
'ชวนนท์'ซัด'นพดล'ปดปม'พระวิหาร'
โฆษก ปชป. ซัด 'นพดล' แก้ตัวเรื่องพระวิหาร จับโกหก 3 เรื่อง พูดขัดกันเอง จี้ 'ปึ้ง' จริงจังต่อสู้กับกัมพูชาที่ศาลโลก เหน็บ 'พท.' พายเรือในอ่างไร้ข้อสรุปแก้ รธน.
7 ม.ค. 56 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว และพยายามอ้างว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นโมฆะแล้ว ไม่สามารถนำไปใช้งานได้นั้น เป็นการพูดที่ขัดกันเอง คือ 1. นายนพดล ย้ำว่าไม่ว่าจะมีแถลงการณ์ดังกล่าวหรือไม่ กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่แล้ว เพราะเป็นเจ้าของปราสาทพระวิหาร จึงต้องถามว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพื่ออะไร เพราะความจริง คือ กัมพูชาพยายามจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาตลอด แต่คณะกรรมการมรดกโลกมีความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จึงนำมาซึ่งแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และแถลงการณ์ถูกศาล รธน.ตัดสินว่าเป็นโมฆะในวันที่ 8 ก.ค. 51 แต่การประชุมกรรมการมรดกโลกที่แคนนาดานั้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 2-10 ก.ค. 51
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 2. กัมพูชา ได้ใช้แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 51 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงทำให้กฎหมายภายในประเทศไม่มีผลในเรื่องนี้ เนื่องจากมีการยอมรับในเวทีระดับโลกไปแล้ว หากนายนพดลยังยืนยันว่าแถลงการณ์ร่วมเป็นประโยชน์ทำไมจึงบานปลายมาถึงทุกวันนี้ และทำไมกัมพูชาจึงจดทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่เพียงฝ่ายเดียว และ 3. เหตุที่ศาล รธน.ตัดสินว่าเป็นโมฆะเพราะเห็นว่าเป็นหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ และกระทบสังคมอย่างกว้างขวางต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ดังนั้นคำแก้ตัวของนายนพดลจึงฟังไม่ขึ้น เพราะจากคำวินิจฉัยดังกล่าวสะท้อนชัดว่าแถลงการณ์ร่วมที่นายนพดลไปลงนามอาจส่งผลต่อเขตแดนไทย และสุดท้ายก็มีการนำไปใช้เป็นข้ออ้างจนทำให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง ซึ่งปลายปีนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มากขึ้นอีก
"หากนายนพดลอยากล้างบาป อย่าต่อล้อต่อเถียงกับผม ไปบอกนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้ขยันต่อสู้กับกัมพูชาที่ศาลโลก แต่ไม่ใช่ว่ามาแสดงความเป็นคนรักแผ่นดินเฉพาะกิจ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลมีความจริงใจมากกว่านี้ ไม่ใช่ชี้แจงเฉพาะที่กระทบกับตัวเอง"
เหน็บ 'พท.' พายเรือในอ่างไร้ข้อสรุปแก้ รธน.
นายชวนนท์ กล่าวถึงการสัมมนาพรรคเพื่อไทย ที่ได้มีการหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่มีความชัดเจน จะเดินหน้าอย่างไร เปรียบเสมือนการพายเรือในอ่างของพรรคเพื่อไทยที่ยังหาทางออกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่ส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดินเรื่องอื่นๆ ถูกชะลอไปด้วย เพราะมุ่งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะล้มทั้งฉบับ โหวตวาระสาม หรือแก้รายมาตรา โดยไม่เห็นการพูดถึงปัญหาของประชาชนมีแต่ปัญหานักการเมืองล้วนๆ นอกจากนี้ผลสำรวจของเอแบคโพลล์ ประชาชน 85.4% เชื่อแก้ รธน.ไม่จบ และส่วนใหญ่อยากให้แก้ปัญหาปากท้อง ทุจริต-คอร์รัปชั่น มากกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและการทุจริตจะดีกว่า ดังนั้นการอ้างคนส่วนใหญ่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นคำโกหกของรัฐบาลเพราะส่วนใหญ่เกือบ 90% ไม่เห็นด้วย แต่อยากให้รัฐบาลหันมาดูแลประชาชนเลิกหมกมุ่นกับปัญหาส่วนตัว เป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ



