ข่าว

'สุขุมพันธุ์'ส่งที่ปรึกษาหารือกม.สู้คดีBTS

'สุขุมพันธุ์'ส่งที่ปรึกษาหารือกม.สู้คดีBTS

07 ม.ค. 2556

'สุขุมพันธุ์'ยกเลิกเข้า'ปชป.'ส่งที่ปรึกษาหารือข้อ กม.สู้คดีบีทีเอส 9 ม.ค.นี้ 'มาร์ค'เผย'คุณชาย'ลาออก8 ม.ค.

               7 ม.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ยกเลิกเข้าพรรคประชาธิปัตย์แต่ได้มอบหมายให้ นายสัญญา จันทรรัตน์ ที่ปรึกษาผู้ว่ากทม.ฝ่ายกฏหมาย เพื่อเข้าหารือกับฝ่ายกฎหมายในแนวทางต่อสู้คดี ภายหลังที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง 11 ราย ซึ่งมีผู้บริหารและข้าราชการกทม. ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 9 ม.ค.นี้ ในความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือสัมปทานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,84 และ มาตรา 85 ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 พ.ศ. 2515 ข้อ 3 และข้อ 11 จากกรณีการทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ระหว่างบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 30 ปี วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท

               ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวถึงการลาออกของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ 10 ม.ค. โดยเงื่อนไขสำคัญจะอยู่ที่การพิจารณาของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า หากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลาออกก่อนครบวาระ ตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.เบื้องต้นวันที่ 3 มี.ค. หรือ 10 มี.ค. หรือหาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อยู่ครบวาระ กกต.จะจัดการเลือกตั้งวันที่ 10 ก.พ.นี้ แนวทางใดจะส่งผลได้เปรียบการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่ากัน ซึ่งจะได้ข้อสรุปจากฝ่ายกฎหมายในวันนี้

               นอกจากนี้ วันเดียวกันในเวลา 14.30 น. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. เตรียมเดินทางไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ เพื่อยื่นข้อมูลเพิ่มเติมให้กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการประกอบการพิจารณากรณีดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหา โดยเฉพาะข้อมูลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจมาตรา 14 ในการปกครอง ห้ามให้มีการยกเลิกการทำสัญญาดังกล่าว

 

"อภิสิทธิ์"เผย "สุขุมพันธุ์" ลาออกผู้ว่าฯกทม. 8 ม.ค. เพื่อให้มีผล 9 ม.ค.

               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. จะลาออกก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง 10 ม.ค.นี้ ว่า จะให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอ กรณีคดีสัมปทานส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.จะลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 ม.ค.นี้ เพื่อให้มีผลในวันที่ 9 ม.ค.หลังไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีขยายส่วนต่อสัมปทานรถไฟฟ้า จากกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยให้เหตุผลในการลาออกก่อนครบวาระในวันที่ 10 ม.ค. โดยจะมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้แข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยไม่ต้องทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯกทม. อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาคุณสมบัติในการลงสมัครผู้ว่าฯกทม. เพราะดีเอสไอเพียงตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการไม่มีอำนาจไม่ใช่เรื่องพฤติกรรม ซึ่งก็ต้องชี้แจงกันไป โดยสิ่งที่เกิดขึ้นทางผู้ว่าฯ กทม.ก็มีความมั่นใจในเรื่องข้อกฎหมาย เรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องการเมืองที่ดีเอสไอมักทำงานตอบรับกับการเมืองมาโดยตลอด ดูแล้วเป็นเรื่องแปลกมากหากเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ตนก็เชื่อว่าประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจ อย่างไรก็ตามในวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายในการต่อสู้คดีกับดีเอสไอแล้ว

               "ทางพรรคก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทางพรรคเพื่อไทยจะส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการป.ป.ส.หรือจะส่งใคร แต่เราไม่ประมาทใครทั้งนั้น และขอให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม สร้างสรรค์ นำเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ของคนกทม.มานำเสนอ ทางพรรคขอโอกาสอีกครั้งกับชาวกทม. และทราบว่าพรรคเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือในการแข่งขันครั้งนี้มาก แต่พรรคก็เชื่อมั่นว่า สิ่งที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทำมาโดยตลอดและบางเรื่องก็สามารถต่อยอดได้ โดยนโยบายที่จะหาเสียงกับคนกทม.คือการสานงานต่อ และความเป็นอิสระในการบริหารงานของท้องถิ่น รวมทั้งสามารถประสานงานกับทุกฝ่ายได้ ดังนั้น ในงานนี้เราจึงไม่ประมาท และรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะรักษาตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.เป็นสมัยที่สาม เพราะใน กทม.การรักษาพื้นที่ไม่ใช่เรื่องง่ายจึงต้องทำงานหนักทุกคน ทั้งนี้สิ่งที่คิดว่าเป็นจุดขายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คืองานที่ได้ทำมาประชาชนอาจไม่ทราบแต่เราสามารถต่อยอดได้ทันที และการที่ผู้ว่าฯกทม.มีความเป็นอิสระในการปกครองท้องถิ่นแต่ผลักดันประสานงานกับทุกฝ่ายได้ให้เกิดประโยชน์กับคนกทม. โดยพรรคจะใช้นโยบายเป็นหัวใจในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดกับคน กทม." นายอภิสิทธิ์ กล่าว