับประชาชน ส่วนเนื้อหาในหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เราก็ไม่ได้ไปแตะต้อง เห็นได้จากตอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เราได้ระบุไว้แล้วว่า จะไม่แตะต้องหมวดสถาบัน"
'ปลอดประสพ' หนุนข้อเสนอให้มหาวิทยาลัยศึกษาแนวทางแก้ รธน.
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสัมมนาพรรคพท.ที่ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 5-6 มกราคม กรณีแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมพรรคสรุปว่าต้องให้เวลากับทุกฝ่ายในพรรคได้ศึกษาว่าแนวทางใดที่จะดีที่สุด เพื่อจะลดความขัดแย้งและลดข้อกังขา
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า ข้อเสนอของนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคพท. ให้สถาบันทางการศึกษาไปศึกษาข้อมูล ถือเป็นข้อเสนอที่ดี และมีความเป็นกลางพอสมควร โดยจะดู 3 เรื่อง คือ รายมาตรา ประชามติ หรือโหวตวาระ 3 และถ้าผลการศึกษามีข้อเสนอใหม่ ก็เสนอเข้ามา ซึ่งยังไม่ได้จำกัดเวลา เพราะไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้
"เป็นที่น่าสังเกตว่าฝ่ายต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีท่าที 2 อย่าง คือ 1. ในอดีตออกมาพูดว่าขอให้รับไปก่อนและค่อยมาแก้ แต่วันนี้ออกมาค้าน 2. ในตัวรัฐธรรมนูญมีมาตราที่ว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 291 แต่มาบัดนี้ผู้คัดค้านรัฐธรรมนูญกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ คือ ไม่ยอมรับมาตรานี้ เพราะฉะนั้นคนที่คัดค้านรัฐธรรมนูญมาตรานี้ คือผู้ที่ทำผิดรัฐธรรมนูญ และคนที่คัดค้านรัฐธรรมนูญก็บอกว่ามาตรา 309 คือหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเมื่อได้ยินตนก็รู้สึกตกใจ ว่าที่จริงรัฐธรรมนูญฉบับนี้หัวใจคือมาตราที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของประชาชนไม่ใช่หรือ ซึ่งมาตรา 309 คือมาตราที่ว่าด้วยความสูงส่งของการปฏิวัติ"



